TOEIC ติวสอบTOEIC ติวสอบโทอิก ติวสอบโทอิค ข้อสอบโทอิก ข้อสอบโทอิค โทอิค โทอิก คอร์สTOEIC คอร์สโทอิค คอร์สโทอิก เรียนโทอิก เรียนโทอิค หลักสูตรโทอิก หลักสูตรโทอิค หลักสูตรTOEIC สอนโทอิก สอนโทอิค สอนTOEIC สอนTOIEC ติวโทอิก ติวโทอิค ติว IELTS สอบ IELTS

สถาบันติวภาษาอังกฤษ
ช่วยสังคม .......
( Socially Tutoring Institute )
สถาบันครูเกรียงติวเตอร์ผู้เชี่ยวชาญเพิ่มคะแนนสอบ TOEIC ต่อยอดสู่ความเชี่ยวชาญเพิ่มคะแนนสอบ IELTS ซึ่งใช้เทคนิคการเพิ่มคะแนนสอบแบบเดียวกันได้
และ
อ. ที่จบสาขาวิศวะติวภาษาอังกฤษแบบลงลึกด้วยนวตกรรมสามารถทำให้ นร สายศิลป์ และ คณะบริหารสอบโทอิคได้คะแนน แบบก้าวกระโดด ดังนั้น น่าจะย่อมเข้าใจ ระบบความคิด ที่เป็นอุปสรรค ของ นร สายวิทย์ หรือ วิศวะ ที่ทำให้สอบโทอิคไม่ได้ มากกว่า
##################################################################
สถาบันครูเกรียง ติวเตอร์
ที่ตั้ง : Room E06/7 , 198 U Center Building , Soi Chula 4 Chula 42 Road , Wangmai , Patumwan , Bangkok , 10330 Thailand. ( เดินทางสะดวกใกล้รถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีสามย่าน อยู่ที่ ชั้น1 อาคารยูเซ็นเตอร์ ตลาดสามย่านเก่าติดคณะนิติจุฬาฯ ซอยจุฬา 42 )
บริหารงานและสอนสดทุกคาบ โดย อ. เกรียงศักดิ์ ติดต่อ โดยตรงที่เบอร์ 0863086859 ปัจจุบัน อาจารย์เกรียงศักดิ์ เป็นอาจารย์ประจำ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ( ลาศึกษาต่อ )
###################################################################
ล่าสุด !!!!!
คุณ สุณัฏฐา อัฐศิลป์เวท สอบโทอิคครั้งแรกในชีวิต ได้คะแนนการฟัง 320 คะแนนการอ่านและไวยากรณ์ได้ 285 รวมได้ 605 ( เบอร์โทร : 08165822XX ) คุณ อรวรรยา เสลาคุณ สอบโทอิคครั้งแรกในชีวิต ได้คะแนนการฟัง 400 แต่เรียนไวยากรณ์ การอ่าน ยังไม่ครบ ได้คะแนนการอ่าน 200 รวมได้ 600 คุณปาณิชชา เจติยานุวัตร เกียรตินิยมอันดับหนึ่งของครุศาสตร์จุฬา นร สถาบัน สอบโทอิคครั้งล่าสุด ได้ 675 การฟัง 400 การอ่าน 275 ขอแสดงความยินดีจ้า ...
ดูรายชื่อ นร โทอิค ของสถาบัน ที่สอบผ่าน กฟผ. 550 และ สอบผ่าน 700 จบระดับปริญญาโท ข้างล่าง ...... : )
###################################################################
1. *** ล่าสุด *** คุณ อรวรรยา เสลาคุณ สอบโทอิคครั้งแรกในชีวิต ได้คะแนนการฟัง 400 แต่เรียนไวยากรณ์ การอ่าน ยังไม่ครบ ได้คะแนนการอ่าน 200 รวมได้ 600 ( เบอร์โทร : 08604561XX )
คุณมุก หรือ น้องปาณิชชา เจติยานุวัตร เกียรตินิยมอันดับหนึ่งของครุศาสตร์จุฬา สอบโทอิคล่าสุด 675 การฟัง 400 การอ่าน 275 เดิม สอบโทอิคครั้งที่สอง ได้ คะแนน 640 คะแนนการฟังก้าวกระโดด 420 คะแนนการอ่านและไวยากรณ์ได้ 220 ภายหลังจาก เคยสอบครั้งแรกภายหลังเรียนสถาบันครูเกรียงสองสัปดาห์ ได้คะแนน 575 คะแนนการฟัง 310 และ คะแนนการอ่านและไวยากรณ์ได้ 265 ( เบอร์โทร : 08399010XX )
2. คุณ วิไลลักษณ์ อุดมสันต์ หรือ น้องศรี อดีตพนักงานต้อนรับโรงแรมชื่อดังที่กำลังสมัครแอร์โฮสเตสเรียนกับสถาบันครูเกรียง 3 สัปดาห์ สอบครั้งแรกได้ 705 คะแนนการฟัง 420 คะแนนการอ่านและไวยากรณ์ได้ 285 เป็นการสอบครั้งแรก TOEIC ในชีวิตของคุณศรี ( เบอร์โทร : 08148615XX )
3. น้องนาฏยา สนไชย สามารถ เปลี่ยนคะแนนจาก 595 เดิมการฟัง 365 การอ่าน 230 ให้กลายมาเป็น .... คะแนน 765 การฟัง 430 และ การอ่าน 335 ได้ ภายในระยะเวลาหนึ่งเดือนสิบห้าวัน เรียนกับสถาบัน จากการสอบ 4 ครั้ง ทุกครั้งคะแนนโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นมากกว่า 40 คะแนน ( เบอร์โทร : 08377260XX )
4. ( สอบผ่าน ปอโท บางมด ) คุณ อภิชาติ ชัยเสน สำเร็จการศึกษาปอโทบางมด ทำงานที่ทรู เดิมสอบโทอิคหลายครั้งมากแต่คะแนนยังไม่ผ่าน ยังไม่จบปอโทบางมด เรียนกับสถาบันไม่ถึงเดือนได้คะแนน 775 โดยการฟัง 465 และการอ่านและไวยากรณ์ 310 ( เบอร์โทร : 08140950XX )
5. ( สอบผ่าน ปอโท บางมด ) คุณ อรวรรณ ธราวุธ สำเร็จการศึกษาปอโทบางมด ปัจจุบันทำงานบริษัทไอทีเครือ CDG Group เดิมสอบได้ประมาณ 600 มาเรียนกับสถาบันไม่เกินเดือนครึ่ง ได้ 720 การฟังได้ 415 การอ่านและไวยากรณ์ได้ 305 ( เบอร์โทร : 08917412XX )
6. ( สอบผ่าน ปอโท บางมด ) คุณ Piraya Phetnoi หรือ น้องยุกยิก สำเร็จการศึกษาระดับปอโทบางมด ทำงานบริษัท Agency ข้ามชาติ เดิมก่อนมาเรียนกับสถาบัน ได้ 630 แต่เรียนไม่ถึงสามสัปดาห์สอบได้ 755 การฟังได้ 405 การอ่านและไวยากรณ์ได้ 350 ( เบอร์โทร 08465656XX )
7. ( สอบผ่าน ปอโท บางมด ) คุณ พรทิพย์ เขียววิมล สำเร็จระดับปอโท บางมด ทำงานอยู่ฝ่ายระบบคอมพิวเตอร์ ธนาคารไทบพาณิชย์ เรียนกับสถาบันไม่ถึงเดือน เดิมน้องเขาได้ 630 มาเรียนกับสถาบัน และ หลังจากนั้นสอบครั้งแรก ได้คะแนน 735 โดยการฟัง 435 และ ไวยากรณ์ กับ Reading ได้ 300 สำเร็จการศึกษาปอโทบางมดที่ต้องได้ 700 ขึ้นไป ( เบอร์โทร : 08162815XX )
8. คุณ ปราโมทย์ กุลพญา หรือ น้องโมท เคยเป็นผู้จัดการบริษัทข้ามชาติ ปัจจุบันเรียนปอโทมอราม เดิมเคยสอบได้ประมาณ 600 แต่มาเรียนกับสถาบันไม่ถึงเดือน และสอบครั้งเดียว ได้ 770 คะแนนการฟัง 450 การอ่านไวยากรณ์ได้ 320 ( เบอร์โทร : 08581883XX )
9. น้องอุษา แตงทอง นร ระดับปริญญาโท จากไม่เคยสอบ TOEIC มาเรียนที่สถาบันสอบครั้งแรกได้ 545 แต่ภายหลังเรียนกับสถาบันหนึ่งเดือนได้คะแนน 665 การฟังได้ 375 การอ่านได้ 290 จากการสอบสองครั้งทุกครั้งคะแนนเพิ่มมากกว่า 50 แต้ม ( เบอร์โทร : 08593543XX )
10. คุณ พันธ์ชลิด วีราภรณ์กุล วิศวกร สำเร็จการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปอตรี เดิมสอบได้แค่ เกือบ 400 การฟังแค่ 200 เรียนกับสถาบันภายในหนึ่งเดือน ได้ 620 โดยคะแนนการฟัง 345 ( เบอร์โทร : 08442542XX )
11. ( สอบผ่าน กฟผ. ) คุณ ภัคกัญญา พงษ์ภู่ หรือ น้องบัว คณะศิลปศาสตร์ มอเกษตร เดิมได้ประมาณ 400 แต่เรียนกับสถาบันสามสัปดาห์ สอบได้ 615 การฟัง ได้ 365 และ อ่าน & ไวยากรณ์ ได้ 250 จากการสอบเพียงครั้งเดียว ( เบอร์โทร : 08149745XX )
12. ( สอบผ่าน กฟผ. ) คุณ สิโรชินี วรรโณทัย หรือ น้องเฟิส วิศวลาดกระบัง : เดิมได้แค่435 เรียนกับสถาบันไม่ถึงเดือน แต่สอบสองครั้ง ได้ 605การฟัง330และการอ่านไวยากรณ์ได้ 275 ( เบอร์โทร : 08717225XX )
13. ( สอบผ่าน กฟผ. ) คุณ วันเพ็ญ ทองอ่อน หรือ น้องปุ้ย มอเกษตร คณะศิลปศาสตร์ เรียนกับสถาบันก็ไม่ถึงเดือนอีก เดิมได้คะแนนประมาณ 400 ภายหลังเรียนกับสถาบันสอบครั้งแรกได้ คะแนน 615 การฟังได้ 365 แต่ไวยากรณ์และการอ่าน ได้ 250 ( เบอร์โทร : 08090863XX )
14. ( สอบผ่าน กฟผ. ) คุณ กัญญกมล ดวงจิต ทำงานที่ ม. บางมด จบปอโทเกษตร เรียนกับสถาบันสิบห้าวัน เดิมสอบได้คะแนนประมาณ 400 หลังจากนั้นสอบครั้งแรกได้ 605 การฟังได้ 355 และการอ่านไวยากรณ์ได้ 250 ( เบอร์โทร : 08171979XX )
15. ( สอบผ่าน กฟผ. ) คุณ พิเชษฐ์ โสภณมณีโชติ สำเร็จการศึกษาจากลาดกระบัง ที่ทำงานบริษัทยักษ์ใหญ่แถวระยอง สอบเพื่อผ่านเกณฑ์ สมัครงาน กฟผ ( การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ EGAT )สอบได้ 585 โดยที่คะแนนการฟัง ได้ 320 และ การอ่านไวยากรณ์ได้ 265 จากที่ไม่เคยสอบ เรียนไม่ถึงเดือนสอบครั้งแรกผ่านเกณฑ์สมัคร กฟผ. ( เบอร์โทร : 08517587XX )
16. คุณ วิจัย พิลาวัลย์ เป็นวิศวกรทำงานที่ SCG ปูนซีเมนต์ไทย ที่สอบได้คะแนน Aptitude Test สูงสุด จบลาดกระบัง ได้คะแนนผ่านเกณฑ์ SCG ได้ 555 โดยได้คะแนนการฟัง 290 และ คะแนนการอ่าน 265 เรียนไม่ถึงเดือน ( เบอร์โทร : 08413068XX )
17. คุณกฤษณพน สุขสิริ นร ปอโท บางมด ได้คะแนน จากเดิม 415 คะแนนการฟัง 200 คะแนนการอ่าน 215 เรียนกับสถาบันภายใน 2 สัปดาห์ สามารถพัฒนาสู่ การได้ 540 โดยคะแนนการฟัง 330 และ การอ่าน 215 ( เบอร์โทร : 08408881XX )
18. คุณ นุสรา น้อมเศียร สำเร็จการศึกษาจาก มอชอ สาขาการตลาด เรียนไม่ถึงสองสัปดาห์สอบครั้งแรก ได้ 525 คะแนนการอ่านครั้งแรก 260 การฟัง 265 แต่ทำไม่ทัน 40 ข้อ ( เบอร์โทร : 08503217XX )
และ นร ท่านอื่นๆ ที่อ. ต้องกราบขออภัยที่ไม่ได้เขียนลงไปเพราะเนื้อที่ไม่พอ เอาไว้โอกาสหน้านะ .... : )
###################################################################
อัพเดท 25-07-53 "นวตกรรมระบบการสอน" ถึงข้อที่ 151
151. สถาบันเริ่มใช้เทคนิคที่ช่วยให้ นร ฝึกฟังถอดรูปประโยคในการฟังได้อย่างน้อยสุด 70 % แล้วโดน Key Word ในตำแหน่งคำประโยคมีผลต่อการแปลภาษาอังกฤษที่ฟังเป็นภาษาไทยโดยอัตโนมัติแบบไม่ผิดเพี้ยนเป็นการฝึกได้เร็วขึ้นแตกต่างจากการเรียนการฟังแต่ผ่านวิดิโอบางอย่างที่เน้นให้คิดไปเองแปลเป็นภาษาไทยไปเลยโดยไม่ถอดรูปประโยคเป็นภาษาอังกฤษมีผลต่อการแปลที่ผิดพลาดและไม่สามารถทำข้อสอบการฟังที่ถามถึงข้อมูลดิบที่ฟังได้เลย
!!!!! กรุณาอ่านหัวข้อลำดับก่อนหน้านี้ "นวตกรรมระบบการสอน" ที่ www.krugrienktutor.com
อัพเดท 28-07-53 "ข้อเตือนใจผู้สอบ" ถึงข้อที่ 110 **** ล่าสุด *****
110. ( ต่อจากข้อ 109. ) นร ต้องระวัง ช่วงขณะสอบ TOEIC ไม่ควรทำกระดาษคำตอบยับเพราะจะมีปัญหาการตรวจข้อสอบ
!!!!! กรุณาอ่านหัวข้อลำดับก่อนหน้านี้ "ข้อเตือนใจผู้สอบ" ที่ www.krugrienktutor.com -----
อัพเดท 29-07-53 "สิทธิประโยชน์ที่ นร ได้" ถึงข้อที่ 106 **** ล่าสุด *****
106. นร ที่ต้องการจองเวลาสอบสองครั้งคือ เช้า บ่ายในวันเดียวกัน จะทำไม่ได้ ยกเว้นถ้าแจ้งเจตจำนงค์ว่าจะสอบสองครั้งในวันเดียวกันและรอรอบถัดไปให้มีคนสละสิทธิ์แทน
!!!!! กรุณาอ่านหัวข้อลำดับก่อนหน้านี้ ""สิทธิประโยชน์ที่ นร ได้" ที่ www.krugrienktutor.com
-----
อัพเดท "หลักสูตรที่เปิด นร."
ถึงข้อที่ 6
###################################################################
อัพเดทรายชื่อตัวอย่าง นร ที่คะแนนก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ และ อ. ขออภัยถ้ามีรายชื่ออีกมากที่ไม่ได้เขียนลงไป เพราะเนื้อที่ไม่พอครับ ผู้สนใจตามไปดูที่มาของ นร สถาบันที่เว็ปบอร์ด krugrienktutor.com นร เหล่านี้ผ่านการเรียนระบบไม่จำกัดชั่วโมงลงลึกด้วยนวตกรรม พัฒนาภาษาที่ปรับใช้จากเทคนิค นร ต่างชาติ และ ผ่านเกณฑ์สถาบัน ที่การันตีคะแนนก้าวกระโดดเขียนอยู่ถัดไป ....
###################################################################
@ หัวข้อสิทธิประโยชน์แก่ นร สูงสุด ต่างๆ ได้แก่
1. โปรดติดตามการ Update ข้อมูล ความรู้ ข่าวสาร รายชื่อ นร ที่หลุดพ้นไปแล้ว เป็นแรงบันดาลใจ ซึ่งเดิม นร เหล่านี้มีปัญหาการสอบโทอิค แต่เรียนลงลึกการฟังการอ่าน ไวยากรณ์ ทักษะระดับประโยค ศัพท์ แบบไม่จำกัดชั่วโมง และสอบทุกสองชั่วโมงหรือผ่านด่านเกณฑ์อรหันต์บางด้าน จึงเกิดการพัฒนาคะแนนการสอบแบบก้าวกระโดด โปรดติดตามเรื่อยๆ ในที่กระทู้เว็ปบอร์ด www.krugrienktutor.com
2. เรื่องการขยายเวลาปูพื้นปรับพื้นทักษะระดับประโยคไวยากรณ์ลงลึกการฟังฟรีก่อนการสมัครเรียนจริง เพื่อประโยชน์สูงสุดของ นร
3. มีการรวมคอร์สไวยากรณ์เข้าไปในคอร์ส TOEIC , IELTS ( Built-in Approach ) โดยสอนไวยากรณ์ลงลึกผ่านรูปแบบประโยคหลากหลายถึง 2000 รูปแบบ แบบที่ นร ต่างชาติเรียน สอน Basic , Advance Grammar รวม 20 บท รวมถึง โดยเฉพาะ เน้นไวยากรณ์บทที่ใช้ในการพัฒนาพูดฟังอ่านเขียน
แตกต่างจากระบบการสอนไวยากรณ์ที่คิดค่าเรียนแพง แต่ทำได้เพียงสอนไวยากรณ์ทฤษฏีเยิ่นเย้อไม่ได้เรียนผ่านรูปประโยคมากพอถึงระดับพันข้อ ทำให้เรียนแล้วลืม หรือ ยิ่งเรียนยิ่งลืม ยากต่อการทบทวนทักษะระดับประโยค เมื่อทบทวนไม่ได้ก็ยากต่อการนำมาใช้ประยุกต์สู่การพูดฟังอ่านเขียน ส่งผลต่อ การไม่บรรลุวัตถุประสงค์การสอบ TOEIC หรือ IELTS
เพราะเนื่องจาก นร ไทย มีศักยภาพไม่ได้ด้อยกว่า นร ต่างชาติ จึงเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ต้องมาเสียเวลาหรือสูญเสียทรัพยากรมากมายกับระบบการเรียนที่สูญเปล่า .... : )
4. เรียนไม่จำกัดชั่วโมงภาคพิเศษเร่งเรียนเร่งสอบ
5. การรับสายฟังปัญหาของ นร โดยตรงกับ อ.
6. Material ประกอบการเรียนการสอน ทั้งตำรามากสุด คุ้มค่ากับราคาคอร์สที่สุดในประเทศ และได้โปรแกรมข้อสอบโทอิคที่น่าจะดีที่สุดในโลกสองโปรแกรม
7. คอร์สถูกคุ้มค่าที่สุดในประเทศไทย แบบช่วยสังคม เป็นอย่างไร
8. วิเคราะห์หลุมพรางสอบ TOEIC มากสุดในไทย รวมถึง โดยเฉพาะ Part Listening และ ลงลึกหลุมพรางของ IELTS
9. การเรียนไม่จำกัดชั่วโมงเก็บตกย้อนหลังได้ เก็บตกเวลาไหนก็ได้ เหมาะคนเวลาทบทวนน้อยระบบเรียนลงลึกไม่จำกัดชั่วโมงบวกปูพื้นปรับพื้นให้ฟรีก่อนเรียนจริง สมัครเรียนได้เรียนเลย มีการเก็บตกทบทวนต่อเนื่อง มีการสอบจริงทุกสองชั่วโมงเก็บคะแนนเฉลี่ยอย่างต่ำ 8 ครั้งเพื่อเข้าสูตรพยากรณ์คะแนนล่วงหน้า เพื่อผลักดัน นร ไทย ให้สอบ TOEIC , IELTS ให้ได้มากที่สุด
ระบบเรียนดังกล่าวจะมาช่วยแก้ปัญหา นร ที่มีค่านิยมบางประเภทที่มีโอกาสสร้างปัญหาในการสอบระยะยาว ให้เลิกค่านิยมที่ไม่เกิดประโยชน์แล้วพลิกเกมให้เอาชนะข้อสอบ TOEIC หรือ IELTS เช่น ค่านิยม นร บางคนที่ไม่รีบสอบไปเลย ที่ศูนย์สอบกับ IELTS , TOEIC ต้องรอซื้อเวลาไปเรื่อยๆ แต่ผลร้าย คือ นร ดังกล่าวจะไม่รู้ความจริงเกี่ยวกับจุดอ่อนตัวเอง และ มิติความยากของข้อสอบจริงที่แตกต่างจากสิ่งที่คิดไปเอง รวมถึง ข้อสอบนิวโทอิคมีช่วง 6 เดือนอย่างน้อยที่สุด หรือ ข้อสอบไอเอล ที่จะพัฒนาข้อสอบให้ยากขึ้น เพราะ แนวโน้มที่ นร บางกลุ่มเพิ่มจำนวนสอบได้คะแนนมากขึ้น ยิ่งทำให้สิ่งที่คิดไปเองจะไม่ตรงกับความเป็นจริง
10. ติวช่วยสังคม ลงลึก ไม่เลี้ยงไข้ คือ อะไร
11. ทำไมสถาบันครูเกรียงต้องสอนสด ไม่ได้สอนแบบวิดิโอล้วน .....
12. เหตุผล การยืดหยุ่นเวลาเรียนเพื่อประโยชน์สูงสุดของ นร คือ .....
13. พัฒนา จาก ติวเตอร์ สู่การเป็น โค้ชชิ่งรายบุคคล
14. ประยุกต์เรื่องการเจริญสติในทางบวรพระพุทธศาสนาสู่การเรียนภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะ Listening
15. สร้างชุมชนแลกเปลี่ยนความรู้สร้างแรงบันดาลใจ TOEIC , IELTS นร ของสถาบันสามารถขอเบอร์กับ นร รุ่นพี่ที่สอบได้คะแนนก้าวกระโดด พูดคุยกันเป็นชุมชนได้
16. การรับประกันผลที่แท้จริง นิยามที่แท้จริง ....
นร ที่ไม่เคยสอบ TOEIC หรือ IELTS หรือ ไม่ได้ฝีกอย่างถูกวิธีแล้วรีบไปสอบ เมื่อไม่รู้ความจริงเกี่ยวกับศักยภาพตัวเองว่าอยู่ในระดับใด และฝ่าด่านข้อสอบได้จริงหรือไม่ ก็มีผลต่อการที่ นร บางคน ไม่สนใจที่จะเลือกระบบเรียนที่เรียนลงลึกที่ทำให้สอบผ่านข้อสอบได้ เรียนไปเรื่อยๆ ไม่สนใจระบบการเรียน ถึงเรียนในระบบการเรียนแบบหนึ่งแล้วสอบไม่ผ่าน ก็กลับไปเรียนซ้ำระบบเดิม การรับประกันผลการสอบที่แท้จริงต้องทำให้ นร สอบครั้งแรกแล้วได้คะแนนเพิ่มขึ้นอย่างพอใจหรือก้าวกระโดด มิใช่สอบครั้งแรกแล้วได้คะแนนน้อย แล้วไปเรียนซ้ำระบบเดิมคะแนนจะเพิ่มได้อย่างไร ผิดกับ ... ระบบการเรียนที่ นร อินเดีย บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ หรือ สิงคโปร์ ที่ อาจารย์ได้ทดสอบพวกเขาในเรื่องไวยากรณ์ผ่านรูปประโยค นร เพียงอายุ 15 ปีก็สามารถสอบผ่านระดับการเรียนลงลึกการฟัง การอ่าน ไวยากรณ์ ทักษะระดับประโยคได้ เพียงครั้งแรก ในการสอบระดับ World wide และ อาจารย์ก็นำระบบดังกล่าวมาปรับใช้กับ นร ไทย โดยสถิติ นร ที่เรียนกับอาจารย์ในระบบนี้ ถ้าเรียนต่อเนื่อง ไปฝึกนอกห้องตามมาตรฐานที่กำหนด พยายามฝ่าด่านอรหันต์ของสถาบันให้ได้ เพียงการสอบครั้งแรก คะแนนก็ก้าวกระโดดแล้ว ซึ่งดูจากรายชื่อ นร ที่อัพเดทต่อเนื่อง ที่เว็ปบอร์ดของ krugrienktutor.com แต่ถ้าเรียนไม่ต่อเนื่อง มันจะเทียบบัญญัติไตรยางค์ตามสัดส่วนด้วยตัวมันเอง
17. จุดกำเนิดของระบบเรียนลงลึกไม่จำกัดชั่วโมงบวกปูพื้นปรับพื้นให้ฟรีก่อนเรียนจริงสอบจริงทุกสองชั่วโมงด้วยราคาคอร์สที่คุ้มช่วยเหลือสังคม มาจากอะไร .....
มาจากอุดมการณ์และความตั้งใจของ กระผมที่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยคนหนึ่งที่ทำงานอยู่ในมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งเดียว ( ลาศึกษาต่อ ) ที่ได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช รัชกาลที่ 9 นั่นคือ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
และ อาจารย์มหาวิทยาลัย ( ลาศึกษาต่อ ) ที่ดำเนินอุดมการณ์ตามแนวทางคติพจน์ของมหาวิทยาลัย คือ "เรียนรู้เพื่อรับใช้สังคม" และ ดำเนินตามนโยบายรัฐ "เรียนถูกเรียนฟรีแต่ต้องมีประสิทธิภาพ" ที่พูดถึง การศึกษาที่ดีต้องไม่แพงและได้ประสิทธิภาพสูงตามจริง เช่นเดียวกับระบบการศึกษาที่ต่างประเทศ โดยเฉพาะยุโรป ให้ความสำคัญกับการให้ประชาชนเข้าถึงการศึกษาที่เยี่ยมด้วยต้นทุนต่ำ หรือ การให้ทุนเรียนฟรีทั่วโลก อีกอย่างหนึ่ง การเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ( ลาศึกษาต่อ ) แล้วคิดค่าเรียนแพงเกินไป มันคงดูไม่เหมาะสมตามแนวทางของมหาวิทยาลัยต้นสังกัด
### ข้อมูลเนื้อหาหลักความรู้ที่ นร ไทยได้ ###
@ หัวข้อนวตกรรม ระบบการสอน ต่างๆ ได้แก่
1. CheckList 8 ข้อ ที่ระบุจุดอ่อนและอุปสรรคการฟังภาษาอังกฤษ โดยที่ สถาบันปรับจากเทคนิค นร ต่างชาติ ( อินเดีย บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ ) ลงลึกการฟังตรวจสอบจุดอ่อนอุปสรรคการฟังของ นร ไทย รวมถึง ประยุกต์ทฤษฏีสมอง บวก เทคนิคเข้าสติสู่การพัฒนา Earing การฟังได้เร็ว ด้วยวิธีกลั้นหายใจ ปล่อยลมหายใจ
เนื่องจากศูนย์สอบโทอิค ETS เป็นศูนย์สอบเชิงการค้า จะมีข้อสอบListening ที่เร็วที่สุดในโลกตอนนี้แล้ว ดังนั้น ตำราหรือเอกสารที่ขายตามท้องตลาดเกือบทั้งหมด ไม่น่าจะมีความเร็ว Listening ในแบบฝึกหัดเท่ากับข้อสอบจริงในศูนย์สอบ ด้วยเหตุผลการจัดศูนย์สอบเชิงการค้า
นวตกรรมการที่ อ. แยกเสียงสำเนียงฝรั่งให้ฟัง ทำลายอุปสรรคสำเนียงฝรั่งที่เป็น Noise การฟังด้วยทักษะระดับประโยค จึงเป็นเทคนิคที่ปรับจาก เทคนิค นร ต่างชาติ เพื่อรับมือการฟังที่เร็วที่สุดในโลกโดยเฉพาะ
ดังนั้น การสอนประเภทกางอ่านสอนแต่แบบฝึกหัด กางอ่านเฉลย แล้วเรียนแบบจำกัดชั่วโมงเพียงไม่กี่ชั่วโมง โดยที่ไม่มีการเรียนลงลึกไวยากรณ์และทักษะระดับประโยคผ่านรูปประโยคที่หลากหลายระดับหลายร้อยข้อขึ้นไปหรือไม่มีสอนไวยากรณ์กับทักษะระดับประโยคควบคู่ Built-in ไปกับคอร์ส TOEIC หรือ IELTS ด้วย โดยไม่เสียเงินเพิ่ม หรือ รวมถีงอ่านแต่แบบฝึกหัดแต่ไม่มีเทคนิควิเคราะห์ศัพท์ Unseen
ดังนั้น นร ที่ผ่านการสอนแบบจำกัดชั่วโมงแบบไม่ลงลึกกางอ่านแต่แบบฝึกหัด สรุปว่า นร เหล่านั้น ไม่น่าจะมีความรู้ด้านทักษะระดับประโยคและรูปแบบประโยคเพียงพอกับการพัฒนาทักษะการฟังถอดรูปประโยค และ ไม่น่าจะรับมือการฟังที่เร็วที่สุดในโลกแบบ TOEIC หรือ ข้อสอบ IELTS ที่ยากขึ้น หรือ ไม่น่าจะทำทันในการอ่าน Reading แบบ Double Passage ที่มีโอกาสมากกว่า 15 Passage ขึ้นไปภายในระยะเวลา 45ถึง 50 นาที เมื่อทำข้อยากโทอิคไม่ได้ คะแนน Percentile Rank ไม่ขึ้น ก็จะเป็นฐานทำให้คนที่ฝึกลงลึกแล้วทำข้อยากโทอิคได้ ใช้เหยียบเป็นฐานและทำคะแนนก้าวกระโดดเพราะได้คะแนน Percentile Rank ที่สูงกว่าเป็นโบนัสไปเลย
2. ระบบการพัฒนาการฟังลงลึกด้วยการทำลาย Halo Effect ก่อน 4 วินาที และ ทำลาย Noise การฟัง ด้วยการใช้ทักษะระดับประโยคและไวยากรณ์บางเรื่อง ( Halo Effect คือ การฟังแล้วไม่สามารถแปลภาษาไทยตามอัตโนมัติได้อย่างครอบคลุม หรือ ฟังแล้วสมองว่าง หรือ จับคำได้เป็นหย่อมๆ หรือได้คำสุดท้าย แต่ไม่สามารถสรุปความหมายของประโยคที่ฟังได้ )
แตกต่างจากระบบการสอนการฟังที่ติวแบบสบายคนติว เช่น แตกต่างจากการกางตำราหรือกางเฉลยอ่านให้ นร ฟัง ซึ่ง นร กางอ่านเองที่บ้านก็ได้
หรือ การโยน Tape Script การฟังให้กับ นร อ่านไปพร้อมๆกับฟัง ซึ่งตอนสอบ IELTS หรือ TOEIC ไม่มี Tape Script ให้ นร อ่าน คนที่ฝึกแบบนี้ จะถูกทำลายความมั่นใจในการฟังในตอนสอบจริงมากกว่า 90 % และจะรู้ตัวก็ต่อเมื่อเริ่มสอบจริงๆไปแล้ว ....
หรือ การบอกให้ นร จิกคำที่ฟังตามความพอใจ ตามความคุ้น คุ้นคำไหนก็จิกคำนั้น แต่ปริมาณคำที่จิกได้ต่อหนึ่งประโยคมีน้อยมาก อาจแค่หนึ่งสองหรือสามคำ เมื่อเทียบกับหนึ่งประโยคที่มีโอกาสยาวถึง 25 ถึง 40 คำ แล้วบอกให้ นร สรุปความหมายไปเอง หรือ มั่วความหมายไปเลย
โดยที่ นร ที่ขาดประสบการณ์และชั่วโมงบินการฟัง จะไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างคำที่จิกได้เป็นหย่อมๆ ไม่รู้ว่าคำที่จับเป็นหย่อมๆ เป็นตำแหน่งใดของประโยคและคำประเภทใด และ สัมพันธ์กับคำอื่นๆ อย่างไร แล้วม้นจะแปลภาษาไทยตามโดยอัตโนมัติอย่างครอบคลุม Keyword ได้อย่างไร
ถ้าระบบการเรียนการฟังที่แค่สรุปความหมายไปเอง ประมาณความหมายไปเอง มั่วความหมายไปเลย ผิดก็ช่างมัน จะทำให้มีผลต่อการยากต่อการพัฒนาการฟัง และ จะทำลายความน่าเชื่อถือตัวเอง ต่อ นายจ้าง นายจ้างจะไม่กล้าเชิญเข้าห้องประชุม มาจดข้อมูลจากการฟังฝรั่งที่เข้ามาร่วมประชุม หรือ ไม่กล้าลงทุนมากเพื่อส่งไปสัมมนาต่างประเทศให้จดข้อมูลกลับมาสอนคนในองค์กร
หรือ ทำให้สอบคะแนน IELTS , TOEIC ยังไงก็ไม่ขึ้น และ ซ้ำร้าย คนที่ฝึกการฟังถูกวิธี ฟังได้ และ ทำข้อยากการฟังได้ จะใช้คนที่ฝึกผิดวิธีเป็นฐานเหยียบขึ้นไป ทำให้ได้คะแนน Percentile Rank ของ TOEIC แบบฟรีๆ มาเป็น Bonus เสริมตัวเอง ทำให้คนฝึกผิดวิธี อย่างไรคะแนนก็ขึ้นยากอย่างแน่นอน
3. ขั้นตอน How To ลงลึก การฟัง การอ่าน และ การทำสอบไวยากรณ์ และ ศัพท์ ของข้อสอบ รีดีไซน์ TOEIC หรือ IELTS
4. การพัฒนาแนวทางระบบการสอนพัฒนาศักยภาพทางภาษาในระบบแนวคิด 10 อย่าง
5. นวตกรรมการแยกเสียงสำเนียงฝรั่งที่ฟังยาก ( อมเสียง หดเสียง ลากเสียง ฯลฯ ) เพื่อรับมือการฟังเร็วที่สุดของ โทอิคชุดยาก Redesigned Test และ ข้อสอบ IELTS ที่ยากขึ้น โดยที่ อ. จะแยกสำเนียงฝรั่งให้ นร ฟังเพื่อเพิ่มประสบการณ์กับการรับมือการฟังเร็ว กับ รูปแบบประโยคที่มีการอมเสียงหดเสียงลากเสียงเสียงเหมือนเสียงคล้ายเสียงหลอน มากกว่า 500 รูปแบบประโยค ทำให้ นร สถาบันมีคะแนนก้าวกระโดดการฟังและคะแนนไม่มีวันถอยหลังอีก .... : )
6. เทคนิคการเดาศัพท์ Unseen สำหรับ สอบใน Part Sentence Completion และ Text Completion ด้วยการใช้เทคนิคการเทียบรากที่ นร ต่างชาติใช้ และ การใช้เทคนิค Reverse Keyword หา Key Word ในบทความ Reading เพื่อช่วยเดา Unseen Vocab ได้ดียิ่งขึ้น
7. เทคนิคต่อยอด Writing สู่การ Speaking
8. การพัฒนาระบบสอนการเขียน Paragraph ของสถาบัน กับ การเขียน 8 เชิง
9. เทคนิคช่วยลดความเสี่ยงการทำสอบ ลดการกามั่วลง ยกระดับ การเทียบ Key Word และ ตัด Choice
10. นวตกรรมการทำลายอุปสรรคการอ่าน เดาศัพท์ Unseen ด้วยเทคนิคใช้ Key Word ย้อนกลับในประเด็น หรือ Reverse Keywords มันเป็นทักษะที่ นร ต้องฝึกอย่างคล่องแคล่วในบทความที่หลากหลายทั้ง Single และ Double Passage
11. นวตกรรมลงลึกการผ่าโครงสร้างคำศัพท์ ด้วยทฤษฏีสมอง หรือ One-on-One Testing Vocabulary Technique
12. นวตกรรมลงลึกการฟังภาษาอังกฤษด้วยทฤษฏีสมองฟังแล้วถอดเป็นประโยค หรือ Prediction in Advance Technique
13. นวตกรรมยกระดับการเขียนภาษาอังกฤษแบบก้าวกระโดด หรือ Sentence-to-sentence Jigsaw Technique
14. นวตกรรมเรียนไวยากรณ์ผ่านรูปแบบและทักษะระดับประโยค หรือ Total Teaching
15. นวตกรรมประยุกต์ทฤษฏีสมองทำลายอุปสรรคสมองเพื่อลงลึกการฟัง หรือ How To ของ นร ต่างชาติ ที่ใช้ฝึกไม่มีในเมืองไทย
16. วิเคราะห์หลุมพรางสอบมากสุดในประเทศไทย อัพเดทเรื่อยๆ
17. สถาบันพัฒนาสูตรพยากรณ์คะแนนโทอิคล่วงหน้าโดยเก็บคะแนนจากการสอบจริงรีดีไซน์ของ นร สถาบัน ทุกชั่วโมง อาจารย์จะมีสูตรคำนวณ 4,3,2,1 / 250 - 445 ซึ่งคำนวณพยากรณ์คะแนนสอบโทอิคของ นร. ให้ผลได้ใกล้เคียงกับ สูตรคิดคะแนนถ่วงน้ำหนักข้อสอบโทอิคของศูนย์สอบโทอิค ETS ในปัจจุบัน
18. นวตกรรม Sentence-To-Sentence พัฒนาคะแนนการเขียน ด้วยวิธี มีรูปแบบประโยคสำเร็จรูปเพียงมาต่อจิ๊กซอว์รูปประโยคบวกกับ เรียนไวยากรณ์ ผ่านรูปประโยคเพียงบางเรื่อง เช่น Connecting Words , Preposition , Participial , Adjective Order , Adjective Formation , Active in Meaning , Passive in Meaning ,Pronoun , Noun Determiner และ อีกบางเรื่อง ก็เพียงพอ กับการพัฒนาการเขียน ตามเกณฑ์ของ โทอิค และ IELTS เพื่อพัฒนาการเขียนย่อหน้า หรือ Paragraph ทั้งหมด 8 เชิงความหมาย ได้แก่
การเขียนเชิงยกตัวอย่าง , การเขียนแสดงเหตุผล , การเขียนอธิบายกระบวนการ , การเขียนแสดงเปรียบเหมือนเปรียบต่าง , การเขียนให้คำจำกัดความ , การเขียนแบบจัดประเภทหรือจัดกลุ่ม , การเขียนเชิงบรรยาย , การเขียนเชิงเล่าเรื่อง , การเขียนเชิงโต้แย้ง
19. กระผมในฐานะเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยที่เป็นการสอนมืออาชีพระดับอุดมศึกษา ( ลาศึกษาต่อ ) อยากกล่าวว่า จะเป็นเรื่องที่น่าเศร้าและน่าเสียดายสำหรับการศึกษาประเทศไทย ที่ติวเตอร์ไม่ได้ให้ความรู้ภาษาอังกฤษผ่านไปในเว็ป หรือ ใน Social Network เช่น facebook.com หรือ twitter.com ซึ่งทำเพียงประชาสัมพันธ์โฆษณาขายคอร์สทุกวัน และอยากเชิญชวนอาจารย์มหาวิทยาลัยมาให้ความรู้ผ่าน twitter.com ด้วย ซึ่ง อาจารย์เกรียงศักดิ์ ได้เริ่มให้ความรู้ภาษาอังกฤษผ่าน twitter.comใน Login : Socialtoeicguru ได้มานานพอควรแล้ว โดยที่ อ. ได้อธิบายรูปประโยคภาษาอังกฤษที่ นร ไทยนิยมใช้สื่อสาร แต่เป็นรูปประโยคที่เยิ่นเย้อ หรือ เป็นรูปประโยคที่ไม่ขยายความ ซึ่งฝรั่งไม่นิยมใช้ รวมถึง อธิบายว่า แล้วที่รูปประโยคที่ฝรั่งใช้ นิยมรูปประโยคอะไร ทั้งในภาษาเขียนและภาษาพูด นอกจากนี้ อ. น่าจะเป็นเพียง อ. ไม่กี่คนที่ให้ความรู้ผ่าน twitter.com เท่าที่ทราบก็คือ พี่แอนดรูบิ๊คส์ ของ เนชั่น เท่านั้น .... : )
20. ล่าสุด นวตกรรม Writing-To-Placement เพื่อพัฒนาคะแนนการพูดของ IELTS , TOEIC แบบก้าวกระโดด คือ ....
การเลือกรูปประโยค&ไวยากรณ์ที่สั้นกระชับให้สอดคล้องเข้ากับตำแหน่งคำในประโยค 4ตำแหน่ง โดยที่ สถาบันมีรูปแบบประโยคที่ฝรั่งนิยมใช้พูดเป็นรูปแบบที่กระชับและไม่เยิ่นเย้อ ทั้งภาษาที่ฝรั่งนิยมใช้ หรือ ภาษาเขียน หรือ ภาษา Business English เป็นระดับพันรูปแบบ เลือกมาใช้เจาะลึกลงในแต่ละตำแหน่งคำในประโยค ตั้งแต่ ประธาน ภาคแสดง ส่วนเติมเต็ม กรรม ส่วนขยายประโยค ผสมผสานการเลือกไวยากรณ์และทักษะระดับประโยค
นั่นคือ ฝึกการเขียนและการพูด ด้วยวิธีพัฒนาการเขียนให้มี Grammartical Accuracy มากขึ้น ด้วยการใช้ชิ้นส่วนประโยคระดับเป็นพันรูปแบบที่ลงลึกกว่ารูปแบบประโยคเจาะลึกไปที่ตำแหน่งในประโยค ใช้ในการฝึกพูด จนเกิดทักษะการเลือกใช้รูปแบบประโยคได้เร็วและมีประสิทธิภาพ การเขียนจะพัฒนาขึ้นแบบก้าวกระโดดตามมา
ทำให้ทำลายอุปสรรคการพูด หรือ Halo Effect การพูด ก่อน 4 วินาที ได้แก่ เปลี่ยนการแปลไทยหนึ่งคำเป็นอังกฤษหนึ่งคำแบบคำต่อคำ เป็นการเลือกรูปประโยค ทักษะระดับประโยค ไวยากรณ์ มาใช้ได้เลยก่อน 4 วินาที
สอดคล้องกับการผ่านเกณฑ์การพูดและการเขียนของ IELTS , NEW TOEIC คือ การเลือกใช้คำศัพท์ที่เหมาะสม , การเลือกรูปประโยคที่หลากหลายกับไวยากรณ์หลายเรื่อง , การเลือกใช้สำนวน , Collocation , Lexicon และ อื่นๆ
21. การปรับแต่งรูปประโยค ( Adjusted-To-Placement )
ที่ใช้ทำลาย Halo Effect การพูด ทำลายความเคยชินของ นร ไทย ที่ชอบแปลไทยหนึ่งคำเป็นอังกฤษหนึ่งคำ ทำให้ความหมายเพี้ยนหรือพูดช้ากว่า 10 วินาที เป็นวิธีที่ทำให้ นร ที่มีพื้นฐานพูดภาษาอังกฤษในรูปแบบประโยคที่หลากหลายได้ในระยะเวลาอันสั้น และ ผ่านการทดสอบแบบ Paraphrase Testing ได้อย่างก้าวกระโดดและรวดเร็ว เพื่อใช้สอบ TOEIC , IELTS
( เทคนิค Paraphrase คือ การแปลภาษาไทยจากประโยคสั้น กลาง ยาว ให้กลายเป็นประโยคภาษาอังกฤษ โดยเลี่ยงการแปลไทยคำเป็นอังกฤษหนึ่งคำ และ เลี่ยงแนวคิด Perfectionist ต้องแปลให้เหมือนภาษาไทยโดยยังบีบตัวเองจำกัดทางเลือกในรูปประโยคภาษาอังกฤษที่ตัวเองใช้อยู่ )
#### เกณฑ์ของสถาบันที่ใช้สอบทุกสองชั่วโมงกับ นร การันตีคะแนนก้าวกระโดด โดยที่ นร ไม่ต้องผ่านทุกเกณฑ์ คะแนนจะเพิ่มขึ้นอย่างมีพัฒนาการ แต่ นร ต้องใช้นวตกรรมที่ปรับจากเทคนิคการเรียนภาษาของ นร ต่างชาติ ลงลึกการฟังอ่านทักษะระดับประโยคไวยากรณ์ศัพท์ อย่างต่อเนื่องไม่ฝึกผิดวิธี ###
1. ถ้า นร สามารถผ่านเกณฑ์ ในการถอดรูปประโยค Short Talk ได้สอง Short Talk โดยที่อาจารย์เขียนบนกระดาน ภายในการเรียนหนึ่งคาบ นั่นคือ มาตรฐานของ นร สถาบันที่ได้คะแนนการฟังเกิน 360 แน่นอน ( แต่ นร กลับไปบ้านฝึกเองห้ามเขียนลงในกระดาษเพราะทำให้สอบจริงทำไม่ได้ )
2. การสอบข้อสอบนิวโทอิค Part การฟัง ในPart ใด ทุกสองชั่วโมงที่สถาบัน นร คนใดที่สามารถทำคะแนนเกาะได้ 20 ข้อ จาก 30 ข้อ นั่นคือ คะแนนมาตรฐานแค่ครึ่งหนึ่ง ที่สถาบันกำหนดในสูตรพยากรณ์คะแนนโทอิคล่วงหน้า แต่ถ้าใครสามารถทำได้เกาะอยู่ที่ 20 ถึง 25 ข้อ แสดงว่า เป็นเกณฑ์ของ นร สถาบันที่ผ่านมาที่ทำให้ได้คะแนนการฟังมากกว่า 360 ถ้าเกาะที่ 25 ข้อจาก 30 ข้อในการสอบนิวโทอิคจริงในแต่ละ Part การฟัง ติดกันมากกว่า 4 ครั้ง นั่นคือ คะแนนของ นร สถาบันที่ได้เกิน 400 แต้ม
3. นร สถาบัน คนใดที่ ทำลาย Halo Effect และ สามารถถอดรูปประโยคได้อย่างต่ำ 70 % ภายใน 4 วินาที จากการที่อาจารย์เกรียง แยกสำเนียงฝรั่งแบบอมเสียงหดเสียงลากเสียงเสียงเหมือนเสียงคล้าย กับประโยคระดับความยาวมาก ภายในครั้งแรกที่แยกสำเนียง ถ้า ...ภายในครั้งแรก นั่นคือ นร สถาบันคนนั้น จะได้คะแนนเกิน 400 แต้มแน่นอน ไม่ช้าก็เร็ว
4. นร สถาบันคนใดที่สามารถทำคะแนนสอบ Reading โดยใช้ เทคนิค Reverse Keyword มาช่วยเดา Unseen Vocabulary ได้อย่างคล่องแคล่วและเร็ว รวมถึง การแบ่งตำแหน่งประโยคช่วงอ่าน Skimming และ จิ้มคำระบุ Part of speech ในช่วง Scanning ได้ และ ทำสอบการอ่านนิวโทอิคจับเวลาจริงได้คะแนนเลยครึ่งหนึ่งโดยเฉลี่ยทุกครั้งที่สอบ มีโอกาสได้คะแนนเลย 300 จาก 495 แน่นอน จากประจักษ์พยาน นร สถาบันที่เว็ปบอร์ด www.krugrienktutor.com
5. นร สถาบันคนใดที่สามารถทำคะแนนสอบส่วน Text Completion และ Sentence Completion ที่เป็น การถาม Unseen Vocab มากกว่าจำนวนข้อครึ่งหนึ่งที่นิวโทอิคมีในชุดนั้น ก็สามารถมีโอกาสได้คะแนนเลย 300 จาก 495 แน่นอน จากประจักษ์พยาน นร สถาบันที่เว็ปบอร์ด www.krugrienktutor.com
และ นร สถาบันแทบทุกคนที่เรียนต่อเนื่อง จะแข็งแกร่งด้านทักษะระดับประโยคและไวยากรณ์อยู่แล้ว เพราะเรียนไวยากรณ์ผ่านรูปประโยคมากกว่า 2000 รูปแบบ เพราะ สถาบันมีระบบเรียนไวยากรณ์แล้วทำให้ นร สถาบัน ไม่ลืม มีระบบการทบทวน Scanning จิ้มคำในโครงสร้างประโยค และ มีการทบทวนไวยากรณ์ผ่านโครงสร้างประโยคทุกครั้งและผ่านการเรียนลงลึก Reading ด้วย เพื่อมิให้ นร ไทย ต้องมีสูญเสียเงินมหาศาลและเวลามากมายกับการเรียนไวยากรณ์ระบบเดิมที่เรียนแล้วเสียเงินยิ่งมาก ยิ่งเรียน ยิ่งลืม ยิ่งเอาไปใช้ไม่ได้ เรียนจนคิดว่าพร้อมแต่ก็ไม่พร้อมสักที .... : )
แบบที่ นร ต่างชาติ อินเดีย บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ ฮ่องกง จีน เวียดนาม ฯลฯ ที่เรียนกัน ที่พวกเขาใช้ไวยากรณ์ประยุกต์พูดฟังอ่านเขียนได้ไม่กี่เดือน และ เรียนแล้วไม่ลืม .... : )
( โปรดติดตาม Update เรื่อยๆ ) ถึงข้อที่ 6 ได้แก่ หลักสูตร :
เรียนไม่จำกัดชั่วโมงเรียนฉบับพิเศษ , เร่งสอนเร่งสอบได้ , และ คอร์สพื้นฐานเรียนแบบไม่จำกัดชั่วโมง , ไพรเวทตัวต่อตัว , บัดดี้มีส่วนลด
แบ่งประเภทหลักสูตรเป็น 6 กลุ่ม ประเภท
( รวมหมายเหตุข้างล่างที่เป็นหัวข้อการปูพื้นเร่งเรียนเร่งสอบแก่ นร )
ได้แก่
6. คอร์สพัฒนา Speaking เพียงอย่างเดียว เพื่อเพิ่มคะแนนสอบ IELTS และ เพื่อให้ นร เตรียมตัวสัมภาษณ์งานภายหลังสอบโทอิคได้คะแนนตามเกณฑ์ โดยใช้นวตกรรม Analogy - To - Business English
ราคาคอร์ส : call
ลักษณะ : ไพรเวทตัวต่อตัว หรือ บัดดี้มีส่วนลด เหมาะกับผู้ที่มีพื้นฐานอ่อน ต้องการเอาใจใส่ และ เร่งสอบ โดยเรียนไพรเวท 110 ชม
เอกสารประกอบการเรียน : นร สามารถเลือกซีรอกซ์ด้วยตัวเองได้ จาก 9 เล่ม แต่ซีดีอาจมีการเพิ่มเติมให้ในส่วนของข้อสอบ TOEIC ใน Internet
---------------------------------------------------------------
5. ( ใหม่ ) หลักสูตรของเพิ่มคะแนนสอบ TOEIC แบบไพรเวท หรือ บัดดี้มีส่วนลด และ บวก คอร์ส TOEIC ไม่จำกัดชั่วโมง แต่เร่งสอนเร่งสอบได้
ลักษณะคอร์ส :
เนื่องจาก นร. ต้องสอบให้ได้ ด้วยความจำเป็นในเรื่องการสมัครงาน หรือ ระเบียบการทำงานของ พนักงานในหลายแห่ง จะเป็นลักษณะปูพื้นฐานเก็งรูปแบบประโยค ผ่านระบบ Total Teaching โดยเรียนไวยากรณ์ผ่านรูปแบบโครงสร้างประโยค เป็นเทคนิคเดียวกันกับพัฒนาไวยากรณ์คนเวียดนาม ต่อยอดพูดฟังอ่านเขียน ภายใน 6 เดือน แตกต่างจากสถาบันอื่นบางแห่งที่คิดคอร์สเรียนไวยากรณ์แยกต่างหาก แต่สถาบันครูเกรียงผนึกรวมปูพื้นไวยากรณ์กับคอร์สโทอิคเลย แต่เป็นการปูพื้นบางส่วนควบคู่กันไป มิใช่ปูพื้นทุกบทเต็มเหมือนกับ คอร์สปูพื้นไวยากรณ์ Basic & Advance Grammar ในหลักสูตรที่ 5
รวมถึง ระบบ Total Teaching พัฒนา ศัพท์ Word Choice Word Form ต่อยอด การฟัง การอ่าน เป็นส่วนใหญ่
ระบบการสอน มีลักษณะ มีการปูพื้น บอกเทคนิคการทำสอบ ฝึกเทคนิคการฟัง การอ่าน อุ่นเครื่องพร้อมก่อน สอบจริงคิดคะแนนจริงทุกสองชั่วโมง แต่ไม่รีบสรุประดับการพัฒนาทักษะของนักเรียน เพราะต้องดู ค่าเฉลี่ยจากการสอบหลายครั้งเท่านั้นและรอเวลานักเรียนพัฒนาตัวเอง
การอุ่นเครื่องใช้ / How To 22 ขั้นตอนทำลายอุปสรรคการฟัง / How To 16 ขั้นตอนทำลายอุปสรรคการอ่าน / How To 9 ขั้นตอนการทำสอบ Sentence Completion และ Cloze Test
รวมถึง การเลือกเก็งรูปแบบประโยค ทักษะระดับประโยค และ ไวยากรณ์ที่เป็น บทยอดนิยมบางบท ที่ใช้ในการพูดฟังอ่านเขียน และ ใช้ทฤษฏีสมองในการยกระดับระบบคิดพัฒนา Proficiency ทางภาษาอังกฤษ
รวมถึง มีการทำลายอุปสรรค ตัว นร ในการ พูดฟังอ่านเขียน เป็นลักษณะโค้ชชิ่งรายบุคคล ภายหลังการสอบจริง ทุกสองชั่วโมง
ราคาคอร์ส : 10999 บาท
ลักษณะ : ไพรเวทตัวต่อตัว หรือ บัดดี้มีส่วนลด เหมาะกับผู้ที่มีพื้นฐานอ่อน ต้องการเอาใจใส่ และ เร่งสอบ โดยเรียนไพรเวท 110 ชม และ บวกคอร์สโทอิค เรียนไม่จำกัดชั่วโมง ฟรี เพิ่มให้
เอกสารประกอบการเรียน : นร สามารถเลือกซีรอกซ์ด้วยตัวเองได้ จาก 9 เล่ม แต่ซีดีอาจมีการเพิ่มเติมให้ในส่วนของข้อสอบ TOEIC ใน Internet
สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม : การลงคอร์ส TOEIC จะได้เรียนไวยากรณ์ผ่านรูปประโยค 2000 รูปแบบ ทั้ง Basic และ Advance Grammar
---------------------------------------------------------------
4. ( ใหม่ ) หลักสูตรคอร์สพื้นฐาน Basic & Advance Grammar ใช้นวตกรรมเรียนไวยากรณ์ผ่านรูปประโยค 2000 รูปแบบ ครบทั้งระดับพื้นฐานและระดับต่อยอดเป็นเทคนิคที่ นร. ต่างชาติเรียนกัน เพราะเป็นคอร์สพื้นฐานเรียนไม่จำกัดชั่วโมง แบบเดียวในประเทศไทย เสริมความมั่นใจผู้เรียนก่อนลงลึกพูดฟังอ่านเขียน TOEIC , TOEFL , IELTS รวมถึง การเรียนศัพท์กับตำราศัพท์ 10000 คำ ด้วยเทคนิคระบบสมอง
ลักษณะคอร์ส :
เนื่องจาก นร. ต้องสอบการพูดฟังอ่านเขียนให้ได้ แต่หลายคนขาดความมั่นใจ เพราะคิดว่า ต้องรู้ทักษะระดับประโยค หรือ Sentence Skill และ ไวยากรณ์ ก่อนที่จะลงลึกการพูดฟังอ่านเขียน ของ TOEFL , IELTS , TOEIC คอร์สนี้จึงเปิดมาด้วยความจำเป็นในเรื่องการปูพื้นฐานเก็งรูปแบบประโยค ผ่านระบบ Total Teaching โดยเรียนไวยากรณ์เพียงอย่างเดียวโดยยังไม่ลงลึกพูดฟังอ่านเขียน เมื่อ นร คิดว่า พร้อมค่อยลงคอร์สลงลึกเตรียมตัวสอบพูดฟังอ่านเขียนภายหลังได้ โดยเรียนไวยากรณ์ผ่านรูปแบบโครงสร้างประโยค เป็นเทคนิคเดียวกันกับพัฒนาไวยากรณ์คนเวียดนาม ต่อยอดพูดฟังอ่านเขียน ภายใน 6 เดือน
รวมถึง การเลือกเก็งรูปแบบประโยค ทักษะระดับประโยค และ ไวยากรณ์ที่เป็น บทยอดนิยมบางบท ที่ใช้ในการพูดฟังอ่านเขียน และ ใช้ทฤษฏีสมองในการยกระดับระบบคิดพัฒนา Proficiency ทางภาษาอังกฤษ
ราคาคอร์ส : หลักสูตรราคา 7499 บาท เป็นคอร์สพื้นฐานเรียนแบบไม่จำกัดชั่วโมง ที่แรกในประเทศไทย เพื่อต่อยอดสู่คอร์ส TOEIC , TOELF , IELTS ต่อไป
คอร์สนี้ เหมาะกับ ประการแรก คือ ผู้ที่ยังอยากเรียนภาษาอังกฤษไปเรื่อยๆ ยังไม่ได้มีเป้าหมายในการสอบ IELTS , TOEFL , TOEIC ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่ต้องการพัฒนาทักษะระดับประโยค และ ไวยากรณ์ โดยต้องการปูพื้นไปก่อนเรื่อยๆ ประการที่สอง คือ ผู้ที่อยากเตรียมทักษะภาษาอังกฤษตัวเองให้มีความพร้อมกับการเรียนต่อในระดับ International หรือ ระดับมหาวิทยาลัย ....
เอกสารประกอบการเรียน : เรียนไม่จำกัดชั่วโมง ตำรา 9 เล่ม ซึ่ง นร จ่ายค่าซีรอกซ์ตามจริง โดยที่ นร เลือกได้ ได้แก่
1. มี Basic Grammar ทฤษฏี 1 เล่ม 2. มี Advance Grammar ทฤษฏี 1 เล่ม 3. มีแบบฝึกหัด Basic & Advance Grammar อย่างง่าย 1 เล่ม 4. มีศัพท์ที่เป็น Word Form ถอดมาจาก Dictionary 1 เล่ม 5 มีศัพท์ที่เป็น Word Choice 1 เล่ม 6. มีศัพท์ที่ระดับ Advance ตั้งแต่ A-K 1 เล่ม 7. มีศัพท์ที่ระดับ Advance ตั้งแต่ J-Z 1 เล่ม 8. มีศัพท์พื้นฐานที่ใช้สอบ TOEIC 1 เล่ม หมายเหตุ : ศัพท์ที่รวบรวมมีมากกว่า 10,000 คำ 9. ไวยากรณ์ผ่านรูปประโยค 2000 ชุด รวมถึง เทคนิคเบื้องต้นเรียนลงลึกการฟังการอ่าน 1 เล่ม
หมายเหตุ : ถ้า นร จะไม่เอา 8 เล่มแรก อย่างน้อย นร ต้องมีเล่มที่ 9 โดยที่ มีซีดีฟรีที่เป็นข้อสอบโทอิค จาก Internet สองโปรแกรม กับ ซีดีช่วยฟัง Listening ที่ใช้ฝึกฟังยาวแบบถอดประโยค รวมถึง ฟรีชีตสอบทุกสองชั่วโมง
---------------------------------------------------------------
3. หลักสูตรของเพิ่มคะแนนสอบ TOEIC นร. แต่ต้องการสอบภายใน 15 วัน เรียน ไม่จำกัดชั่วโมง แต่เร่งสอนเร่งสอบภายใน 15 วัน
ลักษณะคอร์ส :
เนื่องจาก นร. ต้องสอบให้ได้ ด้วยความจำเป็นในเรื่องการสมัครงาน หรือ ระเบียบการทำงานของ พนักงานในหลายแห่ง จะเป็นลักษณะปูพื้นฐานเก็งรูปแบบประโยค ผ่านระบบ Total Teaching
โดยเรียนไวยากรณ์ผ่านรูปแบบโครงสร้างประโยค เป็นเทคนิคเดียวกันกับพัฒนาไวยากรณ์คนเวียดนาม ต่อยอดพูดฟังอ่านเขียน ภายใน 6 เดือน แตกต่างจากสถาบันอื่นบางแห่งที่คิดคอร์สเรียนไวยากรณ์แยกต่างหาก แต่สถาบันครูเกรียงผนึกรวมปูพื้นไวยากรณ์กับคอร์สโทอิคเลย แต่เป็นการปูพื้นบางส่วนควบคู่กันไป มิใช่ปูพื้นทุกบทเต็มเหมือนกับ คอร์สปูพื้นไวยากรณ์ Basic & Advance Grammar ในหลักสูตรที่ 5
รวมถึง ระบบ Total Teaching พัฒนา ศัพท์ Word Choice Word Form ต่อยอด การฟัง การอ่าน เป็นส่วนใหญ่
ระบบการสอน มีลักษณะ มีการปูพื้น บอกเทคนิคการทำสอบ ฝึกเทคนิคการฟัง การอ่าน อุ่นเครื่องพร้อมก่อน สอบจริงคิดคะแนนจริงทุกสองชั่วโมง แต่ไม่รีบสรุประดับการพัฒนาทักษะของนักเรียน เพราะต้องดู ค่าเฉลี่ยจากการสอบหลายครั้งเท่านั้นและรอเวลานักเรียนพัฒนาตัวเอง
การอุ่นเครื่องใช้ / How To 22 ขั้นตอนทำลายอุปสรรคการฟัง / How To 16 ขั้นตอนทำลายอุปสรรคการอ่าน / How To 9 ขั้นตอนการทำสอบ Sentence Completion และ Cloze Test
รวมถึง การเลือกเก็งรูปแบบประโยค ทักษะระดับประโยค และ ไวยากรณ์ที่เป็น บทยอดนิยมบางบท ที่ใช้ในการพูดฟังอ่านเขียน และ ใช้ทฤษฏีสมองในการยกระดับระบบคิดพัฒนา Proficiency ทางภาษาอังกฤษ
รวมถึง มีการทำลายอุปสรรค ตัว นร ในการ พูดฟังอ่านเขียน เป็นลักษณะโค้ชชิ่งรายบุคคล ภายหลังการสอบจริง ทุกสองชั่วโมง
ราคาคอร์ส : 7499 บาท
ลักษณะ : คอร์ส รวม แบบ ไม่จำกัดชั่วโมง ไม่ใช่ ไพรเวทตัวต่อตัว หรือ บัดดี้มีส่วนลด
เอกสารประกอบการเรียน : นร สามารถเลือกซีรอกซ์ด้วยตัวเองได้ จาก 9 เล่ม แต่ซีดีอาจมีการเพิ่มเติมให้ในส่วนของข้อสอบ TOEIC ใน Internet
สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม : การลงคอร์ส TOEIC จะได้เรียนไวยากรณ์ผ่านรูปประโยค 2000 รูปแบบ ทั้ง Basic และ Advance Grammar ---------------------------------------------------------------
2. ( ปรับปรุง ) หลักสูตร Business Speaking & Writing ต่อยอดเพื่อสอบ TOEIC แนวใหม่
( ที่ศูนย์โทอิคเปิดสอบอยู่แต่เป็นระบบทดลอง ) เรียนไม่จำกัดชั่วโมง สามาถเร่งสอบเร่งสอนได้ สอนโดยระบบ Business Speaking Writing Total Teaching ต่อยอดจากระบบ Total Teaching เดิม
รวมถึง มีการทำลายอุปสรรค ตัว นร ในการ พูดฟังอ่านเขียน เป็นลักษณะโค้ชชิ่งรายบุคคล ภายหลังการสอบจริง ทุกสองชั่วโมง
ราคาคอร์ส : 10,999 บาท
( ขึ้นกับลักษณะการสอบ Speaking , Writing ของ นร. ว่าเป็นแบบมาตรฐานใด คุยกับ นร. ภายหลังอีกครั้ง )
ลักษณะ : ไพรเวทตัวต่อตัว หรือ บัดดี้มีส่วนลด 110 ชม และ บวกคอร์สลงลึกฟังอ่านไม่จำกัดชั่วโมง
เอกสารประกอบการเรียน : นร สามารถเลือกซีรอกซ์ด้วยตัวเองได้ จาก 9 เล่ม แต่ซีดีอาจมีการเพิ่มเติมให้ในส่วนของข้อสอบ TOEIC ใน Internet
สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม : การลงคอร์ส TOEIC จะได้เรียนไวยากรณ์ผ่านรูปประโยค 2000 รูปแบบ ทั้ง Basic และ Advance Grammar
---------------------------------------------------------------
1. ( ปรับปรุง ) หลักสูตรของเพิ่มคะแนนสอบ IELTS นร. เรียนไพรเวทตัวต่อตัว แบบ 110 ชม. ปูพื้น Basic & Advance Grammar ฟรี และ บวกคอร์สลงลึก นวตกรรมพัฒนาการ ฟัง + อ่าน แบบ ไม่จำกัดชั่วโมง ให้ฟรี แต่เร่งสอนเร่งสอบได้
ลักษณะคอร์ส :
เนื่องจาก นร. ต้องสอบให้ได้ ด้วยความจำเป็นในการศึกษาต่อ หรือ ใช้เป็นมาตรฐานสำเร็จการศึกษา ปริญญาตรีหรือโท จะเป็นลักษณะปูพื้นฐานเก็งรูปแบบประโยค ผ่านระบบ Total Teaching โดยเรียนไวยากรณ์ผ่านรูปแบบโครงสร้างประโยค เป็นเทคนิคเดียวกันกับพัฒนาไวยากรณ์คนเวียดนาม ต่อยอดพูดฟังอ่านเขียน ภายใน 6 เดือนแตกต่างจากสถาบันอื่นบางแห่งที่คิดคอร์สเรียนไวยากรณ์แยกต่างหาก แต่สถาบันครูเกรียงผนึกรวมปูพื้นไวยากรณ์กับคอร์สโทอิคเลย แต่เป็นการปูพื้นบางส่วนควบคู่กันไป มิใช่ปูพื้นทุกบทเต็มเหมือนกับ คอร์สปูพื้นไวยากรณ์ Basic & Advance Grammar ในหลักสูตรที่ 5
รวมถึง ระบบ Total Teaching พัฒนา ศัพท์ Word Choice Word Form ต่อยอด การฟัง การอ่าน เป็นส่วนใหญ่
ระบบการสอน มีลักษณะ มีการปูพื้น บอกเทคนิคการทำสอบ ฝึกเทคนิคการฟัง การอ่าน การพูด การเขียน อุ่นเครื่องพร้อมก่อน สอบจริงคิดคะแนนจริงทุกสองชั่วโมง แต่ไม่รีบสรุประดับการพัฒนาทักษะของนักเรียน เพราะต้องดูค่าเฉลี่ยจากการสอบหลายครั้งเท่านั้นและรอเวลานักเรียนพัฒนาตัวเอง
การอุ่นเครื่องใช้ / How To 22 ขั้นตอนทำลายอุปสรรคการฟัง / How To 16 ขั้นตอนทำลายอุปสรรคการอ่าน / How To 9 ขั้นตอนต่อยอดการทำสอบ Sentence Completion
และ How To การเขียน 8 เชิง ทำลายอุปสรรคการเขียน เช่น การเขียนเชิงยกตัวอย่าง , การเขียนเชิงกระบวนการ , การเขียนเชิงพรรณา , การเขียนเชิงอธิบาย , การเขียนเชิงหักมุม , การเขียนเชิงเหตุผล , การเขียนนิยามจำกัดความ และ การเขียนเชิงแยกประเภทแบ่งกลุ่ม เป็นต้น
รวมถึง การเลือกเก็งรูปแบบประโยค ทักษะระดับประโยค และ ไวยากรณ์ที่เป็น บทยอดนิยมบางบท ที่ใช้ในการพูดฟังอ่านเขียน และ ใช้ทฤษฏีสมองในการยกระดับระบบคิดพัฒนา Proficiency ทางภาษาอังกฤษ
รับรองผล ถ้าสอบไม่ถึง 6.0 สามารถปูพื้นใหม่ เรียนฟรีต่อตลอดไป จนสอบเลยที่กำหนดให้ได้
รวมถึง มีการทำลายอุปสรรค ตัว นร ในการ พูดฟังอ่านเขียน เป็นลักษณะโค้ชชิ่งรายบุคคล ภายหลังการสอบจริง ทุกสองชั่วโมง
ราคาคอร์ส : หลักสูตรราคา 11,999 บาท
ลักษณะ : ไพรเวทตัวต่อตัว หรือ บัดดี้มีส่วนลด 110 ชม และ บวกคอร์สลงลึกฟังอ่านไม่จำกัดชั่วโมง
เอกสารประกอบการเรียน : นร สามารถเลือกซีรอกซ์ด้วยตัวเองได้ จาก 9 เล่ม แต่ซีดีอาจมีการเพิ่มเติมให้ในส่วนของข้อสอบ IELTS ใน Internet
สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม : การลงคอร์ส TOEIC จะได้เรียนไวยากรณ์ผ่านรูปประโยค 2000 รูปแบบ ทั้ง Basic และ Advance Grammar
เพิ่มเติม :
เนื่องจาก สถาบันมีระบบพัฒนา ศักยภาพทางภาษา ของ นร ทั้ง ทักษะระดับประโยคและไวยากรณ์ ต่อยอดสู่การฟัง และ การอ่าน ทั้ง นร ที่เรียน IELTS จะเพิ่มได้เช่นเดียวกับ นร TOEIC แต่ นร IELTS จะพัฒนาการพูดและการเขียนได้มากขึ้น เพราะ ใช้
---------------------------------------------------------------
หมายเหตุ :
1. ระบบ Total Teaching ของสถาบัน ที่แรกที่เดียวในประเทศ ที่สามารถช่วยให้ นร. ทุกท่านที่เป็นคนทำงานที่มีเวลาน้อย รอบทำงานเวลาไม่ Fixed หรือ นศ. ที่เรียนหนัก มีโปรเจ็คมาก หรือเตรียมตัวสมัครงาน มีเวลาน้อย สถาบันมีระบบ Total Teaching ที่เปิดให้ทุกคนเรียนเวลาไหน ก๊วนใด เวลาใด ได้หมด ยืดหยุ่น โดยไม่มีการยึดเงินเด็ก ถ้าเด็กไม่มาเรียนตามกำหนด ไม่ปรับนักเรียน และ สามารถหาเวลายืดหยุ่นเก็บตก ให้นักศึกษาใหม่ที่เรียนไม่ทันนักเรียนเก่าได้ เพราะ ปกติ อ. สอนเจ็ดวันอยู่แล้ว ถ้าไม่ติดภารกิจที่มอหัวเฉียวครับ
โดยปกติ ... จันทร์ถึงศุกร์ เวลา สี่โมงเย็น ถึง สามทุ่ม เสาร์อาทิตย์ เวลา สิบเอ็ดโมง ถีง สองทุ่ม
ปูพื้นปรับพื้นทักษะระดับประโยคไวยากรณ์ลงลึกการฟังฟรีก่อนการสมัครเรียนจริงได้ในช่วงเวลาที่กำหนด เป็นการปูพื้นฐานและให้ความรู้ด้านทักษะระดับประโยค และ ไวยากรณ์ นร สามารถปูพื้นปรับพื้นทักษะระดับประโยคไวยากรณ์ลงลึกการฟังฟรีก่อนการสมัครเรียนจริงได้ โดยไม่เสียเงิน มีการปูพื้นปรับพื้นประโยคและไวยากรณ์ ให้เท่ากับ นร เก่าที่เรียนอยู่ในสถาบัน มีรทดสอบทำ Placement การฟัง ว่าทำไม นร ฟังไม่ได้ หรือ มีวิธีแก้อย่างไร ....... เสมือนการเรียนจริง .
ที่ http://www.krugrienktutor.com
2. ถ้า นร มาเรียนกับ อาจารย์แบบต่อเนื่องแทบทุกวัน แบบ นร หลายคนที่สถาบันทำกันอยู่ การสอนให้ครบหัวข้อให้พอตั้งไข่รับมือกับการสอบรีดีไซน์จริง โดยที่ปูพื้นให้ครบและมีการสอบทุกสองชั่วโมงในแต่ละเรื่องเป็นระยะก่อน จะทำให้ นร มีความแข็งแกร่ง หัวข้อที่ นร ควรเรียนเพื่อรับมือรีดีไซน์ได้เบื้องต้น คือ
2.1 Preposition อย่างต่ำเรียน ต้องเรียน 40 ตัว เจาะลึกในทุก Part of speech ของตัว preposition ( คำศัพท์ prepo มันไม่ได้มีแค่ part of speech เดียว ) และ ทำแบบฝึกหัด ไวยากรณ์ผ่านรูปประโยค 2000 รูปแบบ ด้วย
2.2 Connecting Words เรียนให้ครบการเชื่อมประโยค ใน หก ประเภท เช่น เชื่อมโยงเชิงเหตุผล เชิงขัดแย้ง และ อื่นๆ ทำแบบฝึกหัด ไวยากรณ์ผ่านรูปประโยค 2000 รูปแบบ ด้วย
2.3 การปูพื้นฐานไวยากรณ์ที่สำคัญที่ใช้สอบกับรีดีไซน์ หรือ ข้อสอบชุดยากโทอิค ได้แก่ Noun Determiner , Pronoun , Adverb , Adjective Clause , Participial Phrase , Adjective Formation , Active & Passive Voice , Active & Passive in Meaning รวมถึง Adjective order รวมถึง การทำแบบฝึกหัด ไวยากรณ์ผ่านรูปประโยค 2000 รูปแบบ ด้วย
2.4 การเรียนลงลึกการฟังกับ เทคนิคที่ นร ต่างชาติใช้ทำลาย Noise การฟัง และ Halo Effect มีเป็นระดับร้อยข้อ ( เขียนฝังบนกระดานให้ นร ที่สถาบันเห็นและอ่าน ) ผสมผสานกับ ความเข้าใจทฤษฏีระบบสมอง และ การใช้เทคนิคแยกเสียงสำเนียงฝรั่งรับมือการฟังเร็ว และ พูดถึงการตัด Choice เทียบ Key Word กับการสอบการฟัง ทุก Part
2.5 การเรียนลงลึกวิเคราะห์ผ่าชิ้นส่วนของศัพท์เพื่อลง Code จำศัพท์ด้วยทฤษฏีสมอง , การเทียบรากของศัพท์ , การใช้นวตกรรม One-on-One Testing Vocab ขึ้นมาบนกระดานนับร้อยคำต่อรอบ , การเจาะลึก Suffix ของศัพท์มากกว่า 30 ชุด , เทคนิคเทียบ Key Word เทียบราก ตัด Choice ข้อสอบศัพท์ Unseen ในส่วน Sentence Completion และ Text Completion
2.6 เทคนิควิเคราะห์หลุมพรางสอบ ถึง สองชั่วโมงเต็ม ที่อยู่ใน Part การฟังโดยส่วนใหญ่
2.7 เทคนิคการพัฒนา นร ธรรมดา หรือ คนทำงาน เป็น Examer เช่น เทคนิคการใช้เวลา และ ลดการกามั่วหรือลดข้อเหลือ , เทคนิคการเทียบ Key Word จากคำถาม และ Key Word ใน Choice ของ Reading
2.8 เทคนิคการเจาะลึกการตัด Choice และ เทียบ Key Word ข้อสอบ Sentence Completion และ วิธีการสอบลงลึก กับ Text Completion
2.9 การเรียนนวตกรรมที่ใช้ทำลายอุปสรรคการอ่าน นับตั้งแต่ การใช้ Key Word ย้อนกลับ ทำลายอุปสรรคเพื่อเดาความหมาย Unseen Vocab , การใช้เทคนิค Scanning & Skimming ทำลาย Halo Effect การอ่าน , การทำลายอุปสรรคการอ่านที่เป็นทักษะระดับประโยค และ ไวยากรณ์ บางเรื่อง เช่น Pronoun , การจับประเด็น หรือ ค้นหา Topic Sentence และ การสรุป Main Idea , และ การเทียบ Key Word ของคำถาม Reading และ Choice กลับสู่การค้นหาข้อมูลในเนื้อความ และ อื่นๆ และ วิธีการทำสอบการอ่าน ชุด ง่าย ปานกลาง ยาก และ แบบ Double Passage
2.10 การสอบจริงแบบ New TOEIC หรือ Redesigned ทุกสองชั่วโมง ทุก Part การฟัง , การอ่าน , Sentence Completion , Text Completion , ศัพท์ Unseen เพื่อค้นหาอุปสรรคหรือข้อจำกัดของ นร
เนื่องจากสถาบันครูเกรียงแตกต่างจากที่อื่น เพราะอาจารย์จะลงลึกไม่ใช่แค่ติวเตอร์ แต่เป็น Mentor และ โค้ชชิ่งส่วนตัว ของ นร ทำลายอุปสรรคเรียงบุคคล และ กระตุ้นจนทำให้ นร สอบได้อย่างต่อเนื่อง ขึ้นบนกระทู้เว็ปบอร์ดเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นต่อไป ( ยังมี นร อีกหลายท่านที่ประสบความสำเร็จจากการสอบ ที่ อ. ยังไม่ได้เอ่ยขึ้นบนกระทู้ของสถาบัน )
รวมเวลาทั้งหมด ที่ นร ของสถาบัน ที่เรียนต่อเนื่องกับ อาจารย์ ไม่เห็นที่เขาต้องใช้เวลาเกิน 15 วัน เลย เมื่อ นร มีความแข็งแกร่งจากสิบข้อนี้ นร จะได้เคล็ดลับในการทำอุปสรรคส่วนตัวในการสอบของ นร ภายหลังการสอบทุกชั่วโมงครึ่งหรือสองชั่วโมง อย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ
3. การลงคอร์ส IELTS จะได้ส่วนลดเรียนคอร์สไวยากรณ์ผ่านรูปประโยค 2000 รูปแบบ ละเอียดทุกบททั้ง Basic และ Advance Grammar ไม่จำกัดชั่วโมง
#### ข้อมูลเกริ่นนำทิศทางการศึกษาไทย เตือนใจ ก่อนข้อมูลอัพเดท3ด้าน ####
Highlight ด่วน :
กระทู้ข่าว : กรมการค้าภายในเสนอนโยบายการควบคุมราคาเรียนพิเศษแพงเกินจริงแก่ที่ประชุมกกร.
ที่มา : คมชัดลึกออนไลน์ 11 กย 52
\"เมื่อวันที่ 7 กันยายน นางวัชรี วิมุกตายน รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กรมการค้าภายใน ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ที่มีนางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน เตรียมเสนอต่อที่ประชุม กกร.ในเดือนตุลาคมนี้ พิจารณาเพิ่มบริการ 2 รายการ คือ ค่ารักษาพยาบาลและค่าเรียนพิเศษ เข้าในบัญชีสินค้าและบริการควบคุมจากปัจจุบันที่มีจำนวนสินค้าและบริการอยู่ในบัญชีควบคุมทั้งสิ้น 39 รายการ\"
\"ประชาชนร้องเรียนเข้ามามากว่าค่ารักษาพยาบาล โดยเฉพาะโรงพยาบาลเอกชนแพงมาก ขณะที่ค่าเรียนพิเศษตามสถาบันกวดวิชาก็แพงขึ้นมาก แม้ว่าบางแห่งจะมีการปรับวิธีการสอนจากเดิมจ้างครูมาสอนเป็นการเปิดเทปสอน ทำให้ไม่ต้องเสียค่าจ้างครูเพิ่ม แต่ยังเก็บค่าสอนราคาแพงอยู่ เหล่านี้ล้วนสร้างภาระให้ผู้ป่วยและผู้ปกครองในยุคที่มีปัญหาค่าครองชีพ เราจำเป็นต้องเข้าไปดูแลให้ใกล้ชิดขึ้น โดยเตรียมเสนอให้บริการทั้ง 2 รายการ เป็นบริการควบคุมเพิ่มเติม\"
นางวัชรี กล่าว
ดังนั้น จุดยืนสถาบันครูเกรียง คือ
\"ไม่ใช่ นร บางคน เสียเงินแพงแต่สอบไม่ได้แค่ซื้อความหวังกันไปด้วยต้นทุนที่แพงแต่ต้องเรียนถูก/ต้องสอบได้ สถาบันปรับตามนโยบายรัฐ พร้อมกับเรียนไม่จำกัดชั่วโมงด้วยนวตกรรมลงลึกพัฒนาภาษาอังกฤษแบบที่นร ต่างชาติใช้ เพื่อช่วย นักศึกษาทั้งสองกลุ่มได้แก่ นร ที่มีการบ้านเยอะ เวลาเรียนน้อย หรือ คนทำงานที่มีงานเยอะ สามารถเก็บตก ทบทวน และ เรียนต่อเนื่องได้ ทำให้แข็งแกร่งขึ้นและมีโอกาสสอบได้แน่นอน จากประจักษ์พยานรายชื่อ นร . ที่สอบได้คะแนนก้าวกระโดด ผ่านระบบนี้ทั้งหมด\"
#### ข้อมูลเกริ่นนำทิศทางการศึกษาไทย เตือนใจ ก่อนข้อมูลอัพเดท3ด้าน ####
บางส่วนของย่อหน้าบทความนี้ นำมาเป็นพรปีใหมี่ ปี 53 อ. จึงขออนุญาตนำข้อคติที่น่าจะเป็นสิ่งดีปีใหม่ที่เป็นข้อคิดของ คุณ ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร ของ ซีพีออล หรือ เซเว่นอีเลฟเว่น มากล่าวให้ฟัง เนื่องจากคุณก่อศักดิ์ให้ความสำคัญกับระบบการศึกษาของประเทศไทย และ มีกิจกรรมหมากล้อมร่วมกับมหาวิทยาลัยหลายแห่งรวมถึง ม. หัวเฉียว ข้อคิดนี้น่าจะเป็นคติที่เป็นสิทธิประโยชน์มอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้ทุกคนนะครับ ..... : )
จาก หนังสือ CEO โลกตะวันออก ฉบับบริหารสามมิติ บทที่ 1 กล่าวว่า
"ปัญหาของคนส่วนใหญ่ในสังคมทุกวันนี้ มองข้ามคุณค่าของการให้ เกิดจากระบบการศึกษาที่เน้นให้แก่งแย่ง แต่ไม่มีการสั่งสอนเรื่องคุณค่าของความเป็นมนุษย์ที่ต้องรู้จักเป็นผู้ให้ซึ่งเป็นศิลปะการใช้ชีวิตที่แท้จริง ทุกวันนี้สังคมไทยในเมืองกลายเป็นสังคมไร้ราก เยาวชนขาดหลักยึด ขาดที่พึ่งทางจิตใจ จึงหันไปหายาเสพติดต่างๆ เพราะพ่อแม่ก็ยุ่งอยู่กับการทำมาหากิน ครูบาอาจารย์ก็เห็นลูกศิษย์เป็นลูกค้าต้องหากำไรเต็มที่ นักเรียนนักศึกษาก็เห็นครูบาอาจารย์เป็นลูกจ้างมีหน้าที่สอนก็สอนกันไป ไม่มีความเคารพรักไม่มีความผูกพันใดๆ เด็กจึงต้องดิ้นรนเอาตัวรอดตัวใครตัวมัน สุดท้ายก็ตกไปเป็นเหยื่อของลัทธิบริโภคนิยม กลายเป็นบ่อเกิดของอาชญกรรมและการขายบริการที่ไม่ชอบด้วยกฏหมาย ภาคเอกชนไม่ควรจะเพิกเฉยปล่อยให้การแก้ไขเป็นหน้าที่ของภาครัฐ ซึ่งมีทรัพยากรจำกัด เทอะทะ อุ้ยอ้าย ภาคเอกชนควรมีความคล่องตัวมากกว่านี้ในการมีส่วนร่วมป้องกัน และ บรรเทาปัญหาสังคมเหล่านี้ ...."
ขอให้ชาว TOEIC , IELTS , TOEFL ทุกคนประสบความสำเร็จในชีวิต ตลอดปี 53 เป็นต้นไป นะครับ .... : )
####ข้อมูลอัพเดทข้อเตือนใจ นร ไทย####
( โปรดติดตาม Update เรื่อยๆ ) ถึงข้อที่ 110 ข้อเตือนใจสำหรับผู้ที่จะสอบโทอิคชุดยาก
110. ( ต่อจากข้อ 109. ) นร ต้องระวัง ช่วงขณะสอบ TOEIC ไม่ควรทำกระดาษคำตอบยับเพราะจะมีปัญหาการตรวจข้อสอบ
109. ( ต่อจากข้อ 108. ) นร หลายคน ก่อนสอบ TOEIC เพียงไม่กี่ชั่วโมง จะพยายามหามุมสงบฝึกการฟังตามแบบฝึกหัดที่มีก่อนสอบ นับเป็นเรื่องที่ดี เพราะ เป็นการปรับ Earing และ Listening Toughness ก่อนการสอบการฟังจริงที่นานถึง 45 นาที
108. ( ต่อจากข้อ 107. ) การอ่านหนังสือก่อนสอบ TOEIC เพียงไม่เกินสองชั่วโมงมีผลต่อระบบสมองและสมาธิในการสอบ ไม่ควรท่องศัพท์อะไรมากมายก่อนสอบ หรือ นั่งเครียดกับการจำไวยากรณ์เพื่อไปสอบข้อสอบ Unseen
106. ( ต่อจากข้อ 105. ) การดื่มน้ำมาก ก่อนการสอบ TOEIC ดังนั้น นร ที่ ขณะสอบโทอิค จะมีปัญหาในการปวดปัสสาวะ ตั้งแต่ในช่วงการสอบ Listening และ นร ไม่สามารถออกจากห้องสอบได้ วิธีแก้ คือ นร ไม่ควรดื่มน้ำหรือดื่มน้ำก่อนสอบ อย่างต่ำ 3 ชั่วโมง เป็นต้น
105. ( ต่อจากข้อ 104. ) ขณะสอบโทอิค ถ้ามี ผู้สอบคนใดคนหนึ่งรบกวนผู้สอบคนอื่น โดยเฉพาะการที่มีผู้สอบ ลบยางลบเสียงดัง รบกวนผู้อื่น จะมีเกิดขึ้นทั้งการสอบ Listening นอกเหนือจาก Reading มีผลต่อสมาธิของผู้สอบคนอื่น ดังนั้น ผู้สอบอย่าวอกแวกเป็นอันขาด เพราะสมองทำงานแบบอนุกรม ถ้า นร วอกแวกจะทำสอบการฟังไม่ได้
104. ขณะสอบโทอิค ถ้ามี ผู้สอบคนใดคนหนึ่งรบกวนผู้สอบคนอื่น เช่น นอนกรนส่งเสียงดัง ลบยางลบเสียงดัง เขย่าเท้ารบกวนคนอื่น ดังนั้น นร สามารถบอกผู้คุมสอบได้ให้เตือนในช่วงการสอบ Reading และ ไวยากรณ๋ได้
103. ( ต่อจากข้อ 102 ) การใช้เทคนิค Content in Brief การเรียนรู้รูปแบบประโยคหลายร้อยรูปแบบด้วยการฝึกพูดประโยคสั้นในรูปแบบประโยคกลุ่มคำ Preposition Noun Clause, กลุ่มคำนาม หรือ อื่นๆ สามารถต่อยอดกับการพูดประโยคยาวๆด้วยเทคนิคปรับแต่งประโยคภายหลัง มีประโยชน์กับการทบทวนความเข้าใจของทักษะระดับประโยคของ นร ทำให้ นร เลิกเริ่มต้นการพูดด้วยการเลือกใช้คำศัพท์ก่อนการเลือกใช้รูปประโยค
102. ( ต่อจากข้อ 101 ) การใช้เทคนิค Content in Brief การเรียนรู้รูปแบบประโยคหลายร้อยรูปแบบด้วยการฝึกพูดประโยคสั้นในรูปแบบประโยคกลุ่มคำ Preposition ที่เป็นสำนวน ทื่ฝรั่งใช้พูดจริงๆ สามารถต่อยอดกับการพูดประโยคยาวๆด้วยเทคนิคปรับแต่งประโยคภายหลัง เพราะการพูดเป็นพื้นฐานของการเขียน เมื่อคุ้นเคยกับการเลือกไวยากรณ์และรูปแบบประโยคมาใช้ให้หลากหลาย จะดีกว่าการจำกัดแบบเลือกใช้แต่รูปแบบประโยคหรือไวยากรณ์ไม่กี่เรื่อง
101. ด่วน ! สถาบันมีนวตกรรมต่อยอดด้วย เทคนิค Content in Brief การเรียนรู้รูปแบบประโยคหลายร้อยรูปแบบด้วยการฝึกพูดประโยคสั้นในรูปแบบประโยคกลุ่มคำ Preposition ที่เป็นสำนวน ทื่ฝรั่งใช้พูดจริงๆ เพื่อพร้อมต่อยอดพูดประโยคยาวๆ ได้ภายหลัง
100. สถาบันสามารถตรวจการ Writing ภาษาอังกฤษสำหรับการสอบ TOEIC , IELTS ด้วยการอุดจุดอ่อนสองประเด็น คือ การเรียบเรียงประเด็นให้สอดคล้องกับ English Comprehension 4 ข้อ และ ความถูกต้องมากน้อยของทักษะระดับประโยคกับไวยากรณ์
99. สถาบันเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปโทรขอคำปรึกษาเรื่องการวิเคราะห์ฐานคะแนนเบื้องต้นของผู้สอบ จากสูตรการพยากรณ์คะแนนโทอิคของสถาบัน ที่ช่วยวิเคราะห์ฐานคะแนนดังกล่าว
98. ( ต่อจากข้อ 97. ) การกามั่วจะมีความเสี่ยงกับการสอบ TOEIC เนื่องจากส่วนใหญ่ ข้อที่ นร ทำไม่ทัน คือ ระดับข้อยากโทอิคที่มีการถ่วงน้ำหนักคิดคะแนนสูงกว่าข้ออื่น ถ้าผู้ร่วมสอบรอบเดียวกันทำข้อยากโทอิคได้ แต่ นร บางคนทำไม่ได้ คะแนนจะถูกทิ้งห่างมาก เพราะคนทำข้อยากได้ จะได้คะแนน Bonus ที่เป็น Percentile Rank ที่สูงได้
97. ศูนย์สอบ ต้องการให้คนที่ไม่เตรียมตัวและเสี่ยงโชคมาสอบซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ยังไม่ผ่านเกณฑ์ เพื่อทำให้เขาได้รายได้อย่างต่อเนื่อง และ ศูนย์สอบ คงไม่ต้องการให้คนที่ไม่รู้ที่มา มากามั่วเพราะทำไม่ทันกาแถวเดียวแล้วคงได้ TOEIC 700 หรือ 800 แล้วมาทำลายความน่าเชื่อถือของศูนย์สอบ ซึ่งตามจริง คนกามั่วแถวเดียวคะแนนที่ได้จะไม่เกิน 10 % จากที่กามั่ว
96. ปัจจุบัน นร สถาบันที่กำลังฝึกซ้อมเพื่อสอบ TOEIC ได้เพิ่มเติมกับการทำแบบฝึกหัดการสอบ IELTS การฟังการอ่านเสริมเพิ่มเติมเพื่อสามารถใช้เทคนิคลงลึกของสถาบันได้มากขึ้น มีตำราที่ขายในท้องตลาดไม่กี่เล่มที่เป็น IETLS ซึ่งมีสำเนียง Great Britain English ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับ นร
95. จากคำสัมภาษณ์ของคุณวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานมูลนิธิอมตะนคร กล่าวถึง การพัฒนาความรู้ โดยเฉพาะด้านภาษา อังกฤษ ของ คนเวียดนามโพ้นทะเล เรียกว่า เวียดเกียว โดยใช้ Assertive Model ในการเรียนรู้ทักษะระดับประโยคและไวยากรณ์ผ่าน การฟังก่อนการพูด ทำให้ คนเวียดเกียว หรือ นร เวียดนามที่ไปศึกษาต่อเมืองนอก สามารถพัฒนาภาษาอังกฤษใช้ได้อย่างจริงๆ และลงลึก ทำงานและนำเงินกลับสู่เวียดนามมากกว่า 8000 ล้านดอลล่าร์
94. ผู้สอบ TOEIC , IELTS ที่เป็น นร จีน โดยเฉพาะ เขตพิเศษ เมืองเซี่ยงไฮ้ นร เหล่านั้น จะขยันและเรียนภาษาอังกฤษที่สามารถลงลึกใช้ได้จริง โดยที่ นร เหล่านี้ได้เปลี่ยนทัศนคติการเปลี่ยนจากสิงห์สนามเรียนเป็นนักสอบมืออาชีพที่ประสบความสำเร็จได้ และ มี นร จีนมากกมายที่มาสอบ TOEIC , IELTS ที่เมืองไทย ที่ไม่มีทัศนคติกามั่ว เพราะ พวกเขารู้ว่า หนึ่งข้อที่กามั่ว คือ เงินที่ไม่ต่ำกว่า 5 บาท นั่นเอง
93. ผู้สอบ TOEIC , IELTS มีส่วนที่เหมือนกัน คือ ในอนาคตอีกไม่เกิน 5 ปีข้างหน้า คนทำงานที่สอบ TOEIC เพียงการฟังและอ่าน เพื่อยื่นสมัครงาน นร เหล่านี้ อนาคตจำเป็นต้องปรับตัวเหมือนผู้สอบ IELTS ที่ต้องนำคะแนนไม่ใช่แค่ฟังกับอ่านแต่ต้องมีพูดกับเขียน เพื่อนำไปสมัครงาน ปัจจุบัน การทำงานที่เมืองนอก หรือ การเรียนต่อเมืองนอก ต้องใช้คะแนน IELTS ที่ได้มาตรฐานระดับ 6.5 กับการสอบแบบบ Academic IELTS
92. ผู้สอบ TOEIC , IELTS , TOEFL ต้องรีบเปลี่ยนทัศนคติ สิงห์สนามเรียน เรียนเพื่อรู้ เรียนเพื่อลืม เรียนไปเรื่อยๆ มันไม่เพียงพอกับ การสอบข้อสอบที่มีการพัฒนาระดับความยากในทุกปี อย่างเร็วที่สุด ภายใน 6 เดือน ต้องเปลี่ยนจากสิงห์สนามเรียนให้กลายเป็นผู้สอบมืออาชีพ ให้เร็วที่สุด ศูนย์สอบโทอิค จึงมีนโยบายการเปิดให้ Audition เพื่อให้ นร ได้สัมผัส การสอบการฟังของจริงที่แตกต่างจากแบบฝึกหัดที่ขายในท้องตลาด
91. ( ต่อจากข้อ 90 ) ผู้สอบ TOEIC หลายคนทราบว่า การสมัครเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน หรือ การเลื่อนตำแหน่งไปเป็นระดับ Supervisor ของพนักงานต้อนรับ ต้องได้คะแนนโทอิคมากกว่า 600 และ มีแนวโน้มที่ต้องสอบ การพูด และทักษะอื่นๆ ภายหลังจากการยื่นคะแนนโทอิค
90. ผู้สอบโทอิค ต้อง ปูพื้นปรับพื้น ทักษะระดับประโยค และ ไวยากรณ์ และ ผ่านการสอบที่ได้มาตรฐาน จับเวลาจริง ( ไม่ใช่จัดสอบเองที่บ้าน เนื่องจากที่บ้านของ นร ไม่ได้มีสภาพแวดล้อมในการสอบจริง ) และ ต้องรีบเผด็จศึกการสอบโทอิค ในระยะเวลาอันสั้น ไม่ควรซื้อเวลา อย่างน้อย นร ที่สอบที่สถาบันทุกสองชั่วโมง แล้ว นร เกิดพัฒนาการด้านการลงลึกการฟัง การอ่าน ศัพท์ ไวยากรณ์ ดูจากคะแนนเฉลี่ยที่สอบ ก็สามารถพร้อมสอบได้ในระยะเวลาอันสั้น
89. ( ต่อจากข้อ 88 ) การเตรียมตัวสอบแบบประเภทอ่านเฉลยแบบฝึกหัดที่ขายในท้องตลาดอัดเข้าไปในหัวก่อนสอบหนึ่งหรือสองชั่วโมง นับเป็นการผิดหลักการและวัตถุประสงค์ฝึกภาษาอังกฤษเพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารในเชิงธุรกิจ จะเป็นไปได้ยากมาก ถ้าผู้สอบไม่ลงลึกถึงรูปแบบประโยคและทักษะระดับประโยค การต่อยอดเพื่อจะสามารถพูดหรือเขียนได้ในอนาคต ซึ่งอย่างน้อยคือการเขียนภาษาอังกฤษเชิงธุรกิจผ่านอีเมล์จะทำได้ยาก และ จะมีปัญหากับการขึ้นเงินเดือนหรือเพิ่มค่าตัวในการย้ายงานในอนาคต
88. ( ต่อจากข้อ 87 ) การเตรียมตัวสอบแบบประเภทอ่านเฉลยแบบฝึกหัดที่ขายในท้องตลาดอัดเข้าไปในหัวก่อนสอบหนึ่งหรือสองชั่วโมง นับเป็นการผิดการทำงานของระบบสมอง เพราะสมองไม่ได้ออกแบบมาให้จำอะไรเยอะๆ ในระยะเวลาอันสั้น การบีบสมองให้จำมันจะลืม ทั้งที่ผู้สอบรู้อยู่แล้วว่า ศูนย์สอบไม่มีทางเอาแบบฝึกหัดทีขายในท้องตลาดออกสอบซ้ำอยู่แล้ว หรือ การสอบ Listening ของ TOEIC , IELTS มันก็เร็วกว่าข้อสอบจริง การอัดเฉลยเข้าไปในหัวไม่กี่นาทีก่อนสอบทั้งที่เข้าไปห้องสอบแล้วก็ลืม จึงเป็นวิธีที่เสี่ยงมาก ....
87. การเตรียมตัวสอบโทอิคด้วยการอ่านเฉลยแบบฝึกหัดที่ไม่มีการออกซ้ำกับข้อสอบศูนย์สอบโทอิคก่อนการสอบสักสองหรือสามชั่วโมงจะไม่ก่อเกิดประโยชน์อันใด หรือ ผู้สอบบางคนนิยมฝึกฟังเพลงอย่างเดียวแล้วไปสอบโทอิค บางคนอาจได้คะแนนเยอะ หรือ บางคนได้คะแนนไม่เยอะ ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่บทความที่ใช้สอบการฟังจำเป็นต้องฝึกเรื่องความเข้าใจรูปประโยคและศัพท์ นอกจากจะทำให้สอบการฟังของ TOEFL Paper Based หรือ IELTS หรือ TOEIC ได้แล้ว ยังทำให้การฟังในการทำงานจริงที่ใช้ภาษาอังกฤษธุรกิจจะทำได้ง่ายขึ้น ....
85. ( ต่อจากข้อ 84 ) โครงสร้างคะแนน TOEIC ที่ ทำให้ได้มากกว่า 700 จะแตกต่างจาก นร ที่ต้องการ 550 นั่นคือ นร ต้องมีคะแนนไม่การฟังก็ต้องการอ่านหรือไวยากรณ์ที่ต้องมากกว่าหรือใกล้เคียง 400 ซึ่ง นร สามารถพัฒนาสู่การลงลึกการฟังก้าวกระโดดให้ได้การฟังมากกว่า 400 และ ขอให้สอบการอ่านและไวยากรณ์ ได้คะแนนเลย 320 และทำตามเวลาที่กำหนดไม่เกิน 40 วินาทีต่อข้อ อ่านบทความไม่ควรเกิน 3 นาที และ ทำให้การอ่านให้เสร็จก่อนไวยากรณ์ และอย่าเหลือข้อหรือถ้าต้องเหลืออย่าเกิน 10 ข้อ และ พยายามแยกสำเนียงฝรั่งและรับมือการฟังเร็วให้ได้คะแนนการฟังมากกว่า 400 จะมีโอกาสได้เกิน 700 จากสถิติของ นร สถาบันที่ประสบความสำเร็จกับการพิชิตข้อสอบ Unseen ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนได้ ...: )
84. ( ต่อจากข้อ 83 ) โครงสร้างคะแนน TOEIC ที่ ทำให้ได้ 550 จะแตกต่างจากให้ได้ 700 เพราะ สมมติฐานทำให้ได้บรรลุเป้าคะแนนไม่สูงแบบ 550 ต้องอาศัยการทำข้อระดับง่ายให้ถูก มิฉะนั้นระดับข้อยากโทอิคจะทำไม่ได้ โดยที่ ข้อสอบโทอิคไม่ใช่คิดข้อละ 5 แต้ม หรือ เป็นไปไม่ได้ที่ ใช้แนวคิดทำแค่บาง Part แล้วคงคิดว่าได้คะแนนสูง ถ้า นร ทำข้อยากโทอิคไม่ได้ คะแนน Percentile Rank จะน้อยเป็นฐานให้คนที่ทำข้อยากโทอิคได้ จะได้ Rank ทีสูงกว่า หรือ ถ้า นร เหลือข้อจำนวนมาก จะกามั่วแถวเดียวจะมีโอกาสถูกไม่เกิน 10 % หรือ กาทันทีตามความรู้สึกโดยไม่ผ่านกระบวนการตัดChoice ด้วยการเทียบ Keyword ก็จะมีโอกาสผิดมากกว่า 3 ใน 4 หรือ 75 % ดังนั้น การทำสอบให้ได้ทุก Element ของ TOEIC ย่อมจะลดความเสี่ยงได้มากกว่า ...: )
83. โครงสร้างคะแนน TOEIC ที่ นร จะทำให้ได้มากกว่า 550 จำเป็นต้องให้เหลือข้อ Reading และ ไวยากรณ์ให้น้อยที่สุด ไม่ควรเกิน 5 ข้อ เพราะส่วนใหญ่ข้อที่เหลือจะเป็นข้อยากโทอิคที่คูณถ่วงน้ำหนักคะแนนมากกว่าข้ออื่น และ ต้องเชื่อในสมมติฐาน ถ้าทำข้อง่ายไม่ได้ โอกาสจะทำข้อยากให้ได้จะน้อยลง ใน Reading จะมีข้อยากครึ่งต่อครึ่งในส่วนบทความที่เป็น Double Passage ที่เป็นอุปสรรคสำคัญ ... : )
82. ( ต่อจากข้อ 81 ) มี นร หลายท่านที่มีเป้าหมายในการได้คะแนน TOEIC อย่างต่ำ 550 แต้มเพื่อผ่านการทดลองงาน หรือ เพื่อผ่านการสมัครงานรอบแรก เช่น การรับสมัครของ กฟผ. หรือ เงื่อนไขที่ต้องทำก่อนจบปริญญาโท การตั้งเป้าที่ไม่สูง จะต้องมีความรู้ในการสอบครบหัวข้อ โดยเฉพาะ ไวยากรณ์ 7 บทอย่างน้อยที่สุด ที่ต้องสอบผ่าน และ การอย่าเหลือข้อ Reading หรือ เหลือข้อที่ไม่ได้ทำเกิน 10 ข้อ คะแนนการฟังไม่ควรต่ำกว่า 350 ถ้า นร ที่ไม่เตรียมตัว อ่านแต่เฉลยแบบฝึกหัดทั่วไปแล้วไปสอบ ทำให้ไม่ได้ความรู้ทักษะระดับประโยคและไวยากรณ์ เมื่อพบกับข้อสอบ Unseen แบบ TOEIC ที่มีการปรับปรุงให้ยากขึ้น จะตัดโอกาสที่ได้คะแนน 550 ไปอย่างน่าเสียดาย เพราะคิดเลือกทำแค่บางข้อหรือบาง Part นั่นเอง
81. ( ต่อจากข้อ 80 ) สามปัจจัยที่มีผลต่อ นร ที่ไปฝึกเองเป็นอุปสรรคทำให้คะแนนการฟังการอ่านพัฒนายากขึ้น หรือ ภายหลังนำคะแนนไปยื่น นายจ้างต้องทำการทดสอบการใช้ภาษาอังกฤษอีกครั้งหนึ่ง คือ ปัจจัยด้านความรู้ทักษะระดับประโยคและไวยากรณ์ที่ไม่แน่น ต่อมา คือ การไม่เข้าใจระบบอุปสรรคสมอง สุดท้าย คือ การลดอุปสรรคผลทางจิตวิทยาที่ทำให้ นร ไม่กล้าฝึก เป็นต้น
80. ( ต่อจากข้อ 79 ) นร ที่สอบโทอิคหลายครั้งแบบไม่เตรียมตัว มีแต่คะแนนลดลง เมื่อไม่ทราบวัตถุประสงค์การสอบโทอิคทั้งสองข้อ คือ วัดประยุกต์ทักษะระดับประโยคและไวยากรณ์สู่การพูดฟังอ่านเขียนในภาษาอังกฤษเชิงธุรกิจ และ ทักษะการตัดสินใจการทำข้อสอบในระยะเวลาจำกัด ข้อสอบเยอะ เวลาน้อย จะทำให้ นร ไม่ทราบเตรียมในวิธีที่ถูกต้อง ผลคือ การฝึกเองด้วยการกาง Tape Script แล้วอ่านแล้วฟังไปด้วย หรือ ฟังไปแล้ว retape แล้วจดในกระดาษ ล้วนแต่ทำให้ความมั่นใจในการสอบจริงลดลง เพราะ การสอบจริงไม่มีการ รีเทป ไม่มีให้เทป สคริป ไม่มีกระดาษมาให้จด นั่นเอง .. : )
79. ( ต่อจากข้อ 78 ) นร ที่สอบโทอิคหลายครั้งแบบไม่เตรียมตัว มีแต่คะแนนลดลง อาจจะไม่ทราบวัตถุประสงค์การสอบโทอิคข้อที่ 1 คือ ศูนย์สอบโทอิคต้องการให้ผู้สอบสามารถประยุกต์ทักษะระดับประโยคและไวยากรณ์สู่การพูดฟังอ่านเขียนในภาษาอังกฤษเชิงธุรกิจแล้วทำให้ฝรั่งเข้าใจความหมายในมุมมองของฝรั่งไม่ใช่ความหมายภาษาอังกฤษแบบภาษาไทย เพราะ นร ที่ได้คะแนน 650 สามารถสอบพูดเขียนกับศูนย์สอบโทอิคได้ แนวโน้มนายจ้างจะเริ่มไม่นิยมให้ผู้ทดลองงานในสามหรือสี่เดือนแค่ยื่นคะแนนพอผ่านๆเพื่อให้ตัวเองเข้าทำงานจริงได้ เขาอาจจะทดสอบพื้นฐานการใช้ภาษาอังกฤษในการทำงานจริง และ ตรวจสอบพนักงานเป็นระยะๆ .. : )
78. ( ต่อจากข้อ 77 ) นร ที่สอบโทอิคหลายครั้งแบบไม่เตรียมตัว มีแต่คะแนนลดลง เพราะไม่ทราบวัตถุประสงค์การสอบโทอิคข้อที่ 2 คือ ศูนย์สอบต้องการวัดทักษะการตัดสินใจท่ามกลางสภาวะเวลาจำกัด ข้อสอบเยอะ ข้อสอบยาก ผู้ที่ตัดสินใจโดยใช้ความรู้สึก ความคุ้นเคย ไม่ได้ใช้ความรู้ หรือ หลักเกณฑ์ How To ลงลึกในการทำจริงๆ มีโอกาสที่จะกามั่วกับ Choice สี่ข้อ มีโอกาสผิดหนึ่งในสาม หรือ 75 % ทันที การตัดสินใจที่ดีต้องมีความรู้ทักษะระดับประโยคไวยากรณ์ในบทที่โทอิคหรือIELTS ทดสอบ มันจะมั่วไม่ได้เพราะเราไม่ได้ให้คะแนนตัวเราเอง ฝรั่งที่เขาไม่ต้องการให้ภาษาเขาวิบัติจะเป็นคนให้คะแนนเรา ไม่ใช่ตัวเรา .. : )
77. นร ที่ไม่เคยไปลอง Audition ไปฟังข้อสอบ Listening จริงของข้อสอบโทอิค สามารถติดต่อศูนย์สอบโทอิคได้ จะทำให้ นร แยกแยะความแตกต่างระหว่างแบบฝึกหัดที่ขายตามท้องตลาดที่จะไม่มี Listening ที่เร็วเท่ากับข้อสอบจริง และ จะได้กลับมาเตรียมพร้อมหาวิธีพัฒนาตัวเองลงลึกเพื่อให้สอบได้จริงๆในระยะเวลาอันสั้นต่อไป .. : )
76. แนวโน้มของนายจ้างที่ต้องการให้ผู้สอบโทอิคที่ยื่นคะแนนการฟังการอ่าน ปัจจุบันเริ่มมีทิศทางที่ให้ลูกจ้างหรือผู้สมัครงานสามารถเขียน Writing ได้ โดยเฉพาะการเขียนอีเมล์โต้ตอบด้าน Business English จึงไม่แปลกที่หลายองค์กรปัจจุบัน เริ่มมีการทดสอบภาษาอังกฤษต่างหากหลังจากรับยื่นคะแนนโทอิคแล้ว ...
75. ตอนนี้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต กำลังเปิดรับสมัครพนักงานคัดเลือกรอบแรก โดยต้องมีคะแนนโทอิค 550 เพื่อสมัครงาน แต่ นร ควรมองการณ์ไกล ควรพัฒนาตัวเองให้ได้คะแนนมากกว่า 700 โดยเฉพาะวิศวกร เพราะ องค์กรใหญ่หลายแห่งกำลังใช้เป็นมาตรฐานวัดคนทำงาน โดยเฉพาะ ปตท
74. นร ที่คิดไปเองว่า ตัวเองคงไม่มีจุดอ่อนการฟัง การอ่าน และ ไม่ตรวจสอบ Error หรือ ไม่ตรวจจุดอ่อนตัวเอง หรือ คิดว่าตนเองไม่มี Error ไม่ฝึกซ้อมนอกห้อง หรือ ฝึกซ้อมการฟังการอ่านผิดวิธี หรือ ฝึกตามยถากรรมโดยเปิดเฉลยหรืออ่าน Tape Script การฟังอย่างเดียว ทำลายความมั่นใจตัวเองทางอ้อม เพราะ สอบจริงเขาไม่มีสคริปการฟังให้และฟัง Listening ที่เร็วรอบเดียว รวมถึง คิดว่าเรียนไวยากรณ์แต่ไม่ซ้อมดึงไวยากรณ์จากสมองออกมาเป็นรูปประโยคเพื่อสอบการฟังอ่านพูดเขียน ไม่ฝึกนอกห้องเพื่อเกิดทักษะ หรือ ฝึกผิดวิธีตามยถากรรม ทำให้ นร เสียเวลาเปล่า สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นทัศนคติที่ส่งผลเสียต่อการสอบ TOEIC , IELTS ระยะยาว ...
73. มี นร หลายคนเข้าใจว่า การคิดคะแนนหนึ่งข้อของ โทอิค ต้องห้าแต้ม จึงทำให้ นร หลายคน คิดว่า ทำข้อสอบแค่บาง Part ก็พอ คะแนนมันคงได้เยอะ แต่พอสอบหลายครั้ง คะแนนที่ได้ไม่ขึ้น ก็หาสาเหตุไม่ได้ หรือ คิดว่า ข้อสอบ NEW TOEIC คงไม่สอบไวยากรณ์ ฝึกฟังอ่านไม่ต้องลงลึก ดูเฉลยแบบฝึกหัดก็สอบได้ แต่คะแนนก็ไม่ขึ้น แท้จริง โทอิคคิดคะแนนแต่ละข้อถ่วงน้ำหนักต่างกัน และ สอบไวยากรณ์อย่างต่ำ 7 เรื่อง และ คนที่กางเฉลยอ่านก่อนสอบ จึงมีความรู้ไวยากรณ์ทักษะระดับประโยคไม่เพียงพอ จึงสอบแบบลงลึกการฟังการอ่านไม่ได้ ทำให้คะแนนไม่ขึ้น .... : )
72. ( ต่อจากข้อ 71 ) นร ที่จะสอบเพื่อให้ได้คะแนน TOEIC , IETLS ก้าวกระโดด ต้องลดค่านิยมที่เป็นอุปสรรคสำคัญ คือ การอยู่ในสภาพที่ตัวเองคุ้นเคย เรียกว่า Comfort Zone จากที่สำรวจ โดยที่สถาบันจะทำการสอบจริงทั้งนิวโทอิคและไอเอล พบว่า นร ที่เน้นสอบกับสถาบันมากๆ ซึ่งเป็นเรื่องดี หลังจากที่ปูพื้นปรับพื้นและเรียนตามหัวข้อที่กำหนดในช่วง 15 วันแรก แต่ถ้าไม่ฝึกนอกห้องตามที่สถาบันกำหนด สอบหลายครั้ง คะแนนมันจะขึ้นช้า หรือ ไม่ขึ้น การฝึกนอกห้องและทบทวนไวยากรณ์ผ่านรูปประโยค ส่งผล > 60% ..... ..... ทำไม ?
71. ( ต่อจากข้อ 70 ) นร ที่จะสอบเพื่อให้ได้คะแนน TOEIC , IETLS ก้าวกระโดด ต้องลดค่านิยมที่เป็นอุปสรรคสำคัญ คือ การอยู่ในสภาพที่ตัวเองคุ้นเคย เรียกว่า Comfort Zone จากที่สำรวจ นร บางคนจะมีทัศนคติคุ้นเคยเรียนไวยากรณ์อัดเข้าหัวเรื่อยๆ ลืมไม่เป็นไร เสียเงินเป็นแสนก็ไม่เป็นไร แต่ไม่เน้นฝึกลงลึกนอกห้อง ให้ดึงไวยากรณ์ออกมาเป็นรูปประโยคที่ใช้ในการฟังพูดอ่านเขียน เพราะไม่ออกจากสภาพเดิมเปิดใจหาวิธีดึงรูปประโยคออกจากหัวให้ได้นั่นเอง ..... ทำไม ?
70. นร ที่จะสอบเพื่อให้ได้คะแนน TOEIC , IETLS ก้าวกระโดด ต้องลดค่านิยมที่เป็นอุปสรรคสำคัญ คือ การอยู่ในสภาพที่ตัวเองคุ้นเคย เรียกว่า Comfort Zone และไม่คิดจะออกนอกสภาพนั้น ถ้าฝึกผิดวิธีก็นิยมที่จะฝึกแบบนั้นไปเรื่อยๆ แม้คะแนนสอบจะไม่ขึ้นก็ตาม นั่นคือ การไม่เปิดใจฝึกในเทคนิคใหม่ๆ เพื่อออกจาก Comfort Zone จะส่งผลร้ายมากกว่าผลดี .....
69. มี นร โทรเข้ามาสอบถามถึงการสอบโทอิคที่ประเทศญี่ปุ่นกับ อ. ดังนั้น อยากให้ นร ทราบว่า ประวัติการสอบโทอิคมาจากการสอบ TOEIC ถือกำเนิดขึ้นจากคำร้องขอของกระทรวงการค้าระหว่างประเทศและการอุตสาหกรรมของประเทศญี่ปุ่นที่ส่งมายัง ETS ในช่วงกลางของยุค 1970 ปัจจุบันการสอบ TOEIC ได้เป็นที่รู้จักแพร่หลายในหมู่บัณฑิตมหาวิทยาลัย ซึ่งพบว่า บริษัทต่าง ๆ ใช้คะแนน TOEIC ในการรับสมัครพนักงานใหม่ จึงไม่แปลกที่ประเทศญี่ปุ่นจะมีการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์แบบฝึกหัดโทอิคจำนวนมาก และ ETS ก็พัฒนาข้อสอบมาได้สามสิบกว่าปีแล้ว ดังนั้น การไม่เตรียมตัวสอบกับข้อสอบที่มีพัฒนาการอันยาวนานย่อมส่งผลร้ายมากกว่าผลดี .....
68. นร ที่กำลังเรียนอยู่ที่สถาบันครูเกรียง สามารถขอรับ ประกาศนียบัตร จากโรงเรียนได้เพื่อนำไปประกอบการขอค่าเรียนจากต้นสังกัดหรือนำไปสมัครงานหรือเรียนต่อได้ ประกาศนียบัตรดังกล่าวจะมีลายเซ็นของผู้สอน และ นร ที่พัฒนาทักษะในระดับหนึ่งแล้วหรือสอบโทอิคได้แล้วสามารถนำประกาศนียบัตรดังกล่าวไปประกอบการสมัครงานสร้างความน่าเชื่อถือได้มากขึ้น .... : )
66. นร ที่เร่งเรียนเร่งสอบกับสถาบัน ภายใน 15 วันควรเรียนต่อเนื่องจะได้ความรู้ ทักษะระดับประโยคและไวยากรณ์และเทคนิคลงลึกการฟังการอ่าน Checklist ตรวจสอบจุดอ่อนการฟังการอ่านที่ปรับจากเมืองนอก อย่างแน่นอน ที่เหลือคือการสอบทุกสองชั่วโมงจริงที่เป็น IELTS และ โทอิค และ เก็บคะแนนวัดผล ตรวจสอบดูวิเคราะห์จุดอ่อนการพูดฟังอ่านเขียนของ นร ทุกแง่มุม .... : )
64. (ต่อจากข้อ 63) เนื่องจาก นร ที่เรียน IELTS , TOEIC กับ สถาบัน อ. มีชิ้นส่วนรูปแบบประโยคลักษณะ Business English เพิ่มเติม ม้นจะทำให้ นร สถาบันก้าวกระโดดการเขียนมากขึ้นเพราะรูปแบบประโยคหรือชิ้นส่วนประโยคของ Business English จะเป็นมาตรฐานในการใช้ภาษาอังกฤษทั่วโลก แต่การพูดจะเป็นอีกทักษะที่อาจต้องมีรูปแบบประโยคที่หลากหลายกว่า : )
63. นร ที่เรียน IELTS กับ สถาบัน อ. มีชิ้นส่วนรูปแบบประโยคที่เป็นภาษาอังกฤษแบบที่ใช้ในลักษณะ Business English เพิ่มเติม นอกเหนือจากจะให้รูปแบบประโยคที่ทำให้ นร สามารถเขียน Paragraph 8 เชิงได้ เนื่องจากการที่ นร IELTS จะผ่านเกณฑ์ที่เรียกว่า Grammartical Accuracy นร อาจจะใช้รูปแบบประโยคหรือชิ้นส่วนประโยคที่หลากหลายใน Business English มาเสริมในการเขียนได้นั่นเอง : )
62. ตรุษจีนวันไหว้วันนี้ ขอให้ ชาวโทอิค ชาวไอเอลทุกคน ได้อนิสงส์ทั้งที่ อ. ทำบุญ หรือ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับ อ. ทำบุญ ให้ทุกคนได้อนิสงส์สอบโทอิค สอบไอเอล กันได้ทุกคนนะ ..... : )
61. ( ต่อจากข้อ 60 ) สถาบันได้สำรวจเพิ่มเติมอีกว่า ข้อสอบระดับชุดปานกลางโทอิคนั้น แม้จะมีระดับข้อง่ายโทอิคที่คิดคะแนนแบบถ่วงน้ำหนักไม่มาก ไม่เน้นศัพท์ประเภท Unseen มากใน Part Sentence Completion กับ Text Completion แม้ Listening จะไม่ยากมาก ยกเว้น Part ที่เป็น Short Talk แต่ ....
Reading จะมีข้อยากโทอิคและมีข้อที่เป็น Double Passage ซึ่งจะมีมากกว่าครึ่งหนึ่งจาก 14 -17 Passage ถ้า นร ประมาทข้อสอบชุดนี้ ทั้งที่คนอื่นก็ทำได้ หรือ ไม่เตรียมตัวสอบ หรือ ไม่เพิ่มเติมความรู้ เพียงแต่อ่านเฉลยแบบฝึกหัดแต่ไม่เรียนลงลึกไวยากรณ์ ทักษะระดับประโยค ศัพท์ ลงลึกทำลายอุปสรรคการฟัง การอ่าน จริงๆ และ ไม่ฝึกที่จะเป็นนักสอบมืออาชีพที่ต้องเตือนตัวเองเรื่องเวลาทำสอบ ดังนั้น นร ที่ประมาทจากสถิติที่ สถาบันรวบรวมมาพบว่า นร เหล่านี้ จะเหลือทำข้อไม่ทันมากกว่า 30 ข้อ และ ถ้าคะแนน Listening ไม่ดีจริงๆ หรือ ฝึกการฟังมาผิดวิธี ทำให้คะแนนจะไม่เกิน 550 แน่นอน ....
60. ( ต่อจากข้อ 59 ) สถาบันได้สำรวจเพิ่มเติมอีกว่า ข้อสอบระดับชุดยากโทอิคนั้น จะเน้นมีศัพท์ประเภท Unseen ที่ใช้ในทางธุรกิจสอบใน Part Sentence Completion กับ Text Completion นับเป็นข้อยากโทอิคที่ นร ต้องให้ความสำคัญเพราะมีผลต่อคะแนน Percentile Rank ของ นร โดยที่สถาบันมีเทคนิคการท่องศัพท์ด้วยระบบสมองและเทคนิคเทียบรากที่ทำให้ นร สามารถเลือก Choice ที่เป็นคำตอบถูก ประกอบกับการตัด Choice ด้วยวิธีผ่าชิ้นส่วนคำ
59. ( ต่อจากข้อ 58 ) สถาบันได้สำรวจเพิ่มเติมว่า ข้อสอบระดับชุดปานกลางกับชุดยากโทอิคที่ นร ทำสอบกันอยู่มีความแตกต่างกัน เนื่องจาก ข้อสอบชุดปานกลางมีโอกาสที่ นร ผู้เข้าสอบห้องเดียวกันจะทำได้คะแนนเพิ่มขึ้น เพราะ เน้นให้มี Reading เพิ่มขึ้น และมีไวยากรณ์สอบมากกว่าสอบศัพท์ใน Sentence Completion กับ Text Completion แต่ Listening จะไม่ยากมาก ต่างกับ ข้อสอบชุดยากโทอิคที่จะมี Listening ที่เร็วและยากกว่า ....
ดังนั้น นร ที่ไม่เตรียมพร้อมตัวเองก่อนสอบ หรือ ฝึกผิดวิธีตามความเคยชินที่ทำให้คะแนนไม่มากกว่า 550 หรือ ไม่ลงลึกพูดฟังอ่านเขียนไวยากรณ์ทักษะระดับประโยคและศัพท์ให้ได้จริงๆ หรือ อ่านแต่เฉลยแบบฝึกหัดไปเรื่อยๆ แต่ไม่เพิ่มความรู้กับตัวเองจริงๆ มันก็ยากที่จะรับมือกับข้อสอบทั้งสองแบบของศูนย์โทอิคได้
58. เนื่องจากสถาบันได้ทำการสำรวจศูนย์สอบโทอิค พบว่า เดิมปกติวันธรรมดาส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีคนมาสอบเท่าไร ตั้งแต่เริ่มปี 53 จำนวนผู้สอบมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันวันธรรมดาจะมีผู้สอบอย่างหนาแน่น โดยเฉพาะวันศุกร์ นอกเหนือจากวันเสาร์ที่มีคนสอบแน่นอยู่แล้ว นั่นแสดงว่า ข้อสอบโทอิคมีการปรับให้ยากขึ้น แต่ ....
ผู้สอบมิได้ปรับตัวเองหรือถีบตัวเอง ยังใช้วิธีการเดิมๆ ฝึกแบบเดิมๆ ยังเป็นแนวทางที่ทำให้คะแนนไม่ขึ้น หรือ ทำให้ได้คะแนนต่ำ แล้วอาศัยสอบซ้ำไปเรื่อยๆ โดยคิดว่า เสียเงินไปเรื่อยๆก็ไม่เป็นไร โดยไม่เปลี่ยนแนวมาเปิดใจใช้เทคนิคนวตกรรมลงลึกที่ทำให้สอบได้ จึงทำให้รับมือกับข้อสอบที่ยากขึ้นไม่ได้ และเมื่อคนที่ฝึกแบบไม่ลงลึกมาสอบในห้องเดียวกันในจำนวนที่มากพอ ทำให้คะแนนจะเกาะอยู่ในระดับที่ไม่สูง ส่งผลยิ่งทำให้คนที่ได้คะแนนสูงกว่า อันเกิดจากการฝึกฝนที่ลงลึกได้คะแนนโบนัสแบบ Percentile Rank เพิ่มขึ้น ช่วงห่างของคนคะแนนต่ำกับคนที่ได้คะแนนสูงจะมีมากขึ้น เพราะผลจากการที่ข้อสอบยากขึ้นนั่นเอง .....
57. ( ต่อจากข้อ 56. ) ตอบคำถามน้องศรีในเว็ปบอร์ด krugrienktutor.com : น้องศรี ได้ 700 กว่ากับการสอบครั้งแรก ภายหลังเรียนกับ อ. เกรียง น้องเตรียมตัวเป็นแอร์ได้แล้วนะ ขอให้น้องประสบแต่ความรุ่งเรืองต่อไปและตลอดไป
อ. ขอตั้งข้อสังเกตกับ นร หลายคน แต่ไม่ได้เป็นการวิพากษ์ แค่สงสัยว่า นร ที่ยังฝึกตามยถากรรม ฝึกตามความเคยชินตัวเอง แล้วทำให้สอบยังไง กี่ครั้ง ยังไง ก็ได้คะแนนไม่เกิน 400 บ้าง ไม่เกิน 450 บ้าง ไม่เกิน 550 บ้าง โดยไม่สนใจ หรือ ไม่เปิดใจ การใช้เทคนิค How To หรือ นวตกรรม อะไรใหม่ๆ แล้วคิดว่า จะใช้วิธีกาข้อสอบแบบเดิมๆ แบบเร็วๆ ตามความคุ้นเคยที่ทำให้ได้ไม่เกิน 550 แล้วนิยมสอบวันเว้นวัน วันเว้นสัปดาห์ ไปเรื่อยๆ แล้วจะทำให้ได้ New TOEIC เกิน 700 ได้อย่างไร
56. คุณวิไลลักษณ์ อุดมสันต์ ตามทุกอย่างอย่างที่เรียนเป็นแบบนวตกรรม ทุกเทคนิค ทุกการฝ่าด่านอรหันต์ที่กำหนดของสถาบัน ตามที่ อ. เขียนในเว็ป และ สอบ ตามการวางแผนเป็น Tactic พลิกเกมก่อนสอบ ที่ อ. โทรคุยบอก แทคติก พลิกเกม ก่อนสอบ 1 วัน ตอนกลางคืน และ คุณวิไลลักษณ์ ก็ทำตามทุกอย่างอย่างที่อาจารย์ได้โค้ชชิ่ง แต่ นร บางคนอาจจะยังไม่ได้ทำตามเทคนิคของอาจารย์บางอย่าง โดยเฉพาะ การใช้เทคนิค Reverse Keyword เพื่อเดา Unseen Vocab ใน Reading จึงอาจจะยังมีปัญหาการสอบอยู่
55. ล่าสุด !!! ขอแสดงความยินดีกับ นร. สถาบันสองท่านที่สอบครั้งแรกก็ได้คะแนนดังกล่าว คือ
คุณ วิไลลักษณ์ อุดมสันต์ หรือ น้องศรี อดีตพนักงานต้อนรับโรงแรมชื่อดังที่กำลังสมัครแอร์โฮสเตส เรียนกับสถาบันครูเกรียง 3 สัปดาห์ผ่านด่านของสถาบัน สอบครั้งแรกได้ 705 คะแนนการฟัง 420 คะแนนการอ่านและไวยากรณ์ได้ 285
คุณมุก หรือ น้องปาณิชชา เจติยานุวัตร เกียรตินิยมอันดับหนึ่งของครุศาสตร์จุฬา สอบครั้งแรกภายหลังเรียนสถาบัน ครูเกรียงสองสัปดาห์ ได้คะแนน 575 คะแนนการฟัง 310 และ คะแนนการอ่านและไวยากรณ์ได้ 265
และ นร ของสถาบันรุ่นหลังน้องนาฏยา กำลังทะยอยสอบกันอยู่นะครับ .... โปรดติดตาม เรื่องราวการต่อสู้ของ นร เหล่านี้ที่เว็ปบอร์ด www.krugrienktutor.com
54. แม้ว่าจาก Motto ของ TOEIC จะบอกถึง การสอบโทอิคที่คิดคะแนนการฟังครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด มี Motto ว่า Listening Learning และ Leading แต่ว่า การฝึกทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ แน่นอน นร ต้องเริ่มต้นจากการฟัง เพื่อจะได้ตามและเก็บสะสมประสบการณ์กับรูปประโยคที่หลากหลายเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษผ่านการฟัง แต่การพัฒนา ไม่จำเป็นต้องฟังก่อน หรือ อ่านก่อน สามารถพัฒนาการเขียนและการพูดได้พร้อมกัน ....
53. นร ผู้สอบโทอิคต้องติดตามข่าวสารกับศูนย์สอบโทอิคว่า มีการเปิด Audition เมื่อไหร่เพื่อให้คนภายนอก ฟังข้อสอบการฟังโทอิคเป็นตัวอย่างจริงที่ไม่ใช่แบบฝึกหัดขายตามท้องตลาด เมื่อ นร ได้ Audition จะทำให้รู้แนวข้อสอบทั้งข้อสอบชุดยากหรือชุดง่ายได้เบื้องต้น ทำให้ เราสามารถเตรียมตัวสอบได้อย่างถูกต้อง ก่อนการสอบจริง
52. อ. ขอมาเล่าเรื่องที่น่าประทับใจ เกี่ยวกับ นร ที่ประสบความสำเร็จที่ผ่านสถาบัน อ. เกรียง คือ คุณ นุช หรือ น้อง พรทิพย์ เขียววิมล ที่ได้คะแนน TOEIC ได้ 735 โดยการฟังได้ 435 น้องเขาสามารถเปลี่ยนงานเดิมที่เป็น IT Internal Audit ที่ไทยพาณิชย์ได้เงินเดือนระดับเลขสอง แต่พอได้คะแนนโทอิคแบบก้าวกระโดด สมัครงานเปลี่ยนงานทันทีภายใน หกเดือน ผลคือ .....
ได้งาน IT Internal Audit ของ บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ปรึกษาบัญชีต่างชาติ ชื่อว่า KPMG Thailand ได้เงินเดือนก้าวกระโดดมากกว่าเดิมสองเท่าครึ่ง เกือบเลขห้า ทำไมเราต้องสอบโทอิคแบบพัฒนาศักยภาพทางภาษาลงลึกจริงๆ มิใช่ฉาบฉวย หรือ ซื้อเวลา ซื้อความหวังลมแล้งๆไปเรื่อยๆ หรือ เน้นไสยศาสตร์มากกว่าหาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์รู้ที่มาที่ไปจริงๆที่ทำให้ตัวเองสอบได้ ก็เพราะว่า เราทุกคนต้องการความก้าวหน้าในหน้าที่การงานในอนาคตท่ามกลางการแข่งขันด้านแรงงานที่รุนแรงภายหลังการเปิดเขตการค้าเสรี AFTA ในอาเซียน ภาคบริการหรือแรงงานโลกาภิวัฒน์นั่นเอง
51. มี นร หลายคนที่ถามคำถาม อ. เกี่ยวกับ ข้อสอบโทอิคที่ให้ความสำคัญกับการสอบศ้พท์ Unseen Vocab ดังนั้น อ. ขออธิบายอีกครั้งว่า ข้อสอบชุดยากนิวโทอิคจะมีการสอบศ้พท์เกือบ 10 ข้อ เป็นข้อที่คูณถ่วงน้ำหนักคิดคะแนนมากสุด ถ้า นร ไม่ให้ความสำคัญ คะแนน Percentile Rank ที่เป็นโบนัสเสริมจากคะแนนดิบ ของ นร อาจจะได้น้อย และ ถ้า นร ในรอบนั้น สามารถทำข้อสอบศัพท์ในโทอิคได้ นร ที่เกลียดศัพท์จะลำบาก นร จึงควรให้ความสำคัญกับศัพท์ภาษาอังกฤษเพราะมันเป็นรากฐานสำคัญกับการพัฒนา Speaking และ Writing ในอนาคต
50. นร หลายคน ชะล่าใจเรื่องการท่องศัพท์บ้าง เพื่อสอบ TOEIC หรือ IELTS แม้ว่า นร บางคน นิยมเดาศัพท์ Unseen โดยการใช้บริบทรอบข้างคำศัพท์ดังกล่าวในบทความ Reading โดยไม่หา Keyword มาประกอบการเดาความหมายของ Unseen Vocab ข้อเตือนใจคือ การเดาศัพท์ Unseen แบบรีบเดาพอคร่าวๆ ไม่เน้นหลักการ อาจจะทำให้เดาได้เร็ว แต่มันจะมึนในกรณี นร ทำข้อสอบ Reading จำนวนหลายข้อเพราะ การเดาศัพท์ด้วยการใช้ความคุ้นเคยหรือความรู้สึก ย่อมมีผลต่อทำให้สมองล้ามากกว่า .....
49. ข้อเตือนใจของ นร ที่ต้องปรับระบบคิดจากการทำคะแนนก้าวกระโดดในการฟังการอ่าน เป็น การเริ่มพัฒนาสู่การก้าวกระโดดการพูดกับการเขียน พบว่า การเขียนมาก่อนการพูด เพราะ เขียนแก้ได้ แต่พูด พูดผิดไปแล้วมันแก้ยาก ถ้าระบบคิดยังแปลไทยหนึ่งคำเป็นภาษาอังกฤษเป็นหนึ่งคำมันจะมีปัญหา ทำให้พูดช้า และ อาจสื่อสารผิดพลาด เพราะ ภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ มีการสื่อสารต่างกัน แต่ถ้า นร หมั่นเรียนรู้รูปประโยคในระดับให้ได้มากเป็นร้อยเป็นพันข้อ จะยิ่งได้เปรียบกับการเลือกนำมาใช้เป็นรูปแบบประโยคแทนที่จะแปลไทยคำเป็นอังกฤษคำ รูปแบบประโยคยิ่งเลือกนำมาใช้ก็จะไม่ลืมด้วย .....
48. ล่าสุด นร รุ่นใหม่ที่สอบ Reading แบบ Double Passage จับเวลาจริงที่ให้เวลาอ่านแค่ 2 นาทีครึ่งต่อหนึ่ง Passage มี นร หลายคนสามารถทำคะแนนเลยครึ่งหนึ่งอยู่จำนวนมาก จากคะแนนทั้งหมด แต่สถาบันได้รวบรวมข้อมูลพบว่า ผู้ที่ได้คะแนนยังไม่มากส่วนใหญ่จะทำ Reading ผิดลำดับ เห็นชัดว่า การอ่านคำถามก่อนแต่ไม่ยอมอ่านบทความจะส่งผลร้ายมากกว่าผลดี เพราะ จะไม่สามารถเทียบ Keyword จากคำถามกลับไปที่ Keyword ในบทความ เนื่องจากไม่เคยคิดอ่านบทความ หรือ อ่านลวกๆ ไปก่อน จึงไม่สามารถรู้ Keyword ของบทความที่จะมาใช้ตอบคำถามได้ .....
47. อ. ขอยกกรณีศึกษา น้องมุก ที่ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เรียนจบสามปีครึ่ง ครุศาสตร์ จุฬา ปี 4 ซึ่งหน้าตาคล้าย คุณ หนูดี หรือ อ. วนิษา เรซ มาก ปัจจุบันเป็น นร สถาบัน มีความตั้งใจสูงที่จะสอบโทอิคให้ได้คะแนนสูง คุณแม่เป็นชาวฟิลิปปินส์ น้องมุกเล่าให้ อ. เกรียงฟังว่า คุณแม่จะพูดภาษาอังกฤษที่เป็นสำเนียงของคนเอเชีย เสียงจะไม่มีอุปสรรคสำเนียงอมเสียงหดเสียงลากเสียง เหมือน พวกสหราชอาณาจักร แต่ อ. ทำการแยกเสียงสำเนียงดังกล่าวให้ฟัง เพราะ .....
เนื่องจาก การสอบโทอิคจะมีสำเนียงดังกล่าวมาก แม้คนที่มีโสตประสาทการฟังที่ดี ก็ต้องทำการแยกเสียงให้ได้ เพื่อจะได้รับมือเร็ว ดังนั้น ไม่ว่าน้องฝน เภสัชจุฬา ที่เรียนภาษาอังกฤษกับอาจารย์ชาวฟิลิปปินส์ ( มอเอแบคมีอ. ฟิลิปปินส์เยอะ ม. หัวเฉียวก็มี ) รวมถึง น้องมุก จำเป็นต้องมีการปรับตัว เพราะข้อสอบ Part การฟัง Question Response จะมีอุปสรรคสำเนียงแบบนี้มาก และ ผู้ที่จะทำคะแนน Part นี้ได้ดี ต้องได้เทคนิควิเคราะห์หลุมพรางสอบแยก Keyword กับ อ. และ เทคนิคการเทียบ KeyWord และ ตัด Choice ประกอบกับ แยกสำเนียงให้ได้ระดับหนึ่ง นร ดังกล่าวจะได้คะแนนไม่ต่ำกว่า 80 % จาก นร หลายคนที่ประสบความสำเร็จของสถาบันที่ผ่านมา ..... : )
46. นร รุ่นใหม่หลังรุ่นน้องนาฏยา ( นร คนล่าสุดที่ขึ้นทำเนียบคะแนนก้าวกระโดด ) มีจำนวนมากที่มาเรียน มีหลายคนที่เรียนอย่างต่อเนื่องเร่งเรียนเร่งสอบ สามารถทำคะแนนสอบนิวโทอิคจริงที่สถาบันจับเวลาจริง และ สามารถผ่านเกณฑ์ด่านอรหันต์ได้หลายด่าน เช่น น้องศรี ทำคะแนนสอบนิวโทอิค Part การฟัง คะแนนไม่ต่ำกว่า 23 ข้อจาก 30 ข้อ หรือ น้องซาฟรีน่า ที่ทำสอบ IELTS ภาคการฟังเกือบเต็ม ฯลฯ และ นร คนอื่นอีกหลายคนที่อาจารย์ไม่ได้กล่าวถึงเพราะเนื้อที่ไม่พอ .... แต่ นร เหล่านี้ถูกฝึกให้เป็น Examer ผู้สอบ คุณสมบัติหนึ่งของ นักสอบมืออาชีพ ก็คือ ......
การฝึกทักษะจับเวลาในหัวและตั้งเซ็นเซอร์เดือนตัวเอง เช่น Part การอ่านของนิวโทอิคใช้เวลาห้ามเกิน 45 นาที แต่ละ Passage ส่วนใหญ่เป็น Double Passage ต้องใช้เทคนิคการอ่านลงลึกทำให้ใช้เวลาอ่านต่อ Passage ไม่ควรเกิน 2 นาทีครึ่ง ทำแต่ละข้อทั้งศัพท์ไวยากรณ์ ใน Sentence Completion หรือ Text Completion ข้อหนึ่งไม่ควรเกิน 1 นาที ตรงนี้ ต้องใช้ทักษะการตั้งเวลาในหัวเตือนตัวเองอยู่ตลอด ซึ่งจะดีกว่า เพียงแค่ตั้งนาฬิกาที่โต๊ะสอบซึ่ง นร อาจจะไม่มีโอกาสมองนั่นเอง .....
45. จากผลสำรวจของสถาบันครูเกรียงจากการสัมภาณ์ลงลึก หรือ Indepth Interview กับ นร ที่สอบโทอิคที่มีอายุมากกว่า 40 ปีที่ทำงานตำแหน่งอยู่ระดับผู้บริหาร Manager หรือ กำลังหางานทำอยู่ จะมีทัศนคติแตกต่างจาก นร ที่อายุน้อยกว่า เช่น ....
ทัศนคติของ นร เหล่านั้น มีหลายแบบ เช่น นร อายุมากหลายคนต้องการหางานแต่ถูกบีบโดยผู้รับสมัครงานให้สอบคะแนนโทอิคให้มากกว่า 700 ใน 15 วัน บางคนก็ไม่เคยสอบโทอิคมา จึงเกิดทัศนคติใจร้อน ไม่เน้นการสอบโทอิคเพื่อพัฒนาตัวเองสู่การใช้ภาษาอังกฤษลงลึกพูดฟังอ่านเขียนได้จริง ทำเพียงรีบไปซื้อแบบฝึกหัดในท้องตลาด แล้วอ่านแค่เฉลยก่อนเข้าห้องสอบหนึ่งชั่วโมง พอทำไม่ได้ ไม่สนใจกับการกามั่ว ในที่สุดก็ถูกผู้รับสมัครงานปฏิเสธการรับเข้าทำงานไป ...
หรือ ทัศนคติของ นร ที่อายุมากที่เป็นระดับ Manager ในบริษัทในเมืองไทย ซึ่งมีทักษะและความคิดแตกต่างจาก Manager ในอายุระดับเดียวกันที่ใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว ใน สิงคโปร์ อินเดีย ฟิลิปปินส์ ฯลฯ โดย นร ที่อายุมากที่เป็น Manager ในบริษัท ฯ ในไทย คิดว่า ยังไงบริษัทก็ไม่บีบตัวเองออกจากตำแหน่งเพราะเรื่องภาษาอังกฤษ ที่ไปสอบโทอิคเพราะต้องการอยากเป็นตำแหน่งงานที่สูงกว่า Manager ถึงมาฝึกภาษาอังกฤษ แต่ถ้าพูดฟังอ่านเขียนภาษาอังกฤษไม่ได้ เขาก็ไม่บีบออกอยู่แล้ว แต่ถ้าจะเรียนก็อาจมีความคิดใจร้อนในการเรียน ไม่ได้เน้นใช้งานจริง และ ไม่สนใจการเปิดภาคเสรีภาคบริการแรงงานของ AFTA ที่จะมี Manager ทั่วโลกมาแย่งงานกันไหลเข้ามาในอาเซียนก็ได้
ทั้งสองทัศนคตินับเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ......
44. อ. เคยพูดถึง นร บางคนที่เคยปรึกษาเรื่องการไปสอบ TOEIC แบบโปรแกรม A และ B ซึ่งนำคะแนนไปสมัครงานไม่ได้ ซึ่งแตกต่างจากโปรแกรมแบบ C ที่ใช้สอบปกติที่ใช้ในการสมัครงาน นร หลายคนเข้าใจผิดคิดว่า คะแนนที่ได้จากโปรแกรม A และ B เป็นคะแนนที่สะท้อนถึงศักยภาพด้านภาษาที่แท้จริง แต่ว่ามีประจักษ์เป็นพยาน แท้จริงอาจไม่ใช่ .....
เนื่องด้วย มี นร บางคนไปสอบกับ โปรแกรม A และ B ได้ เกือบ 700 แต่คะแนนศูนย์สอบ TOEIC บอกว่านำไปสมัครงานไม่ได้ แต่ นร คนนั้นมันใจว่าศักยภาพทางภาษาตัวเองดีแล้ว อ. เลยแนะนำให้ไปสอบกับโปรแกรม C ในช่วงเวลาใกล้กัน ปรากฏว่า เขาได้เพียง 580
เช่นเดียวกัน มีหลายคนไปสอบพรีเทส ดาวน์โหลดจาก Internet บ้าง จากแบบฝึกหัดที่ขายในท้องตลาดบ้าง ที่เป็นข้อสอบระดับง่ายไม่ใกล้เคียงกับความยากของข้อสอบ TOEIC จริง บางคนสอบพรีเทสดังกล่าวได้ 700กว่า แต่พอไปสอบจริงในโปรแกรม C ที่เอาคะแนนไปสมัครงานได้ กลับได้คะแนนเพียง ห้าร้อยกว่า
สิ่งที่สะท้อนเป็นข้อเตือนใจ คือ การที่ศักยภาพทางภาษาของ นร คนใด มิได้สะท้อนตามความเป็นจริงเพราะไปยึดคะแนนของข้อสอบที่ให้ผลคะแนนที่ไม่สามารถนำไปสมัครงานได้จริง หรือ ค่านิยมไปยึดคะแนนสอบเพียงอย่างเดียว แต่ไม่สามารถฟังภาษาอังกฤษสรุปเขียนออกมาจดรายงานการประชุมหรือ ไม่สามารถอ่านได้เร็ว พร้อมกับ ไม่สามารถ พูดได้เขียนได้ในBusiness English บ้าง
แสดงว่า นร คนนั้นไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ของการสอบ TOEIC ที่ต้องการวัดศักยภาพทางภาษาและทักษะการตัดสินใจในการสื่อสารกับฝรั่งจริงๆในการทำงานที่เข้มข้น โดยมิใช่เพียงแค่เอาคะแนนไปยื่นให้ฝ่ายบุคคลรับทราบ แต่ยังไม่ต้องการพัฒนาตัวเองให้ใช้ภาษาอังกฤษได้จริงๆ เพื่อสร้างการยอมรับให้กับนายจ้างที่เป็นชาวต่างประเทศจริงๆ นับเป็นเรื่องลำบากในการสร้างการยอมรับในงานหรือหางาน ท่ามกลางตลาดแรงงานในไทยที่มีการแข่งขันสูงท่ามกลางการเปิดเขตการค้า ลงทุน เสรี และ เสรีแรงงาน อาเซียนบวกสาม ตั้งแต่ 1 มค 53 เป็นต้นไป .... : )
43. อ. ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับอาจารย์ฟิลิปปินส์บางท่านที่สอนอยู่ที่ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ( มหาวิทยาลัยนามพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ) อาจารย์แทนได้เล่าหลายเรื่องในลักษณะพูดแบบหวังดี เกี่ยวกับ การเรียนภาษาอังกฤษที่ประเทศฟิลิปปินส์ มันคนละเรื่องกับคนไทยเรียนภาษาอังกฤษ ยิ่งไม่รวมกับ นร จีนที่มาเรียนที่มอหัวเฉียวที่พูดไทยได้ อังกฤษได้ จีนได้ แถมพอเขียน Writing ได้ เอาแค่สองชาติไม่รวมสิงคโปร์ที่ก็รู้ๆ กันอยู่ เขามีค่านิยมเรียนภาษาอังกฤษอย่างไร ที่ทำให้เขาสามารถเรียนไวยากรณ์ทักษะระดับประโยคแล้วใช้พูดฟังอ่านเขียนได้รวดเร็วมาก ทำไม ต่างจากคนไทย ..... : )
อาจารย์กล้าพูดได้เลยหรือจากข้อมูลที่ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคนฟิลิปปินส์และคนจีน ( ทั้งอินเดีย บังคลาเทศ สิงคโปร์ เวียดนาม ด้วย ) พบว่า พวกเขามีค่านิยมเรียนภาษาอังกฤษแบบ Assertive Model คือ เรียนแล้วต้องคุ้มกับเงินที่จ่าย ถ้าพวกเขาพบว่า ผู้สอนภาษาอังกฤษคิดราคาแพงแต่กลับสอนอะไรที่ไม่เกี่ยวข้องกับหัวข้อ เช่น
ตลกโปกฮามากเกินไป ไร้สาระ ซึ่งไม่ได้ทำให้เขาเก่งภาษาอังกฤษขึ้น หรือ พูดวิจารณ์กึ่งด่าอาจารย์สอนภาษาคนอื่นแบบใช้อารมณ์ส่วนตัว ซึ่งไม่ใช่วิจารณ์ถึงเหตุผลของระบบการสอน เป็นต้น นร ต่างชาติ โดยเฉพาะ คนจีน และ เวียดนาม จะแอนตี้ผู้สอนที่คิดราคาแพงแต่กลับสอนไม่คุ้มค่าเงินที่เขาเสีย ยิ่งเสียแพง แต่เขาไม่สามารถใช้ไวยากรณ์และรูปแบบประโยคประยุกต์สู่การพูดฟังอ่านเขียน ในการสอบ TOEIC , IELTS , TOEFL ได้จริงๆ เขาจะต่อต้านทันที
ถ้า นร ไทย หลายคนสามารถมีค่านิยมอย่างนี้แบบ นร ต่างชาติได้ และ ศักยภาพของคนไทยไม่ได้แพ้ชาติใดในโลก ทักษะด้านภาษาของ นร ไทยก็จะไม่แพ้ชาติใดในต่างชาติ
โดยเฉพาะ นร ที่สถาบันครูเกรียงจะทราบว่า พวกเราจะไม่มีเวลาพูดเรื่องไร้สาระมากเพราะ อ. ต้องให้ นร ได้ความรู้และเทคนิคลงลึกมากสุดเพื่อต้องสอบจริง ทั้ง TOEIC และ IELTS ทุกสองชั่วโมงให้ได้คะแนนมากสุดด้วยค่าเรียนที่ต่ำคุ้มที่สุดแบบมีประจักษ์พยาน นร ที่สำเร็จให้เห็นให้ได้นั่นเอง .....
42.ระบบการพัฒนาการฟังลงลึกด้วยการทำลาย Halo Effect ก่อน 4 วินาที และ ทำลาย Noise การฟัง ด้วยการใช้ทักษะระดับประโยคและไวยากรณ์บางเรื่อง ( Halo Effect คือ การฟังแล้วไม่สามารถแปลภาษาไทยตามอัตโนมัติได้อย่างครอบคลุม หรือ ฟังแล้วสมองว่าง หรือ จับคำได้เป็นหย่อมๆ หรือได้คำสุดท้าย แต่ไม่สามารถสรุปความหมายของประโยคที่ฟังได้ )
แตกต่างจากระบบการสอนการฟังที่ติวแบบสบายคนติว เช่น แตกต่างจากการกางตำราหรือกางเฉลยอ่านให้ นร ฟัง ซึ่ง นร กางอ่านเองที่บ้านก็ได้
หรือ การโยน Tape Script การฟังให้กับ นร อ่านไปพร้อมๆกับฟัง ซึ่งตอนสอบ IELTS หรือ TOEIC ไม่มี Tape Script ให้ นร อ่าน คนที่ฝึกแบบนี้ จะถูกทำลายความมั่นใจในการฟังในตอนสอบจริงมากกว่า 90 % และจะรู้ตัวก็ต่อเมื่อเริ่มสอบจริงๆไปแล้ว ....
หรือ การบอกให้ นร จิกคำที่ฟังตามความพอใจ ตามความคุ้น คุ้นคำไหนก็จิกคำนั้น แต่ปริมาณคำที่จิกได้ต่อหนึ่งประโยคมีน้อยมาก อาจแค่หนึ่งสองหรือสามคำ เมื่อเทียบกับหนึ่งประโยคที่มีโอกาสยาวถึง 25 ถึง 40 คำ แล้วบอกให้ นร สรุปความหมายไปเอง หรือ มั่วความหมายไปเลย
โดยที่ นร ที่ขาดประสบการณ์และชั่วโมงบินการฟัง จะไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างคำที่จิกได้เป็นหย่อมๆ ไม่รู้ว่าคำที่จับเป็นหย่อมๆ เป็นตำแหน่งใดของประโยคและคำประเภทใด และ สัมพันธ์กับคำอื่นๆ อย่างไร แล้วม้นจะแปลภาษาไทยตามโดยอัตโนมัติอย่างครอบคลุม Keyword ได้อย่างไร
ถ้าระบบการเรียนการฟังที่แค่สรุปความหมายไปเอง ประมาณความหมายไปเอง มั่วความหมายไปเลย ผิดก็ช่างมัน จะทำให้มีผลต่อการยากต่อการพัฒนาการฟัง และ จะทำลายความน่าเชื่อถือตัวเอง ต่อ นายจ้าง นายจ้างจะไม่กล้าเชิญเข้าห้องประชุม มาจดข้อมูลจากการฟังฝรั่งที่เข้ามาร่วมประชุม หรือ ไม่กล้าลงทุนมากเพื่อส่งไปสัมมนาต่างประเทศให้จดข้อมูลกลับมาสอนคนในองค์กร
หรือ ทำให้สอบคะแนน IELTS , TOEIC ยังไงก็ไม่ขึ้น และ ซ้ำร้าย คนที่ฝึกการฟังถูกวิธี ฟังได้ และ ทำข้อยากการฟังได้ จะใช้คนที่ฝึกผิดวิธีเป็นฐานเหยียบขึ้นไป ทำให้ได้คะแนน Percentile Rank ของ TOEIC แบบฟรีๆ มาเป็น Bonus เสริมตัวเอง ทำให้คนฝึกผิดวิธี อย่างไรคะแนนก็ขึ้นยากอย่างแน่นอน
41. นวตกรรมการแยกเสียงสำเนียงฝรั่งที่ฟังยาก ( อมเสียง หดเสียง ลากเสียง ฯลฯ ) เพื่อรับมือการฟังเร็วที่สุดของ โทอิคชุดยาก Redesigned Test และ ข้อสอบ IELTS ที่ยากขึ้น โดยที่ อ. จะแยกสำเนียงฝรั่งให้ นร ฟังเพื่อเพิ่มประสบการณ์กับการรับมือการฟังเร็ว กับ รูปแบบประโยคที่มีการอมเสียงหดเสียงลากเสียงเสียงเหมือนเสียงคล้ายเสียงหลอน มากกว่า 500 รูปแบบประโยค ทำให้ นร สถาบันมีคะแนนก้าวกระโดดการฟังและคะแนนไม่มีวันถอยหลังอีก .... : )
40. กรณีศึกษาของ น้อง สิ นร ของ สถาบันที่ไม่เคยสอบโทอิค แต่ใช้เทคนิคถอดรูปประโยคทำลาย Halo Effect ก่อนสี่วินาที ของการฟังให้ได้รูปประโยคเพียง 70 % ก็สามารถแปลเป็นภาษาไทยโดยอัตโนมัติโดยไม่มั่วหรือสรุปความหมายไปเอง รวมถึง การใช้ Checklist ตรวจสอบจุดอ่อนการฟังปรับจากเทคนิคของ นร ต่างชาติ และ เทคนิควิเคราะห์หลุมพรางสอบของ Part Listening ของ Question Response ผลคือ .....
การสอบนิวโทอิคของคุณ สิ ทุกสองชั่วโมง คะแนนของ น้องเขาอยู่ในระดับ 20 -25 จาก 30 ข้อ ใน Part การฟัง ก็ย่อมแสดงว่า ถ้ามีการฝึกนอกห้องแบบถูกวิธี ที่ไม่ใช่ไปฝึกเองตามยถากรรม นร ไทย ก็สามารถก้าวกระโดดและไม่ต้องซื้อเวลาหรือซื้อความหวังได้ ..... : )
39. อ. ขอยกกรณีศึกษาของ นร สถาบัน คนหนึ่ง คือ คุณ สิ อดีตเคยเป็นเจ้าหน้าที่ของธุรกิจบริการแห่งหนึ่ง มีทักษะในการพูดภาษาอังกฤษมากกว่าการฟัง ทำให้มีสไตลในการฟังที่ต้องรับมือชาวต่างชาติที่พูดเร็ว รัวแบบกระทันหัน มันมีโอกาสสูงที่จะยึดติดแนวทางการฟังบางอย่างที่เป็นอุปสรรคในการพัฒนาในอนาคต คือ อะไร.... มีวิธีแก้อย่างไร ....
เนื่องจากคุณสิมีทักษะการพูดที่พยายามนำรูปประโยคมาพูดแทนที่จะแปลไทยคำเป็นอังกฤษคำแต่ทักษะการฟังอาจจะคุ้นเคยกับการฟังประโยคสั้นๆ เพราะแขกชาวต่างชาติที่มาพักจะมี order เป็นภาษาอังกฤษที่ไม่ยาวมาก แต่การสอบ TOEIC โดยเฉพาะ IELTS ต้องมีการรับมือการฟังยาว หรือ ต้องมี Listening Toughness
ดังนั้น นร จึงต้องมีการปรับสไตล์การเรียนทักษะการฟัง เหมือนต้องปรับวงสวิงกอล์ฟกับอาจารย์ที่เป็นโปรที่ได้มาตรฐานจริงๆ มิฉะนั้นจะตีลูกได้ไม่ไกล ไม่แน่น เปรียบเทียบกับภาษาอังกฤษคือ จะฟังประโยคยาวๆ หรือ Short Talk ไม่ได้ จะกลายเป็นลักษณะพยายามจับเป็นคำ เป็นคำที่เราชอบ อยากฟัง อยากจิก หรือ ฟังแล้วบิดให้เป็นคำที่เราต้องการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็น Noise การฟัง หรือเป็นเสียงที่เพี้ยนคำที่เพี้ยน แต่ นร ที่มีพื้นฐาน ศัพท์ และ ทักษะระดับประโยคไม่แน่น จะไม่รู้ว่าเป็น Noise การฟัง แต่คิดว่า คำที่เพี้ยนเป็นคำที่ถูกต้องแล้ว มีผลต่อการแปลภาษาไทยตามรูปประโยคจะผิดพลาด เนื้อหาที่ได้จากการฟังผิดพลาด พอตอบคำถาม TOEIC , IELTS ก็จะมีโอกาสผิดมากกว่าถูกเพราะข้อมูลการฟังไม่พอ วิธีแก้เบื้องต้น คือ นร ต้องมาเรียนกับ อ. มาศึกษา Checklist 8 ข้อใหญ่ที่มีข้อย่อยอย่างละเอียด และ เลิกความเคยชินประเภทฟังไม่ได้ก็แปะคำเพิ่มหรือประมาณเสียงคล้ายจากคำที่ได้ยินให้กลายเป็นคำอื่นก็ได้คร่าวๆ และต้องฝึกฟังประโยคยาวๆ ระดับ 1 ประโยคมีถึง 25 ถึง 40 คำ ไม่ใช่ฟังแต่ประโยคสั้นๆ ความเคยชินแบบนี้จะทำลาย นร ด้านทักษะการฟังในระยะยาว .....
38. การซ้อมนอกห้องเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ที่เตรียมตัวสอบ TOEIC และ IELTS ถ้าซ้อมผิดวิธี หรือ อ่อนซ้อม ผลลัพธ์ที่เห็นชัด จะออกมาทั้งทักษะพูดฟังอ่านเขียน คนซ้อมน้อย เห็นว่า ...... : )
ทักษะการฟังจะมี Earing หรือ โสตประสาทการฟังที่แย่ลง หรือ ฟังแล้วมักจะคิดปรุงแต่งให้เสียงเพี้ยนจากเดิมมากเกินไป ส่วนทักษะการอ่าน จะอ่านช้าเกินไป โดยเฉพาะ นร ที่ไม่ทบทวนด้วยการจิ้มคำ จะยิ่งเกิด Halo Effect การอ่าน ส่วนทักษะการเขียน จะมีปัญหาเพราะการไม่กล้าเขียน ไม่กล้าผิด ไม่กล้าส่งการบ้าน มันจะไม่กล้าเอาความรู้ทักษะระดับประโยคและไวยากรณ์ที่เรียนมาใช้ ไม่กล้าเอารูปประโยคมาต่อ Jigsaw ท้ายสุด โดยเฉพาะทักษะการพูด คนที่ไม่ซ้อมถูกวิธี มักจะพูดช้าเกินไป คิดเป็นไทยคำก่อนแล้วค่อยอังกฤษคำ มันจะมีปัญหามากกว่า นร ที่ใช้รูปแบบประโยคพูดไปเลย .... : )
37. ค่านิยมเรียนไวยากรณ์ไปเรื่อยๆ แต่ไม่ยอมทบทวน และ เรียนแบบเยิ่นเย้อไม่สามารถนำไปประยุกต์สู่การพูดฟังอ่านเขียนได้ สอบไม่ได้ไม่เป็นไร เสียเงินมากมายก็ไม่เป็นไร เรียนในระบบเรียนที่ทำให้ยิ่งเรียนยิ่งลืมก็ไม่เป็นไร ค่านิยมดังกล่าวจะทำให้พัฒนาได้ช้ากับทักษะระดับประโยค และไวยากรณ์ และลงลึกการพูดฟังอ่านเขียนก็ไม่ได้ ระยะยาวมันก็จะเหนื่อยและท้อ กลายเป็นเลิกฝึกหรือเกลียดภาษาอังกฤษ ส่งผลให้สอบไม่ได้ เงินเดือนและหน้าที่การงานก็จะพัฒนายากเพราะไม่มีคะแนน TOEIC ในระดับเป็นที่ยอมรับ นั่นคือ ไม่คุ้มกับเงินที่เสียไปมากมายในการช้อปปิ้งเรียนไปเรื่อยๆ ดังนั้น ..... วิธีแก้ไขค่านิยมดังกล่าว คือ
นร ไทย หลายคน เมื่อเรียนไวยากรณ์แล้วต้องให้ความสำคัญกับการลงรูปแบบประโยคให้มากต้องนับระดับหลักร้อยรูปแบบขึ้นไป แต่การทำให้เรียนไวยากรณ์แล้วไม่ลืมต้องหาเทคนิคในการทบทวนไวยากรณ์ผ่านรูปประโยคที่ไม่ยาก ทำได้ง่าย ที่เป็นเทคนิคที่ นร ต่างชาติใช้ นั่นคือ การใช้เทคนิคทดสอบระดับประโยคทั้งตำแหน่งคำในประโยคภาษาอังกฤษและประเภทคำในประโยคภาษาอังกฤษ ด้วยการที่ใช้เทคนิคที่สถาบันใช้ คือ ..... : )
อาจารย์จิ้มคำในประโยคถาม นร ให้มากที่สุด ถ้า นร ตอบได้ แสดงว่า จำไวยากรณ์จำรูปประโยคได้ จำไม่ได้ตอบผิดก็ยิ่งดี เพราะ สถาบันใช้วิธีทบทวนให้ นร กล้าที่จะตอบผิด เมื่อผิดจะเกิดการเปรียบเทียบว่าอะไรถูกหรือผิด นร จะจำทักษะระดับประโยคและไวยากรณ์ทันที ฉะนั้น สถาบันครูเกรียงสอนไวยากรณ์ผ่านรูปประโยคละเอียดได้ถึง 20 บท และ ทบทวนด้วยการจิ้มคำถามในตัวเอง กระตุ้นให้ นร ที่สถาบันทั้งเรียนบทใหม่และทบทวนบทเก่าไปพร้อมกันได้ ทำให้ นร ได้รู้จุดอ่อนตัวเอง และ กล้าที่จะตอบ กล้าที่จะผิด พัฒนาการจะเกิด และ มีโอกาสที่จะก้าวกระโดดได้ ......
36. อ. เคยกล่าวถึงการสอบ TOEIC , IELTS เหมือนกับการเล่นกอล์ฟ เนื่องจาก อาจารย์กำลังฝีกกอล์ฟเพื่ออยากจะเทิร์นโปรในอนาคต จากประสบการณ์และได้พูดคุยกับโปรมืออาชีพที่เป็นอาจารย์ พบว่า การเล่นกอล์ฟตามยถากรรม ไม่สามารถที่จะพัฒนาสู่การแข่งขันได้ และอาจจะทำให้วงสวิงตัวเองมีปัญหา ส่งผลต่อการตีลูกแล้วแย่ลง ตีลูกแล้วยังไงก็มีปัญหา จะสังเกตว่า พวกเล่นกอล์ฟตามยถากรรมอาจจะตีกอล์ฟกับลูกค้า กับเพื่อน ..... ไม่ได้คิดฝึกจริงจัง ภายหลังถ้าพวก เขาต้องการพัฒนากว่านี้ เขาจะเสียใจ เพราะวงสวิงเสียแล้ว .... ขนาดนักกีฬาเขายังต้องจ้างโค้ชหรือโปรมาช่วยดูวงสวิง หรือ การตีเทนนิส เพราะนักกีฬามองตัวเองไม่ค่อยเห็น สังเกต โรเจอร์ เฟด เดอร์เรอร์ หรือ ไทเกอร์วู้ด ยังต้องมีโค้ชหลายคนที่ต้องเก่งจริง ไม่ใช่สอนฉาบฉวย ให้ม้นจบๆกันไป .... แล้ว อ. ขอตั้งคำถามว่า ... : )
นักเรียน TOEIC , IELTS จะไม่ต้องการโค้ช แต่ต้องการฝึกตามยถากรรม แล้วจะมีประสบโอกาสสำเร็จหรือไม่ มันก็เหมือนกอล์ฟ ตัวอาจารย์เองยังต้องเลือกโปรมืออาชีพที่เป็นอาจารย์ของคุณธงชัย ใจดี เลย แล้ว นร จะฝึกตามยถากรรม โดยไม่เลือกโค้ชที่เรียนลงลึกแล้วทำให้คะแนน นร ก้าวกระโดด แล้วถ้าวงสวิงเสีย ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษมันก็เสียรูป พออายุขึ้น หรือ ซื้อเวลาจนอายุมาก จะกลับมาฝึก มันก็อาจจะหมดทางแล้ว สู้ว่า เริ่มต้นฝึกเรียนลงลึกอย่างที่เทคนิคที่ นร ต่างชาติ เรียนภาษาอังกฤษแล้วประสบความสำเร็จดีกว่า อาจารย์เกรียงเป็นคนนำมาเผยแพร่และมาปรับใช้กับ นร ไทย นร ทุกคน ไม่ควรประมาทนะครับ ...
35. ล่าสุด น้องนาฏยา สนไชย นร.สถาบันเดิม 595 ใช้เวลา1เดือนครึ่งได้765ฟังได้430อ่าน335 ทำไมน้องนาฏยา สามารถผ่านเกณฑ์ด่านอรหันต์ของสถาบันได้ .... : )
น้องนาฏยา สนไชย นร ของสถาบัน อ. เกรียง เป็น นร ที่ผ่านเกณฑ์ด่านอรหันต์ของสถาบันทำให้พัฒนาความแข็งแกร่งลงลึกด้านทักษะระดับประโยค ไวยากรณ์ ศัพท์แบบ Word Form นับร้อยคำบนกระดาน ใช้ทฤษฏีสมองในการวิเคราะห์ผ่านศัพท์ การเรียนลงลึกการฟังการอ่าน มันมีด่านอรหันต์อยู่ที่สถาบัน แต่น้องนาฏยาก็เป็นหนึ่งใน นร หลายคนที่ผ่านด่านอรหันต์ได้ และประสบความสำเร็จ ด่านอรหันต์ของสถาบันที่ทำให้ น้องนาฏยา สามารถ เปลี่ยนคะแนนจาก 595 เดิมการฟัง 365 การอ่าน 230 ให้กลายมาเป็น
.... คะแนน 765 การฟัง 430 และ การอ่าน 335 ได้ ภายในระยะเวลา เดือนกว่า และ น้องนาฏยา สอบสามครั้ง แต่ทุกครั้งคะแนนขึ้นทุกครั้งไม่มีลด และ เช่นกันก็มี นร ที่สถาบันหลายคนก็เหมือนน้องนาฏยา ครั้งแรก คือ จากเดิม 595 การฟัง 365 การอ่าน 230 กลายมาเป็น 640 การฟัง 355 การอ่าน 285 ครั้งที่สอง คือ จากเดิม 640 การฟัง 355 การอ่าน 285 กลายมาเป็น 675 ฟัง415 และ การอ่าน 260 ครั้งที่สาม คือ จากเดิม 675 การฟัง 415 อ่าน 260 กลายมาเป็น 765 การฟัง 430 อ่าน 335
สรุปว่า ด่านอรหันต์หรือเกณฑ์ที่ทำให้ นร สถาบัน ได้คะแนน การฟัง อย่างต่ำ มากกว่า 360 ทุกคนที่ประสบความสำเร็จทั้งที่อยู่ในเว็ปบอร์ด หรือ อ. ลืมเขียนไป จะมีด่านอรหันต์ดังนี้
1. ถ้า นร สามารถผ่านเกณฑ์ ในการถอดรูปประโยค Short Talk ได้สอง Short Talk โดยที่อาจารย์เขียนบนกระดาน ภายในการเรียนหนึ่งคาบ นั่นคือ มาตรฐานของ นร สถาบันที่ได้คะแนนการฟังเกิน 360 แน่นอน
( แต่ นร กลับไปบ้านฝึกเองห้ามเขียนลงในกระดาษเพราะทำให้สอบจริงทำไม่ได้ )
2. การสอบข้อสอบนิวโทอิค Part การฟัง ในPart ใด ทุกสองชั่วโมงที่สถาบัน นร คนใดที่สามารถทำคะแนนเกาะได้ 20 ข้อ จาก 30 ข้อ นั่นคือ คะแนนมาตรฐานแค่ครึ่งหนึ่ง ที่สถาบันกำหนดในสูตรพยากรณ์คะแนนโทอิคล่วงหน้า แต่ถ้าใครสามารถทำได้เกาะอยู่ที่ 20 ถึง 25 ข้อ แสดงว่า เป็นเกณฑ์ของ นร สถาบันที่ผ่านมาที่ทำให้ได้คะแนนการฟังมากกว่า 360 ถ้าเกาะที่ 25 ข้อจาก 30 ข้อในการสอบนิวโทอิคจริงในแต่ละ Part การฟัง ติดกันมากกว่า 4 ครั้ง นั่นคือ คะแนนของ นร สถาบันที่ได้เกิน 400 แต้ม
3. นร สถาบัน คนใดที่ ทำลาย Halo Effect และ สามารถถอดรูปประโยคได้อย่างต่ำ 70 % ภายใน 4 วินาที จากการที่อาจารย์เกรียง แยกสำเนียงฝรั่งแบบอมเสียงหดเสียงลากเสียงเสียงเหมือนเสียงคล้าย กับประโยคระดับความยาวมาก ภายในครั้งแรกที่แยกสำเนียง ถ้า ...ภายในครั้งแรก นั่นคือ นร สถาบันคนนั้น จะได้คะแนนเกิน 400 แต้มแน่นอน ไม่ช้าก็เร็ว
น้องนาฏยา ก็คือ หนึ่งใน นร สถาบันที่ทำได้ สรุปว่า ถ้าระบบติวเชิงการค้า จะมีลักษณะบังคับขายคอร์ส แบบห้ามมิให้ทดลองเรียน จำกัดชั่วโมงตามเวลาเท่านั้นหรือเท่านี้ หรือ จะยึดเงิน นร หรือไม่ยึดเงิน หรือ จะกางอ่านตำราตามแล้วสอน หรือ กางอ่านเฉลยสอน หรือ โยนเทปสคริปให้ นร อ่านไปด้วยฟังไปด้วย แต่ไปสอบโทอิคจริง มันไม่มีเทปสคริป ความมั่นใจ นร หายไปกว่า 90 %
อ. คิดว่า ติวเชิงการค้าดังกล่าว ไม่น่าสามารถจะทำให้ นร ไทย ผ่านด่านอรหันต์เหมือนกับที่ นร สถาบันของอาจารย์ทำได้ เพราะ นร สถาบัน ผ่าน ระบบการเรียนที่ไม่มีค่านิยมเรียนแพงแต่สอบไม่ได้ ไม่มีค่านิยมเรียนแพงแต่แค่ซื้อความหวังกันไป แต่เรียนในระบบไม่จำกัดชั่วโมงที่จะผลักดันศักยภาพทางภาษาเต็มที่ ทำให้เรียนการฟัง การอ่าน โดยอาจไม่ต้องเรียนไวยากรณ์ครบทุกเรื่องแต่ก็ลงลึกการฟังแบบก้าวกระโดดได้ รวมถึง ลงลึก ทักษะระดับประโยค ไวยากรณ์ ศัพท์ นั่นเอง
34. วันนี้ อ. ขอยกตัวอย่าง นร ของอาจารย์คนหนึ่งชื่อน้อง ซาฟรีน่า น้องเขาเป็นมุสลิม แต่ใช้ภาษาอังกฤษพูดคุยกับคนมาเลเซีย มาเรียนกับ อ. เกรียง น้องซาฟรีน่าสามารถเรียนรู้การใช้ทักษะระดับประโยคทำลายอุปสรรคสำเนียงฝรั่งได้ โดยที่ อ. เป็นคนแยกเสียงสำเนียงให้ ทำไม ...
สังเกตได้ว่า นร ที่ฟังภาษาอังกฤษแบบถอดรูปประโยควิเคราะห์รูปประโยคตามและใช้รูปประโยคนั้นพูดไปเลย จะเป็นคนที่สามารถคุ้นเคยกับสำเนียงฝรั่งได้ ซึ่งก็ยินดีกับน้องซาฟรีน่า แม้แต่ นร ร่วมคลาสที่สถาบัน ที่ก็เก่งกันทุกคน ยังเอ่ยปากชม แต่ นร ที่เรียนจากระบบการสอนที่ติวเอาสบาย เรียนแบบฟังแล้วจับเป็นคำที่ตัวเองอยากจับ จับพอเป็นพิธี หนึ่งประโยคมี 25 คำอาจจะจับเพียงสองสามคำ แล้วสรุปความหมายมั่วไปเอง นร บางคน บางกลุ่มเหล่านั้น จะไม่สามารถทำลายสำเนียงอุปสรรคสำเนียงฝรั่งได้เร็วแบบน้องซาฟรีน่าได้ และ ถึงแม้ นร พวกนั้น จะสอบโทอิคอย่างไร สอบบ่อยแค่ไหน คะแนนก็จะไม่ขึ้น เพราะ ภาษาอังกฤษเป็นภาษาโครงสร้าง ทุกตำแหน่งคำ ทุกคำในประโยคมีที่มามีที่ไปมีเหตุผลในการระบุตำแหน่ง ถ้าใช้ความรู้สึกไปสื่อสารภาษาอังกฤษแบบไม่ใช้เหตุผลกำกับถึงที่มาของคำ รวมถึงการมั่วความหมายและการไปกามั่ว มันจะส่งผลให้พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษได้ยาก เช่น ฟังภาษาอังกฤษไม่ได้ พูดก็พูดช้า ... เป็นต้น
ถ้าเป็นภาษาไทย นร ไทย อาจจะใช้ความรู้สึกประมาณว่า ประมาณว่า สลับคำไปมา ก็พอประมาณความหมายได้ เช่น ฉันไปแน่ แน่ฉันไป ไปแน่ฉัน ..... : ) เห็นมั๊ยครับความหมายมันเหมือนกันหมด แบบสลับคำแต่ใช้ความรู้สึกประมาณความหมายว่าอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะภาษาไทยเป็นภาษาไร้โครงสร้าง แต่ภาษาอังกฤษ คือ ภาษาโครงสร้าง ถ้าสลับตำแหน่งคำ ผิดรูปทักษะระดับประโยคทันที ......
นร คนไหนที่ยังยึดมั่นถือมั่นทำแบบเดิมวิธีเดิมที่ทำให้สอบไม่ได้ แล้วยังคิดว่า ภาษาอังกฤษเหมือนภาษาไทย พอๆ ประมาณความหมายได้อย่างนั้นอย่างนี้ จะมีปัญหากับการใช้ภาษาอังกฤษระยะยาวและแก้ยากเหมือนคนที่นิยมตีวงสวิงกอล์ฟตามใจฉัน แต่สุดท้ายวิงสวิงเสียหมด ไม่ยอมฝึกกับโปรที่เป็นโปรเชี่ยวชาญจริงๆ ไม่ใช่แอบอ้าง วงสวิงเสีย มันก็ตีลูกร่วมก๊วนกับคนอื่นไม่ได้ นั่นเอง ..... : )
33. อ. ขอเล่าประสบการณ์ของ นร สถาบัน ท่านหนึ่ง คือ น้องฝน เภสัช จุฬา ปีหนึ่งที่เรียนลงลึกการฟัง การอ่าน ทักษะรดับประโยค ไวยากรณ์ ศัพท์ เพื่อสอบนิวโทอิค โดยที่ ปัจจุบัน คุณฝน มุ่งมั่นเรียนทุกวิชาที่คณะ ได้เกรดล่าสุด คือ 3.5 แต่สิ่งที่ น้องฝน พยายามและน่าเป็นแรงบันดาลใจที่เป็นประโยชน์กับชาวโทอิค คือ ความคิดเชิง Assertive เนื่องจากน้องเขาเคยเรียนภาษาอังกฤษกับชาวฟิลิปปินส์ตั้งแต่เด็ก ทำให้เขากล้าที่จะถามคำถามเชิงลึกกับผู้สอน อาจารย์ก็ชอบตอบคำถามเชิงลึกอยู่แล้ว นร ได้ประโยชน์แน่นอน เช่น คำถามที่ว่า ....
Partcipial Phrase ที่เป็นส่วนขยายอยู่หน้าประโยค ตกลงมันควรสะท้อนหรือใช้ Tense ใด เช่น Having been immigrants , They returned to their hometown. ในส่วน Having been immigrants จะใช้ Tense ใด อาจารย์ก็ตอบด้วยการเขียนขยายความเป็นอนุประโยคที่ซ้อนในประโยคหลักให้เห็น และ อธิบายว่า มีโอกาสสะท้อนได้ถึง 2 Tense ใน Participial Phrase นี้ได้
สรุปว่า การเรียนกับวิดิโอที่ไม่สามารถโต้ตอบกับคนในวิดิโอได้ ( ซี่งควรเปิดให้โต้ตอบกันได้จะดีกว่า ) ถ้าไม่โต้ตอบกัน จะไม่มีการตอบคำถามเชิงลึก มันจะมีแต่การสอนแบบกางอ่านเฉลยสอนแล้วบังคับให้ นร จำ เพื่อคิดว่า มันออกสอบ แต่ระบบสมองไม่ได้ถูกออกแบบให้หักดิบจำอะไรเยอะๆ ในระยะเวลาอันสั้น จำเสร็จพรุ่งนี้ลืม ยิ่งเรียนยิ่งลืม ยิ่งเรียน ยิ่งมีต้นทุนแพงมากขึ้นเพียงแค่ซื้อแค่ความหวังความฝันกันไป แต่ยังไงก็สอบไม่ได้ หรือ สอบก็ไม่ได้คะแนนก้าวกระโดด และ ถ้าระบบการเรียนแบบกางอ่านเฉลยสอนให้ นร , นร ไปกางเองที่บ้านก็ได้ ดังนั้น ค่านิยมเรียนแพงแต่สอบไม่ได้แต่ต้องการมีต้นทุนแพงเพื่อซื้อความหวังกันไป มีต้นทุนแพงแต่แค่ซื้อความฝัน มันคือความสูญเปล่า ... เรียนเพื่อจำ แต่ยิ่งจำยิ่งลืม ยิ่งเรียนยิ่งลืม ไม่สามารถนำไวยากรณ์กับรูปประโยคประยุกต์สู่การฟังอ่านพูดเขียนในสากลได้ ... สิ่งดังกล่าว กำลังทำให้ นร ไทย มีศักยภาพในการแข่งขันน้อยลงเทียบกับ นร ต่างชาติ และ นร ต่างชาติเหล่านั้นกำลังมาแย่งงานคนไทยในอนาคตอันใกล้ ....
อีกสองวัน อ. จะนำผลสำรวจบางอย่างที่พูดถึง ผู้ประกอบการกับนักธุรกิจไทยในหลายพื้นที่ยังไม่รู้จักว่า ประเทศไทยต้องเปิดเสรีอาเซียนปี 53 เปิดเสรีการค้า การลงทุน และ แรงงานที่เก่งภาษา เข้ามาประเทศไทยแล้ว ทำให้ยังไม่ปรับตัวกัน ...... และ บทวิเคราะห์เชิงลึกของ พี่วิกรม กรมดิษฐ์ ประธานมูลนิธิอมตะนคร ที่วิเคราะห์ศักยภาพคนจีนที่บุกไปแย่งตลาดขยายอิทธิพลทั่วโลก โดยเฉพาะ อัฟริกา และ อเมริกาใต้ แล้ว แค่ประเทศไทย เขาจะไม่เข้ามาหรือ ?? นร ไทย ประมาทนิดเดียว มันพริบตาเลย ครับ ......
32. ตอนนี้มีผลสำรวจของต่างประเทศ พบว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าอยู่และน่าทำงานมากที่สุดสำหรับชาวต่างชาติ ในสามอันดับแรกของโลก แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงของคนทำงาน และ นร ไทย คือ มหาวิทยาลัยเอกชนหรือรัฐบาลหลายแห่ง มีนักศึกษาต่างประเทศ ที่พร้อมพูด ภาษาจีน หรือ ญี่ปุ่น และ อังกฤษ และ ไทย พร้อมสามภาษา ในอนาคตภายในไม่กี่ปีข้างหน้า จะมีจำนวนนับระดับหลักพันแน่นอน ..... ทำไม .....
แนวโน้มที่เศรษฐกิจของจีน สิงคโปร์ และ ฮ่องกงมีแนวโน้มที่จะฟองสบู่อาจจะแตกในอนาคต และ คนอเมริกาตกงานในระดับมากกว่าสิบล้านคน เหล่านี้เป็นแนวโน้มแรงผลักดันให้เกิดเสรีการค้า การลงทุน และ เสรีแรงงาน โดยเฉพาะกรอบเสรีอาเซียนที่จะมีการไหวเวียนแรงงานต่างชาติที่มีฝีมือ ที่เก่งภาษาอังกฤษ ภายในอนาคต ฉะน้น นร ไทย ต้องรีบปรับตัวจากค่านิยมเรียนแพงแต่สอบไม่ได้เพียงซื้อความหวังแต่ต้นทุนซื้อความหวังแต่สอบไม่ได้ .... มันสูงเกินไป ที่เป็นเรื่องที่คนจีนและคนเวียดนามสงสัย สอบถาม และ วิพากษ์ กับ อาจารย์เกรียงศักดิ์ ถึงว่า ประเทศเขาไม่มีค่านิยมแบบนี้ โดยที่ พวกเขาเตรียมพร้อมกับการทำงานที่ต่างประเทศด้วยต้นทุนการพัฒนาตัวเองด้านภาษาที่ไม่สูง แต่ได้ศักยภาพสูงสุด นับเป็นข้อได้เปรียบมหาศาลของพวกเขาในอนาคต ....
31. การท่องศัพท์แบบเดิมที่ขัดแย้งกับการทำงานของระบบสมองจะทำให้ นร ไทย มีความคิดเชิงลบหรือกระทั่งเกลียดการท่องศัพท์ ทั้งที่ถ้าท่องศัพท์โดยใช้ระบบทฤษฏีสมองจะทำให้การท่องศัพท์มีความสนุก มีเสน่ห์ น่าค้นหามากกว่า เพราะ ...... : )
ที่สถาบันมีการใช้ นวตกรรม One-on-One Testing Vocab มีการพูดถึงการลงลึกตั้งข้อสังเกตศัพท์ในแต่ละแผง Word Form โดยที่แต่ละแผงมีวิธีการสังเกต Vocab ที่มีความหมายเชิง Objectivity และ Subjectivity ทำให้ นร สามารถแบ่งลิ้นชักสมองในการจำศัพท์อย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพ ข้อเตือนใจ คือ นร ไม่ควรเกลียดการท่องศัพท์เพราะจากผลสำรวจ การรู้ศัพท์มากกว่า 25,000 คำจะทำให้ใช้ชีวิตเอาตัวรอดอยู่ต่างประเทศได้ ....
30. อ. ขอยกกรณีศึกษาของ นร สถาบัน รุ่นล่าสุด ที่พยายามแก้ปัญหาระบบสมองที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาการฟังภาษาอังกฤษให้ได้คะแนนโทอิคก้าวกระโดดในครั้งแรก ปัญหาสำคัญ คือ ....
การใช้สติฝืนตัวเองจิกบันทึกคำที่ฟังแต่ต้องรู้ที่มาของคำที่จิกฟังว่า อยู่ตำแหน่งใดของประโยค ถ้าจิกคำแบบคุ้นเคยคำไหนก็อยากจิก ไม่คุ้นคำไหนก็ไม่อยากจิก ผลคือ สมองไม่ได้ถูกออกแบบให้ฝืนหรือหักดิบจำคำทันที ฉะนั้น การจิกคำที่ฟังโดยไม่รู้ที่มาส่วนใหญ่ไม่กี่วินาทีจะลืม ต้องรู้ที่มาของคำที่จิกจะไม่ลืมง่าย แม้เวลาจะผ่านไปหลายวินาทีก็ตาม ..... : )
29. นร สถาบันของปอโทบางมดที่สอบโทอิคได้มากกว่า 700 ภายในระยะเวลา 1 เดือน ที่เป็นเกียรติประวัติ คือ น้องออร่า และ น้องอภิชาต ปัจจุบันเส้นทางอาชีพของปอโทบางมดสองท่านพัฒนาสู่ การใช้คะแนนโทอิคไปเบิกทางในการสมัครงาน น้องออร่าเปลี่ยนงานบริษัทไอทีที่จะไปทำงานต่างประเทศได้ โดยใช้คะแนนโทอิคในการสมัครงานที่สิงคโปร์ไม่รอให้คนจีน เวียดนาม มาแย่งงานคนไทยในประเทศไทยอย่างเดียว ส่วนน้องอภิชาตเปลี่ยนไปทำงานบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ทำงานได้เงินเดือนพุ่งมากเท่าตัว ทั้งหมดเป็นเพราะคะแนนโทอิค>700 ยื่นจบปอโทบางมด แตกต่างจากค่านิยมของ นร บางมดอีกกลุ่ม คือ ....
ค่านิยมสร้างคะแนนโทอิคเพื่อจบปอโทบางมดและพัฒนาสู่การสมัครงานได้เงินเดือนเท่าตัว แตกต่างจากค่านิยมของ นร ปอโทอีกหลายคน ที่พยายามสอบโทเฟิลแบบพยายามกางอ่านเฉลยแบบสุ่มไปสอบก่อนว่าจะออกสอบโทเฟิลชุด Paper based ชุดไหน นั่งท่องแต่เฉลย แต่ไม่สามารถที่จะฟังลงลึกถอดเป็นประโยคและแปลภาษาไทยได้ ไปฝึกตามยถากรรมแต่ฟังไม่ได้จริงหรืออ่านไม่ได้จริงเพราะไม่ได้เรียนลงลึก อันเกิดจากการมุ่งค่านิยมให้มันสอบพอผ่านให้ได้แค่ประมาณ 500 แต่ไม่สามารถนำคะแนนโทเฟิลชุดเก่าไปเป็นใบเบิกทางไปสมัครงานเพื่อพัฒนาเงินเดือนก้าวกระโดดเท่าตัวกับ นร ปอโท บางมด ที่สอบโทอิคเพื่อผ่านจบปอโทได้ ไม่สามารถนำไปสมัครงานหรือนำภาษาอังกฤษฟังอ่านไปใช้ได้จริง การเรียนลงลึกแบบน้องออร่าและอภิชาติ น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ นร ปอโทไอทีบางมด ได้ฮึดเรียนภาษาลงลึกเพื่อพัฒนาเงินเดือนไอทีให้ก้าวกระโดด มากกว่า จบปอโทไปแต่ไม่มีคะแนนโทอิคไปดันเงินเดือนเพิ่ม .... : )
28. มี นร และ ผู้ปกครอง มาเล่าความอึดอัดใจ กับ อ. ในเรื่องค่านิยมเรียนแพงแต่สอบไม่ได้ กระผม ขออธิบายดังนี้ ก็แล้วกัน ....
------- จากกระทู้แรงบันดาลใจเป็นไปแล้วภาคสองhttp://www.krugrienktutor.com ล่าสุด ปัจจุบัน คุณเอ็มได้ 620 ฟัง 345 อ่าน 275 ภายใน 2 สัปดาห์
น้องเอ็ม หรือ คุณ พันธ์ชลิด วีราภรณ์กุล วิศวกร สำเร็จการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปอตรี ปัจจุบันจะจบปอโทวิศวเคมีจุฬา เดิมก่อนเรียนสอบได้แค่ เกือบ 400 การฟังแค่ 200 ถัดมาเรียนกับ อ. 2 สัปดา ได้ 540 การฟัง 325 การอ่าน 215 ปัจจุบัน คือ 620 แล้ว ถัดไปอีก 2 สัปดาห์ เนื่องจาก น้องเขาไปฝึกกับโปรแกรมข้อสอบโทอิคของสถาบัน แล้วพยายามใช้เทคนิคทำลาย Halo Effect ก่อน 4 วินาที เพื่อถอดรูปประโยคให้ได้อย่างน้อยสุด 70 % ทำให้แปลไทยได้อัตโนมัติ อย่างแม่นยำ และพูดแบบเป็นกลางเป็นเหตุผล การทำลาย Halo Effect การฟัง คือการสอนแบบลงลึกเอาใจใส่ นร เรียงคน
ไม่ใช่ติวแบบแนวคนสอนเอาสบายแต่คิดค่าเรียนแพงแต่สอบฟังไม่ได้เช่นสอนเอาสบายแต่คิดแพงแต่สอบไม่ได้ ง่ายสุด ก็จะสอนว่า เห็น นร จับคำได้จากการฟังเป็นหย่อมๆ สี่ห้าคำ ในประโยค จากประโยคหนึ่งซึ่งอาจมีถึงมากกว่า 25 คำ ไม่เป็นไร ก็จับคำไม่ต้องมากแล้ว มั่วความหมาย สรุปความหมายไปเองเลย ไม่รู้เลยว่า คำที่ฟังจับเป็นคำๆ มันอยู่ในตำแหน่งใดประโยคมันเป็นคำประเภทอะไร คำที่ฟังจับได้เป็นคำๆกับคำอื่นที่จับได้มันสัมพันธ์กันในลักษณะ Collocationอย่างไร เมื่อไม่รู้ความสัมพันธ์ระหว่างคำที่ฟังในประโยค แล้วฟังแล้วมันแปลความหมายได้อย่างไร ติวแบบเอาสบายก็บอกว่าสรุปความหมายไปเลย ฟังไม่ได้ก็อ่านเทปสคริปไปเลย
( ตอนสอบโทอิคมันมีเทปสคริปให้กางหรือไม่ หรือ การสอนแบบให้ นรไปอ่านเทปสคริป นรไปอ่าน เทปสคริปที่บ้านเองก็ได้ เสียเงินแพงแต่สอบไม่ได้ทำไม ???? )
อาจารย์ของกระผม ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยหลายท่านที่รู้จักและสนิทกับ ข้าราชการผู้ใหญ่ระดับกระทรวงศึกษาบอกกับผมเองว่า การติวแพงแต่สอบไม่ได้ แล้วไปยึดเงิน นร เขา ถ้าเขาไม่มาเรียนเป็นเรื่องที่รุนแรง ผมคิดว่า อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ของกระผม คงได้คุยกับผู้ใหญ่ในกระทรวงไปนานแล้ว ท่านจุรินทร์ ก็น่าจะทราบเรื่อง ดังนั้นเยาวชนไทย ตามหลักแล้ว มันไม่แพ้ใครในโลก แต่ทำไม ต้องมาเจอเด็กจีนมาถามว่า นร ไทยทำไมเป้น อย่างนี้ มันน่าเศร้า .....
และ การอ่าน น้องเขาเอ็มก็ฝึกกับ อ. เยอะมาก สรุป ผลงาน นร ที่ผ่านมาในเว็ปบอร์ดที่คะแนนก้าวกระโดดทั้งหลาย พวกเขาเหล่านี้ สรุปสั้นๆ ว่า ไม่ได้มีค่านิยมเรียนแพงแต่สอบไม่ได้ การเรียนการฟังเพื่อฟังลงลึกมันทำกับวิดิโอ ไม่ได้ เพราะ คนเรียน เรียนไม่รู้เรื่อง มันถามวิดิโอไม่ได้ การเสียเงินแพงแต่สอบไม่ได้มันเป็นสิ่งที่ นร จีน และ เวียดนาม เขาถามอาจารย์เองว่า ทำไม นร ไทยจึงมีค่านิยมแบบนี้ อาจารย์ตอบไม่ได้ อาจารย์ตอบได้แค่ว่า อาจารย์ต้องการช่วยเหลือ นร ไทย ให้ได้การเรียนภาษาอังกฤษเทียบเท่ากับเทคนิคที่ นร ต่างชาติได้เรียน ที่แปลกใจว่า ทำไม เมืองไทย ไม่มีการอธิบายเรื่อง Halo Effect และ Noise การฟัง เหมือนที่เขาเรียนกันเมืองนอก และ การมีค่านิยมเรียนแพงแต่สอบไม่ได้ ไม่มาตามกำหนดโดนยึดเงิน แล้ว นร จะมีความรู้ไปสอบข้อสอบที่ยากที่สุดในโลก Listening แบบนิวโทอิคได้อย่างไร กระผมเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ( ลาศึกษาต่อ ) ไม่มีความรู้สึกที่อยากหากินกับความไม่รู้และความทุกข์ของ นร ไทย หลายคนที่ทนทุกข์ทรมานอยู่ จึงไม่สามารถคิดค่าเรียนแพง แต่เป็นค่าเรียนที่ถูกคุ้มค่าสุด แล้วไม่ใช่เรียนกับวิดิโอ เพราะ มันถามวิดิโอไม่ได้ แต่เรียนให้ดีไปเลย เรียนลงลึกการฟัง การอ่านแบบที่ นร ต่างชาติเรียน
ดังนั้น ค่านิยมของ นร เอง ที่เรียนแพงแต่สอบไม่ได้ แม้กระทั่ง นร ต่างชาติยังอึ้งและงง มันเป็นค่านิยมที่เปิดช่องโหว่ให้แรงงานต่างชาติ โดยเฉพาะ นร จีนที่เรียนในไทย ที่เก่งทั้งภาษาจีนไทย อังกฤษ เข้ามาzap งานของ นร ไทยได้บางส่วนในปัจจจุบันและอนาคต ในการเปิดเสรีอาเซียนทั้งการค้าและการลงทุน เริ่มที่ไทย มค 53 เป็นต้นไป นร ไทยสู้ๆ แล้วกัน นะครับ : )
27. ประธานาธิบดีหม่าอิงจิ่วของไต้หวันได้ประกาศว่า จะให้ไต้หวันเป็นศุนย์กลางมหาวิทยาลัยของภูมิภาคด้วยการทำให้ทุกมหาวิทยาลัยในไต้หวันทุกสาขาทุกคณะต้องมีการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษเพื่อ.....
ดึงดูดนักศึกษาต่างชาติมาเรียนได้มากขึ้นอย่างเท่าตัวนอกเหนือจาก นร . จีนที่เป็นพูดได้แต่จีนกลาง แนวโน้มที่หลายประเทศรวมถึงประเทศไทย ที่มีการแข่งขันด้านการศึกษาโดยเฉพาะแนวโน้มเสรีอาเซียนตั้งแต่มค. 53 จะมีแนวโน้มสูงที่จะใช้ภาษาอังกฤษเป็นมาตรฐานสำคัญในการกระตุ้นการศึกษาในภูมิภาค ..... : )
26. นร ที่สถาบันจะไม่มีค่านิยมที่เป็นอุปสรรคระยะยาว ก่อนอื่นขออธิบายว่า ค่านิยมที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาทักษะพูดฟังอ่านเขียน ภาษาอังกฤษ ของนร หลายคน จากที่สำรวจมา มันคือ อะไร .....
ม้นคือ ค่านิยม นร บางคน ต้องการเรียนไวยากรณ์ไปเรื่อยๆ หวังว่าจะเป็นขั้นเทพ แล้วคิดว่าเรียนไปมากๆแล้วจะพูดฟังอ่านเขียนได้ แต่ความเป็นจริง คือว่า อ. ขอตั้งคำถามและเพียงข้อสังเกตที่ว่า ทำไม นร เหล่านั้น ยิ่งเรียน ไม่นานถัดมา ก็ลืมเลย ยิ่งเรียนมากขึ้น ยิ่งเสียเงินมากขึ้น มันต้องยิ่งเรียนมาก ยิ่งแน่น ยิ่งไม่ลืม แต่เรียนมานานแล้ว ลืมหมด แล้วไม่สามารถนำไวยากรณ์มาประยุกต์ใช้กับการลงลึกพูดฟังอ่านเขียนได้
น่าแปลกคือ นร บางคน บอกกับ อ. ว่า เรียนไวยากรณ์ไปเยอะมาก แต่ภายหลังทดสอบแล้วพวก นร เหล่านั้น กลับไม่ใช่ไวยากรณ์และทักษะระดับประโยคมาเดารูปประโยคหรือถอดรูปประโยคขณะฟัง ไม่ใช้ไวยากรณ์ทักษะระดับประโยคมาทำลายอุปสรรคสำเนียงฝรั่ง หรือทำลาย Noise การฟัง
แต่กลับทิ้งไวยากรณ์&ทักษะระดับประโยคไปเลย ไม่นำมาช่วยในการฟัง แล้วไปมีค่านิยมเน้นฟังแบบจับคำภาษาอังกฤษที่ตัวเองอยากจับเฉพาะคำที่คุ้นเคย เมื่อนำคำที่จับได้เป็นหย่อมๆ หรือ จากประโยคที่มีถึงมากกว่า 25 คำ จับได้เพียงสองสามคำ สองสามคำที่ว่า ก็ไม่รู้ว่า มันสัมพันธ์กันอย่างไรในตำแหน่งประโยค ผลคือ ก็ถูกปลูกฝังหัวจับได้สองสามคำ ก็มั่วความหมายไปเลย สรุปความหมายไปเลยก็แล้วกัน สิ่งเหล่านี้ มีผลต่อ การขาดความน่าเชื่อถือต่อหน้านายจ้างระยะยาว เพราะ ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมแล้วฟังแล้วจดบันทึกข้อมูลจาก เพื่อนร่วมงาน คู่ค้า ลูกค้า ที่เป็นชาวต่างประเทศได้
ดังนั้น นร สถาบัน จะมีความได้เปรียบในการเรียนไวยากรณ์และทักษะระดับประโยคผ่านรูปประโยคกว่า 2000 รูปแบบ มีครบทุกบททางวิชาการของ Basic Grammar และ Advance Grammar แต่จะเน้นบทไวยากรณ์ที่ใช้พัฒนาการพูดฟังอ่านเขียนโดยเฉพาะ เป็นเทคนิคที่ นร อินเดีย บังคลาเทศ เวียดนาม จีน ฟิลิปปินส์ มาเล สิงคโปร์ ใช้ในการพัฒนาพูดฟังอ่านเขียนของประชากรของเขาตั้งแต่ นร ของเขาอายุน้อยๆ อยู่
ฉะนั้น นร สถาบัน จะเรียนไวยากรณ์แล้วลืมยาก เพราะเจาะไปที่รูปแบบประโยคที่หลากหลายมากแล้วพวกเขาก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการพูดฟังอ่านเขียน โดยเฉพาะ การทำให้คะแนนการฟังของพวกเขาก้าวกระโดด เป็นประจักษ์พยานมากมายในเว็ปบอร์ดของ www.krugrienktutor.com ซึ่งต้องรบกวนผู้อ่านผู้สนใจ ลองควานดูตัวอย่าง นร ที่ประสบความสำเร็จ อ่านลงลึกไปก่อนหน้านี้มากๆได้เลยครับ
25. เนื่องจากหลายประเทศฝั่งอเมริกาและยุโรปมีการตื่นตัวเรื่องไข้หวัด 2009 ที่จะมีโอกาสระบาด ในช่วงต้นหน้าหนาวที่จะถึงปี 2552 ดังนั้น ....
นร ที่เป็นไข้ดังกล่าวแต่ต้องการเข้าสอบที่ศูนย์สอบโทอิคทั้งที่กรุงเทพและเชียงใหม่ ควรจะรักษาตัวเองให้หายก่อนเพียงไม่ถึงสองสัปดาห์ก็น่าจะหายแล้ว แต่ผู้ที่ยังไม่เป็นควรจะระมัดระวัง ควรเตรียมผ้าคาดปากให้พร้อมนะครับ เพราะศูนย์สอบโทอิคไม่ได้มีแต่คนไทยมาสอบแต่มีชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะชาติเอเชียมาสอบด้วย
24. นร ที่มาปูพื้นปรับพื้นทักษะระดับประโยคไวยากรณ์ลงลึกการฟังฟรีก่อนการสมัครเรียนจริง กับสถาบัน มีปัญหากับการทำสอบนิวโทอิคส่วน Short Talk เพราะไม่สนใจกับการฝึกฟังให้ถอดรูปประโยคได้บ้างแล้วแปลภาษาไทยอย่างไม่เพี้ยน แต่กลับไปฟังพอผ่าน จับคำที่คุ้นเคยหรืออยากจะจับ ไม่รู้ว่าคำที่ฟังแต่ละคำ ไม่รู้อยู่ในตำแหน่งใดของประโยค หรือ ไม่รู้เป็นคำประเภทใด หรือ Part of Speech ใด นั่นคือ จับคำได้เป้นหย่อมๆ แล้วก็คิดไปเองว่าแปลความหมายอย่างนั้นหรืออย่างนี้ แปลผิดเพี้ยนแล้วก็ไม่สนใจ มันส่งผลร้ายในระยะยาวอย่างไรจากกรณีศึกษาจริง .... ???
น้องวิจัยที่เป็นพนักงานวิศวกร SCG ที่สอบ Aptitude Test สูงสุดของ SCG และ เรียนกับสถาบันจนสามารถพัฒนาทักษะการฟังแบบก้าวกระโดดมีรายชื่อแรงบันดาลใจในเว็ปบอร์ด เคยกล่าวขอบพระคุณกับ อ. ว่า การได้คะแนนโทอิคมากขึ้นก็เป็นเรื่องดี แต่ทักษะเบื้องต้นที่สำคัญกว่าคือ การฟัง เมื่อเขาฟังได้แบบถอดรูปประโยคได้อย่างต่ำ 70 % แล้วแปลภาษาไทยได้ เจ้านายที่ SCG ก็จะเริ่มให้โอกาสกับเขาในการเข้าห้องประชุมร่วมกับชาวต่างชาติมากขึ้น แตกต่างกับคนที่ฝึกแต่พูดแล้วพูดแบบผิดๆถูกๆ แต่ฟังไม่ได้ ชาวต่างชาติเขาจะมักคิดว่าร่วมงานยากกับคนที่เอาแต่พูดแต่ไม่เคยฟังอะไรได้ การประชุมต้องอาศัยทักษะการฟัง ผู้ที่ฟังภาษาอังกฤษได้จริง ได้รับความไว้วางใจมากขึ้นจากเจ้านายมากขึ้น ไม่ใช่ฟังแล้วผิดเพี้ยนแล้วยังยึดมั่นถือมั่น มันจะทำให้มีปัญหากับอนาคตการทำงานกับชาวต่างชาติระยะยาว ......
23. อ. ได้สัมภาษณ์แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับทีปรึกษารัฐมนตรีหลายท่าน พบว่า
ถ้าบุคลากรคนไทยไม่เตรียมพร้อมพัฒนาศักยภาพลงลึกทุกด้าน โดยเฉพาะการไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษพูดฟังอ่านเขียนได้จริง มีแต่ประกาศนียบัตรหรือ ค่านิยมเรียนแพงเพียงแค่ความอุ่นใจซับใจแต่ไม่สนใจว่าซับจาง หรือ ไม่สนใจว่าต้องสอบได้คะแนนก้าวกระโดด หรือ ไม่สนใจจะใช้ภาษาอังกฤษพูดฟังอ่านเขียนได้จริง จะมีผลต่อ นักลงทุน Real Sector ต่างประเทศอาจจะไม่ลงทุนที่ประเทศไทยในอนาคต 5 ถึง 10 ปีข้างหน้า และ ถ้าคำทำนายของพี่ วิกรม กรมดิษฐ์ ประธานมูลนิธิอมตะนครเป็นจริง คนไทยเราอาจต้องไปหางานที่ประเทศรอบข้างอาเซียน โดยเฉพาะคนไทยอพยพไปทำงานที่เวียดนามแทน
22. ค่านิยมเรียนแพงแต่สอบไม่ได้ เป็นค่านิยมที่สวนทางกระแสโลก เนื่องจาก เนเธอร์แลนด์หรือฝรั่งเศสมีทุนที่ทำให้ นร ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแพง แต่เรียนได้ตลอดชีวิต หรือ คนเวียดนามและคนจีนหลายคนที่ใช้ต้นทุนน้อยมากในการพัฒนาการพูดฟังอ่านเขียนภาษาอังกฤษได้เร็ว มันอันตรายต่อ นร ไทยอย่างไร ภายหลังเปิดเสรีอาเซียน 1 ม.ค. 2553
เนื่องจาก การเปิดเสรีอาเซียน ในช่วงแรก จะเปิดเสรีในส่วนของ สินค้าเกษตร โดยเฉพาะ คนไทยอาจมีโอกาสรับประทานข้าวเวียดนาม หรือ ต้องใช้ปาล์มน้ำมันของมาเลเซียมากขึ้น แต่การเคลื่อนที่ของแรงงานต่างชาติค่าจ้างไม่แพงแต่สามารถใช้ภาษาอังกฤษพูดฟังอ่านเขียนได้คล่อง จะตามมา กับการบริหารการตลาดข้ามพรมแดนของชาติเหล่านั้น แรงงานต่างชาติเหล่านั้น ซึ่งแตกต่างจาก นร ไทยหลายคนที่มีค่านิยมเสียเงินระดับหลักแสนแต่ไม่เน้นสอบให้ได้ เรียนไปเรื่อยๆ ลืมก็ช่างมัน ค่านิยมดังกล่าวจะเป็นจุดเปิดให้แรงงานต่างชาติดังกล่าวเข้ามาทดแทนคนไทยที่ใช้ภาษาอังกฤษไม่ได้จริง หรือ ได้คะแนนเพียงคะแนนโทอิคแต่ไม่เรียนลงลึก ก็จะใช้ภาษาอังกฤษไม่ได้จริง ซึ่ง อ. ในฐานะอาจารย์มหาวิทยาลัย พบว่า ม. หัวเฉียว และ ม. อื่นๆ ก็มีการรับ นร จีน หรือ เวียดนาม เข้ามาเรียน และ หลายคนก็มุ่งมั่นเรื่องภาษาอังกฤษ และ ไม่มีค่านิยมเรียนแพงแต่สอบไม่ได้ ก็จะมาแข่งขันแย่งงานกับ นร ไทยมากขึ้น
---- 21. จากผลสำรวจจากผู้สอบศูนย์สอบโทอิค โดยส่วนใหญ่กลุ่มเป้าหมายที่เป็น นร ที่เพิ่งมาสอบ จะทำข้อสอบโทอิคเหลือข้อที่กามั่วจำนวนมาก อันเนื่องมาจากทำข้อสอบ
Halo Effect การอ่าน คือ การที่ นร อ่านประโยคหนึ่งแล้วแปลนานเกินเวลาอันสมควร และ พบกับอุปสรรคการอ่านตัวอื่น เช่น ศัพท์ยาก หรือ ศัพท์ Unseen สาเหตุมาจากการที่ นร หลายคนไม่ได้นำความรู้ทักษะระดับประโยค และ ไวยากรณ์ มาช่วยทำให้อ่านเร็วขึ้น ด้วยเทคนิค Skimming และ Scanning เนื่องจากข้อสอบโทอิคจะถามข้อมูลดิบลงลึกในบทความที่อ่าน แตกต่างจาก การสอบ IELTS ที่จะถามคำถามง่ายแบบเชิงเปรียบเทียบ หรือ วิเคราะห์ไม่ลงลึก หรือ ถามเชิง Notation Analysis ถ้า นร ที่สอบโทอิค อ่าน 1 บทความใช้เวลานานกว่า 3 นาที มันจะเริ่มอันตรายแล้ว ...
20. ข้อมูลที่สถาบันได้สำรวจพบว่า ปัจจุบัน แนวโน้ม นร ไทย โดยส่วนใหญ่แล้ว ที่มีความเข้าใจในระบบวิธีการเรียนแบบใดที่ทำให้สอบได้ ยกเว้น มี นร ไทยบางกลุ่ม ที่รู้ทั้งรู้ว่า วิธีที่เรียนอยู่มันยังทำให้สอบไม่ได้ แล้วยังไม่ปรับวิธีการเรียน ยังเรียนแบบฆ่าเวลาแต่สอบไม่ได้ไปเรื่อยๆ ทั้งที่สามารถตั้งข้อสังเกตเลือกวิธีการเรียนที่ทำให้สอบ โทอิค ไอเอล ได้ ผลเสียระยะยาว คือ อะไร
ผลเสีย คือ ภายหลังประเทศไทยเปิดเสรีอาเซียน หรือ AFTA ในปี 2553 แล้ว กลุ่มที่ได้เปรียบ คือ นร ไทย ที่เรียนแล้วสัมผัสได้ว่า ทำให้สอบได้คะแนนก้าวกระโดดเรื่อยๆ จะได้เปรียบกว่า นร ไทย ประเภท รู้ทั้งรู้ว่า เรียนวิธีปัจจุบันแล้วยังสอบไม่ได้ แต่ยังเคยชินกับการฆ่าเวลาเรียนแต่สอบไม่ได้เรื่อยๆ เพราะ นร ที่ไม่ปรับตัว โดยส่วนใหญ่ จะทำข้อสอบ โทอิค ไม่ทัน ฟังไม่ได้จริง อ่านช้ามาก และ ส่วนมาก จะได้คะแนนดิบ และ คะแนน Percentile ต่ำ และ เป็นฐานคะแนน Percentile ให้กับ นร ไทยที่เรียนลงลึกและได้คะแนนก้าวกระโดด หรือ เป็น ฐานให้ ผู้สอบ ต่างชาติ เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ จีน เวียดนาม หรือ ยุโรปตะวันออก ที่มาสอบศูนย์สอบโทอิคที่เมืองไทย
ดังนั้น นร ไทย ที่รู้ว่า เรียนวิธีเดิมๆที่ ทำให้มี Halo Effect การอ่าน การฟัง การพูด ทำให้ คะแนนการฟัง ไวยากรณ์ ทักษะระดับประโยค หรือ การอ่าน ยังไงก็ไม่เพิ่ม และไม่ยอมปรับความคิด ไม่ปรับทัศนคติ ไม่เปลี่ยนวิธีการเรียนใหม่ ต้องรีบเปลี่ยนตัวเองให้เร็วที่สุด เพราะ เมื่อข้อสอบนิวโทอิคยากขึ้นในอนาคต มันจะพลิกเกมไม่ได้เลย
19. การที่ นร ไม่พัฒนาสู่การตีไปที่จุดอ่อนหรืออุปสรรคการฟัง จะมีผลร้ายต่อคะแนนสอบนิวโทอิคการฟังอย่างไร
การฟังภาษาอังกฤษให้ได้โดยธรรมชาติ อย่างน้อยการตามรูปประโยคให้ได้ปริมาณคำให้ได้อย่างน้อยแค่ 70 % ของประโยคนั้น นร ก็สามารถแปลภาษาไทยโดยอัตโนมัติได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน ไม่ถั่วงา ( เทคนิคของพี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ ว่า จำเนื้อร้องเพลงไหนไม่ได้ ก็ให้พูดถั่วงาทับลงไปเลย เพลงพี่เบิร์ดทำได้ แต่การฟังภาษาอังกฤษ ไม่ควรทำอย่างนั้น ) การที่ นร ไม่ตีจุดอุปสรรคตัวอย่าง จะมีผลต่อการคะแนนการฟังโทอิคที่มีโอกาสลดลงมากกว่า 50 คะแนน กรณีที่ทำข้อสอบชุดการฟังยาก
อุปสรรคการฟังต่างๆ เช่น การไม่เน้นจิกคำที่ฟัง ไม่รู้ว่า คำนั้นอยู่ในตำแหน่งใด ประโยค และ ไม่รู้ว่าเป็น Part of speech หรือ เน้นความรู้สึก จับเป็นคำๆ ไม่ได้ใช้ทักษะระดับประโยคและไวยากรณ์ที่เรียนมา ช่วยในการเดารูปประโยคในการฟัง หรือ ปล่อยให้คำที่ฟังผ่านไปในหัว แต่ให้เลยไปสี่วินาที ก็เกิด Halo Effect เป็นต้น
--- 18. เนื่องจากสายการบินตะวันออกกลางหลายแห่งเปิดสัมภาษณ์รับสมัครพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน แนวโน้มคะแนนโทอิคที่ได้ ต้องได้คะแนนประมาณเท่าไร
อาจารย์เพิ่งได้พูดคุยกับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินสายการบินที่มาจากตะวันออกกลางหลายราย ส่วนใหญ่ต้องได้คะแนนโทอิคที่มากกว่า 800 เพราะ เขาถือว่า ระดับคะแนนกว่า 700 เป็นระดับคะแนนที่คนทำงานมืออาชีพในทุกอาชีพควรจะมี แต่ระดับ 800 กว่า นับเป็นพนักงานที่ต้องสร้างภาพลักษณ์องค์กร .....
---- 17. คนทำงาน และ นร ที่จะสำเร็จการศึกษาเป็นบัณฑิตรวมถึง ผู้ประกอบการ และ ผู้ว่างงาน อีกหลายคน ที่ยังไม่เข้าใจถึง ความจำเป็นในการรีบพัฒนาทักษะพูดฟังอ่านเขียนภาษาอังกฤษให้ได้จริง ยังซื้อเวลาเพียงแค่สอบโทอิคให้พอผ่านไป หรือ ถ้าไม่จวนตัวก็ยังไม่สอบ แต่กลับไม่ดันคะแนนโทอิคให้สูงขึ้นให้ได้เร็วที่สุด แล้วพิสูจน์ให้ได้ว่าพูดฟังอ่านเขียนได้จริงกับนายจ้าง เพราะว่า AFTA หรือ เขตการค้าเสรีอาเซียน บวก สาม จะเริ่มปีหน้าแล้ว ....... เสรีแรงงานต่างชาติที่เก่งภาษาอังกฤษ จะมาเปรียบเทียบกับ พวกเรา ?????
กรุณาอ่านข่าวเรื่องเสรีอาเซียนที่เว้ปบอร์ดข้างล่างนะครับ ...... : ) ---- 16. มีบริษัทบางแห่งที่รับผู้สมัครงานหรือCandidate ที่สอบโทอิคแค่ 400 หรือ 450 มีความแตกต่างกับ องค์กรที่รับสมัครผู้สมัครงานที่ต้องการคะแนนโทอิคสูงๆอย่างไร
ที่ อ. มีข้อมูลที่บอกกล่าวได้ คือ บริษัทที่ต้องการคะแนนโทอิคอย่างต่ำ 400 หรือ 450 ส่วนใหญ่จะอยู่ไกล เช่น Double A จะอยู่บางนาตราด หรือ โรงงาน LG ที่อยู่ระยอง หรือ อีกหลายแห่ง แต่ นร ต้องไม่ประมาท เพราะ ถ้า ผู้สมัครงานที่สามารถสอบสัมภาษณ์ผ่าน และ สอบโทอิค เลยคะแนน 400 ไป ก็จะมีที่บริษัทจะต้องให้พนักงานสอบโทอิคต่อไปให้ได้คะแนนเพิ่มขึ้น หรือ อาจจะมีการจูงใจเป็นตัวเงินให้สอบโทอิคต่อไป ส่วนบริษัทต่างชาติ แน่นอนต้องการคะแนนโทอิคอย่างต่ำ 700 เช่น FEDEX หรือ IBM หรือ .... โดยเฉพาะวงการไอที ปัจจุบัน นี้ ทั่วโลกขาดแคลนพนักงานไอทีชั้นดี ทั่วโลก ถึง 6 ล้านตำแหน่งงานในอีกสามปีข้างหน้า จากข้อมูลของ ATCI ซึ่งคนไอที ต้องควรมีคะแนนโทอิค ไว้กันเหนียว เนื่องจาก คนไอทีมีสิทธิทำงานทั่วโลกได้ โดยเฉพาะ นักศึกษาปอโทบางมดที่ควรสอบโทอิคให้ได้เลย 700 จะมีผลต่อการทำงานในอาชีพไอทีในอนาคต ถ้าสอบแค่คะแนนโทเฟิลให้พอผ่าน มันเอาคะแนนโทเฟลไปสมัครงานทั่วโลกไม่ได้ เพราะมันคนละวัตถุประสงค์กัน .... : )
---- 15. การฝึกแบบกางเทปสคริปอ่านในขณะที่ฟัง โดยที่รู้ว่าตอนสอบโทอิคจริงที่ศูนย์สอบเขาไม่มีเทปสคริปให้ดู หรือ ฝึกผิดวิธีชอบ Retape การฟัง แล้วจดในกระดาษทีละคำเท่าที่จำได้ เพราะตอนสอบจริง เขาไม่มีเวลาให้มานั่งจด Listening ทีละ คำ ...... สิ่งเหล่านี้จะ.....
ทำลายความมั่นใจของ นร ตอนสอบอย่างมาก โดยที่ นร อาจไม่รู้ตัว เมื่อความมั่นใจถูกทำลาย สติมันอาจจะหลุดยาว มีผลต่อการทำข้อสอบไม่ทัน กามั่วจะไม่ได้คะแนน คะแนนจะไม่ขึ้น นั่นเอง ....
---- 14. มี นร จำนวนหนึ่งโทรสอบถามกับ อ. ถึง ความจำเป็นในการสอบเพื่อให้ได้คะแนนโทอิคในการทำงานที่ต่างประเทศ .... : )
การที่ได้โยกย้ายไปทำงานที่สาขาต่างประเทศกะทันหัน หรือ ได้งานที่ต่างประเทศฉับพลัน สิ่งที่ นร ควรระวัง คือ การที่ต้องพยายามสอบคะแนนโทอิคให้ตามเกณฑ์ในขณะที่ต้องเตรียมตัวในงานด้านอื่นเพื่อไปลุยงานที่ต่างประเทศ ไม่ใช่เรื่องง่าย นร ที่ไม่เคยสอบโทอิคจะมีปัญหาลักษณะคิดไปเองกับข้อสอบ ผู้ที่คิดไปเอง ยิ่งซื้อเวลา และ ถูกเจ้านายเร่งรัดให้ไปต่างประเทศ จะยิ่งมีความกดดัน ทางที่ดี พิชิตโทอิคในระยะเวลาอันสั้นด้วยการเรียนลงลึกและสอบลงลึกดีกว่า อย่าเรียนลวกๆให้เสร็จกันไป มันจะมีผลต่อคะแนนโทอิคนะครับ .....
---- 13. ปัจจุบันมีแนวโน้มที่ผู้ประกอบการนักลงทุนจากเมืองจีนมาลงทุนในไทย ซึ่งไม่ต้องการเพียงแค่ผู้สมัครงานที่สามารถใช้ภาษาจีนได้อย่างคล่องแคล่ว แต่ต้องได้คะแนนโทอิคและมีทักษะการพูดฟังอ่านเขียนภาษาอังกฤษที่ใช้ได้จริงสอดคล้องกับคะแนนโทอิคที่ได้ตามความคาดหวัง .....
แนวโน้มใหม่ที่ ผู้สมัครงาน ในยุค 5 ถึง 10 ปีข้างหน้า ต้องเตรียมพร้อมคือ ทักษะด้านการใช้ ภาษาต่างประเทศได้จริง หลายคนยังเข้าใจผิดว่า การสอบโทอิคให้ได้คะแนนระดับหนึ่งโดยไม่ต้อง ฝึกฝนการพูดฟังอ่านเขียน มันเพียงพอแล้ว คำตอบคือ ไม่แน่เสมอไป เพราะจากข้อมูลจาก BOI ที่ กล่าวถึง นักลงทุนเมืองจีนที่เริ่มมาลงทุนที่ประเทศไทยมากขึ้นเรื่อยๆ ต้องการผู้ที่ใช้ได้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีนได้คล่องแคล่วพอกัน ..... : )
---- 12. ปัจจุบันองค์กรเอกชนใหญ่ หรือ รัฐวิสาหกิจ มีการรับสมัครพนักงานโดยมีเกณฑ์ผ่านคะแนนโทอิค
ขั้นต่ำของคะแนนโทอิค คือ 500 โดย การสื่อสารแห่งประเทศไทย เป็นผู้เปิดรับสมัครแต่ องค์กรรัฐวิสาหกิจ อื่น โดยทั่วไป อย่างต่ำ คือ 550 และ ธุรกิจเอกชนองค์กรใหญ่ที่มีเปิดตัว รับสมัครด้วยคะแนนโทอิคที่ต่ำสุด คือ Double A คือ 450
ที่สำคัญกว่า คือ แนวโน้มที่ตลาดแรงงานจะมีการเปลี่ยนแปลง โดยผู้จ้างจะพยายามลดต้นทุนในการฝึกอบรมภาษาอังกฤษกับพนักงาน ผู้ที่พร้อมทำงานในองค์กรต้องไม่ใช่แค่เพียงสอบโทอิคให้ผ่าน แนวโน้มสำคัญ คือ ผู้สอบโทอิคผ่าน อาจต้องถูกคาดหวังจากนายจ้างมากขึ้น ในการพูดฟังอ่านเขียน ภาษาอังกฤษ ฉะนั้น การฝึกเองตามยถากรรม ไม่ฝึกลงลึก ทั้งพูดฟังอ่านเขียน เรียนแบบกางอ่านเฉลยอ่าน Tape Script หรือ ฝึกผิดวิธีจนสร้างความเคยชิน จะทำให้ศักยภาพทางภาษาไม่ได้แน่นระดับหนึ่ง พอทำงานจริง อาจจะโดนกดดันอีก หรือ นายจ้าง ให้พนักงาน สอบนิวโทอิค หลายครั้ง คะแนนอาจ จะแกว่งมีโอกาสที่คะแนนจะลดลงได้ ....
---- 11. ทัศนคติใดของ นร ที่จะพัฒนาสู่การเป็นผู้สอบโทอิคชุดยากหรือนิวโทอิคที่จะได้คะแนนก้าวกระโดดสร้างศักยภาพทางภาษาที่แท้จริง อันที่จะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับนายจ้าง
เกณฑ์ที่ศูนย์โทอิคเคยเผยแพร่ให้ทราบเรื่องเกณฑ์คะแนนช่วงใดจะสะท้อนถึงระดับการทำงานที่สูงขึ้นระดับใด มีส่วนทำให้นายจ้างใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาระดับคะแนนโทอิคของพนักงานตัวเองหรือผู้สมัครงาน ปัจจุบันนี้ เกณฑ์ 700 นับเป็นเกณฑ์ที่ถือว่า ผู้ที่ทำงานระดับ Professional ต้องควรได้คะแนนเลยระดับนี้ เป็นเกณฑ์ระดับปอโทบางมดที่ให้ นร. ต้องผ่านให้ได้ หรือ องค์กรระดับใหญ่เริ่มใช้เป็นเกณฑ์แล้ว ทัศนคติหนึ่งที่ทำให้ นร พัฒนาเป็นผู้สอบได้ยาก คือ การประมาท หมายถึง การที่คิดไปเองว่า ข้อสอบมันง่ายเหมือนกับแบบฝึกหัดในท้องตลาด หรือ กามั่วก็คงได้คะแนน หรือ ไปสอบแค่โปรแกรมA และ B แล้วไปสมัครงานได้ การประมาทขาดซ้อมหรือประมาทแบบเรียนไปเรื่อยๆแต่ไม่เคยคิดจะไปสอบ ทิ้งเวลาซื้อเวลาไปนาน ผลคือ การประมาทดังกล่าวจะทำให้ศักยภาพทางภาษาทั้งการฟังและการอ่านมีสิทธิลดลงได้
---- 10. มี นร หลายท่านที่เคยโทรมาสอบถามอาจารย์ว่า ทำไมการสอบของศูนย์โทอิคประเภทโปรแกรม A และ B ที่มีราคาถูกกว่า การสอบปกติที่เสียเงิน 1,200 ( หรือโปรแกรม C ) จึงไม่สามารถเอาผลสอบที่ได้ไปยื่นสม้ครงานตามที่อื่นๆได้
ศูนย์สอบยืนยันว่า การสอบตามโปรแกรม A และ B จะเสียค่าใช้จ่ายถูกกว่า 1,200 โดยที่นร ที่เข้าโปรแกรมดังกล่าว สามารถสอบร่วมก๊วนเดียวกับ ผู้สอบปกติ วัดผลเหมือนกัน แต่ไม่สามารถนำผลไปยื่นสมัครงานได้ เนื่องจาก วัตถุประสงค์การสอบโปรแกรม A และ B เป็นการใช้อ้างผลสอบภายใน การวัดผลสอบในนามสถาบันใดสถาบันหนึ่ง ไม่ใช่วัดผลในฐานะบุคคลทั่วไปที่ใช้อ้างอิงสมัครงานหรือสมัครเรียนได้
---- 9. เรื่องการสอบกับข้อสอบรีดีไซน์ชุดยากกับชุดง่ายแตกต่างกันอย่างไร ?
รบกวนชาวโทอิคช่วยดูที่กระทู้ แรงบันดาลใจรีเทิร์น ของคุณ นาตยา ที่มีการอธิบายว่า คะแนน Percentile Rank ของ ข้อสอบชุดยากกับชุดง่าย มีผลต่อคะแนนการสอบของผู้สอบ อย่างมากจริงๆ !!!
---- 8. มีข้อมูลสำคัญที่ นร ของสถาบันที่ไปสอบรีดีไซน์ และ ทำแบบฝึกหัดในท้องตลาดมาไม่ต่ำกว่าพันข้อ คุณ นาถยา เขาฝาก อ. มาแชร์ประสบการณ์ให้ ชาวโทอิคนะ : ) ...
น้องนาถยา ปัจจุบันสอบรีดีไซน์มาสองครั้งได้คะแนนในช่วง 585 - 600 ต้องการให้ได้คะแนนสูงขึ้นเพื่อสมัครงานที่ ปตท. แต่ที่ อ. หยิบประเด็นมาพูด น่าจะเป็นประโยชน์ คือ น้องเขาทำแบบฝึกหัดในท้องตลาด ในบางเล่มของบางสถาบันคนไทย นับเป็นเล่มที่ดี ก็น่าซื้ออ่าน อาจารย์สนับสนุนให้ นร ไทย ก็มาซื้อตำราไทยบ้าง ตำราต่างประเทศก็ดีเหมือนกัน ตำราไทยก็ไม่แพ้เหมือนกัน ต่างฝ่ายต่างนมีแบบฝึกหัดที่มาก แต่มันอาจมี speed การฟัง เท่ากับ ระดับข้อสอบรีดีไซน์ ในชุดที่ไม่ยากบางชุด แต่ข้อสอบชุดยาก speedการฟังบางข้อ บาง Part ข้อสอบมันเร็วกว่าแบบฝึกหัดที่ขายมาก
นั่นคือ ที่มาของศูนย์โทอิคที่มีการเปิดให้ฟัง Presentation ในช่วงกค. ที่ผ่านมา แต่ ประเด็น คือ น้องนาถยาและเพื่อนๆ เรียนเทคนิควิเคราะห์หลุมพรางสอบ ของสถาบัน ที่อาจารย์ได้เข้าไปงัดข้อสอบจริง และ วิเคราะห์แบบฝึกหัดในท้องตลาดทั้งภาคไทยและต่างประเทศ มันมีส่วนที่สามารถเพิ่มคะแนนเวลา นร ไปทำแบบฝึกหัด หรือ สอบโทอิครีดีไซน์ ได้จริง เดิม น้องนาถยา สอบทุกสองชั่วโมง Question Response จะได้เฉลี่ย 20 ข้อจาก 30 ข้อ แต่พอใช้เทคนิควิเคราะห์หลุมพรางสอบ น้องเขาได้คะแนนเฉลี่ย 25 ข้อ จาก 30 ข้อ แสดง การลงลึก เทียบ Key Word และ Key Meaning ทั้งประโยค ของ Choice เพื่อตัด Choice ตอบคำถาม Question Response ที่มีอยู่ 4 ประเภท ได้แก่ คำถาม Wh Word , คำถามขึ้นต้นด้วยVerb to be , to do , to have , คำถาม Tag Question และ คำถามที่เป็นประโยคบอกเล่าไปเลย
นร เหล่านี้ ล้วนใช้เทคนิควิเคราะห์หลุมพรางของสถาบัน ซึ่งใช้เวลาเรียนถึง สองชั่วโมงเต็ม ...
---- 7. การเปลี่ยนจากผู้เรียนเป็นผู้สอบ หรือ Examer ต้องมีคุณสมบัติบางอย่างที่เพิ่มขึ้น เพื่อรับมือกับข้อสอบโทอิคชุดรีดีไซน์ ภาคแรก
เนื่องจาก นร หลายคนที่พยายามสอบหลายครั้ง แต่ทำสอบไม่ทัน หรือ ข้ออยู่มากกว่า 10 หรือ 15 ข้อขึ้นไป บางคนเหลือมากกว่า 30 ข้อ หรือ อาจเลยไปถึง 50 ข้อ ข้อที่เหลือส่วนใหญ่เป็นระดับข้อยากโทอิคที่มีการคูณถ่วงน้ำหนักคะแนนสูงกว่า ยิ่งเหลือข้อมากยิ่งมีปัญหา มันมีคุณสมบัติที่ผู้เรียนภาษาอังกฤษต้องปรับตัวให้กลายเป็นผู้สอบภาษาอังกฤษ หรือ Examer โดยที่คุณสมบัติผู้สอบที่ดี มันมีอยู่หลายข้อ อาจารย์จะพยายามหยิบมาพูดเรื่อยๆ ประเด็นแรกที่น่าสนใจ คือ นร ที่ปรับตัวเป็นผู้สอบไม่ได้ คือ ไม่สามารถคำนวณเวลาในหัว ใช้เวลาให้มีประสิทธิภาพเพื่อทำข้อสอบให้ทันโดยไม่ควรเหลือสักข้อ ทำไมต้องทำ Part Reading ใช้เวลาไม่เกิน 45 นาที มิฉะนั้นจะกระเทือนต่อ Part ที่เป็น Text หรือ Part Sentence Completion ถ้า นร ใช้เวลาในการสอบทำตามใจ อยากทำข้อไหนก็ทำ ไม่ต้องดูเวลา คิดว่า อ่าน Passage นี้ยากก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ โดยอ่านไม่เสร็จ แล้วดูคำถามไปก่อน ยังไม่อ่าน Passage ก็ได้ การขาดวินัยในการทำสอบ รวมถึง การขาดการตั้ง Sensor เตือนเวลาในหัวตัวเองล้วนแต่เป็นเรื่องอันตราย เพราะ ผู้สอบที่เข้าใจวัตถุประสงค์การสอบโทอิคแท้จริง ย่อมเข้าใจว่า เวลาน้อย ข้อสอบมาก ข้อสอบยากขึ้นมากกว่าชุด Redesigned Test แสดงว่า ETS กำลังทดสอบทักษะการตัดสินใจในการใช้เวลาเรา ว่ามีความกล้า เฉียบคม และมีวินัยแค่ไหน
---- 6. การสอบข้อสอบรีดีไซน์โทอิคแบบวันเว้นวัน มีผลเสียมากกว่าผลดี
จากข้อ 5 ที่ อาจารย์ได้กล่าวถึง การที่ นร ต้องลงลึกการฟัง มิฉะนั้น อาศัยแต่ทำแบบฝึกหัดเอาปริมาณ กับแบบฝึกหัดที่ขายในท้องตลาดที่ไม่มี speed การฟังเร้วเท่ากับรีดีไซน์ในบางชุดแล้ว ดังนั้น ศูนย์สอบโทอิคมีการเปิด ให้ นร ที่ไม่เคยได้ลอง speed การฟังที่เร็ว หรือ ไม่เคยเชื่อว่ามันเร็วขนาดนี้ ให้ได้ทดลองฟังที่ศูนย์สอบโทอิค ที่อาคาร BB Building ซึ่ง นร ของสถาบันที่เรียนลงลึก ด้วยเทคนิคแยกเสียงสำเนียงฝรั่งและถอดรูปประโยคกับการฟังที่เร็วของสถาบันครูเกรียง จะแบ่งเวลาเข้าไปเพื่อไปทดลองฟังเป็นปกติอยู่แล้ว จึงแจ้งมาให้ชาวโทอิคทราบ สรุปว่า การที่สอบวันเว้นวัน ที่ นร บางคน น่าจะรู้ว่า คะแนนสอบมันไม่ได้เพิ่มขึ้นจริง ในการสอบหนึ่ง สอง หรือ สามครั้งแรก มันต้องไหวตัวทัน ต้องกลับมาเพิ่มเติมความรู้ทักษะระดับประโยค และ การเรียนการฟังการอ่านลงลึกมากขึ้น หรือ ไปทดลองฟังที่ศูนย์สอบโทอิคดูก่อน เพื่อแก้ไขข้อเสียเปรียบ โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยสอบข้อสอบชุดยากรีดีไซน์โทอิคมาก่อน
หมายเหตุ : เนื่องจากศูนย์สอบโทอิคได้ยืนยันออกมาแล้วว่า การเปิดให้ฟังข้อสอบ Redesigned Test แบบ Presentation ได้เปิดทดลองเมื่อเดือน ก.ค. 52 ที่ผ่านมาและได้ปิดการทดลองฟังฟรีตั้งแต่เดือน ส.ค. 52 ซึ่งอาจจะมีการเปิดให้ฟังข้อสอบฟรีในภายหลัง ให้ นร ที่สนใจลองสอบถามที่ศูนย์สอบโทอิคอีกครั้งหนึ่งเรื่อยๆ นะครับ
---- 5. เรื่องที่น่าเป็นห่วงสำหรับ นร ที่ตั้งใจทำแบบฝึกหัดเอาปริมาณ เพื่อไปสอบ แต่ไม่เรียนลงลึก
ไม่น่าจะมีแบบฝึกหัดที่ขายตามท้องตลาดทั้งภาคไทยและภาคอังกฤษอีกต่อไปแล้ว ที่มี Speed การฟังให้นักศึกษาได้ลองทำ ได้เร็วกับข้อสอบโทอิคชุด Redesigned Test โทอิคชุดยากในบางชุด อีกต่อไปแล้ว ซึ่งน่าจะเป็นเหตุผลของการทำธุรกิจศูนย์สอบเชิงการค้าของ ETS
---- 4. TOEIC ชุดยาก รีดีไซน์ ยากมากขึ้นจริง กามั่ว เจ๊ง .....
ข้อสอบโทอิคชุดยาก Redesigned Test จะมี Speed การฟังที่เร็วกว่า Classic Test อยู่ 40 % โดยเฉลี่ยและ การอ่านที่มีศัพท์ Unseen ที่มากกว่าเดิม และ บทความยาวกว่าเดิม เป็น Double Passage และ How To ในการทำสอบกับส่วน Cloze Test จะซับซ้อนขึ้น สอบศัพท์ยากขึ้น กามั่วข้อใดผิดไปเลยมี % มากกว่า 75 %
---- 3. ผลลัพธ์ที่ นักศึกษาฝึกภาษาอังกฤษผิดวิธี กับ การสอบโทอิคชุดยาก
ถ้านักศึกษาฝึกผิดวิธี ทั้งการเรียนทักษะระดับประโยคไวยากรณ์ ที่เยิ่นเย้อ ไม่ลงรูปประโยค ไม่สามารถประยุกต์รูปประโยคที่หลากหลายกับการลงลึกพูดฟังอ่านเขียนได้ ไม่เปลี่ยนความเคยชินเดิม ในสไตล์การฝึกและการสอบเดิมที่ทำให้ได้คะแนนไม่สูง หรือ ไม่พยายามลดการกามั่วข้อสอบลง ไม่เปิดใจรับเทคนิคนวตกรรมที่นักศึกษาเมืองนอกใช้สอบได้คะแนนโทอิคสูงกันทั่วโลก ( เช่น คนจีน อินเดีย บังคลาเทศ เวียดนาม ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ ที่พัฒนาทักษะระดับประโยค พูดฟังอ่านเขียน สอบ TOEIC TOEFL IELTS ได้คะแนนสูง )
นักศึกษาจะมีโอกาสสูงที่ไม่สามารถรับมือข้อสอบชุดยากโทอิค Redesigned Test ได้เลย และ ถ้านักศึกษากามั่ว กาโดยใช้อารมณ์แทนที่จะใช้เหตุผลที่เป็นขั้นตอน How To ทำให้ นักศึกษามีโอกาสทำข้อสอบไม่ทัน ข้อที่ไม่ทันจะเป็นข้อระดับยากโทอิค ที่มีการคูณถ่วงน้ำหนักคะแนนสูง ถ้ากามั่วมากกว่า 15 ข้อขึ้นไป กาแถวเดียว คะแนนที่ได้จากการกามั่ว จะไม่เกิน 10 % จากข้อที่กามั่ว และ มีโอกาสสูงที่จะได้คะแนน Redesigned Test ต่ำกว่าครึ่งหนึ่ง คือ 550
---- 2. ถ้าไม่ใช้นวตกรรมพัฒนาทักษะศักยภาพภาษาอังกฤษกับ นร ไทย ให้เทียบเท่า นร ต่างชาติที่สอบโทอิค เกิดอะไรขึ้น ....
ถ้านักศึกษาไม่เรียนทักษะระดับประโยคประยุกต์สู่การลงลึกพูดฟังอ่านเขียน และไม่ใช่นวตกรรมเทคนิค เทียบเท่ากับคนต่างชาติที่เขาสอบคะแนนโทอิคได้คะแนนสูง นักศึกษาจะไม่โอกาสน้อยที่จะรับมือข้อสอบชุดยากโทอิค Redesigned Test เพราะ ข้อสอบชุดนี้วัดคนทั่วโลก
ไม่ใช่แค่วัดคนไทยด้วยกัน ข้อสอบ Redesigned Test จะมีโอกาสพัฒนาให้ยากขึ้นตาม ศักยภาพของ นร ทั่วโลก ที่เพิ่มขึ้น มีโอกาสพัฒนาให้ยากขึ้นทุก 6 เดือนหรือหนึ่งปีได้ ถ้า นร ไทย ท่านใด ไม่เน้นลงลึก เรียนเลี้ยงไข้ไปเรื่อยๆ แล้วสอบทุกครั้งมีการกามั่วเพราะทำข้อสอบไม่ทันนร ท่านนั้นมีโอกาสสูง ที่คะแนนจะมีแต่ลดลงและไม่เพิ่ม
---- 1. ศึกษา ตัวอย่าง นร ที่เรียนลงลึกแล้วประสบความสำเร็จสอบผ่านของสถาบัน ทำอย่างไร
อาจารย์มีตัวอย่างของ นร ที่ สถาบันครูเกรียง ได้สร้างคนให้สอบได้ ด้วยศักยภาพการฟังการอ่านที่แท้จริง ด้วยการ เรียนลงลึกด้วยเทคนิคสถาบันมาเผยแพร่ เทียบเท่ากับหรืออาจมากกว่าเทคนิคที่คนต่างชาติใช้แล้วพัฒนาทักษะระดับประโยค ศัพท์ พูดฟังอ่านเขียน ได้ใน 6 เดือน หรือ ที่ทำให้ได้คะแนนโทอิคสูง อัพเดทต่อเนื่องที่กระทู้ http://www.krugrienktutor.com และ สร้างเป็นชุมชนช่วยเหลือแบ่งปันซึ่งกันและกัน แบบ Social Network แบบ twitter หรือ facebook
####ข้อมูลอัพเดทสิทธิประโยชน์แก่ นร ไทย###
( โปรดติดตาม Update เรื่อยๆ ) ถึงข้อที่ 106 : สิทธิประโยชน์ ที่ นร จะได้จากสถาบันครูเกรียงติวเตอร์
106. นร ที่ต้องการจองเวลาสอบสองครั้งคือ เช้า บ่ายในวันเดียวกัน จะทำไม่ได้ ยกเว้นถ้าแจ้งเจตจำนงค์ว่าจะสอบสองครั้งในวันเดียวกันและรอรอบถัดไปให้มีคนสละสิทธิ์แทน
105. ( ต่อจาก ข้อ 104. ) นร ที่สอบ TOEIC ที่ศูนย์สอบในโปรแกรม 1500 บาท จะออกผลการสอบทุก Part จะมีการสอบทุกเดือน เดือนละหนึ่งหรือสองครั้งเท่านั้น
104. นร ที่สอบ TOEIC ที่ศูนย์สอบในโปรแกรม 1500 บาท จะออกผลการสอบทุก Part แต่เนื่องจากเป็นการสอบแบบ Arbitary จึงไม่มีการคิดคะแนนในลักษณะ Percentile Rank แตกต่างจากโปรแกรม 1200 บาทโดยทั่วไปที่มีการใช้ระดับ Percentile Rank มาวัด นร .
103. นร ที่สอบ TOEIC กับข้อสอบที่สถาบัน อย่างต่ำ 8 ครั้ง สถาบันจะสามารถนำคะแนนเข้าสู่สูตรพยากรณ์คะแนน TOEIC ล่วงหน้าได้ พร้อมทั้ง การสอบ IELTS กับสถาบัน คะแนนสอบอย่างต่ำ 8 ครั้ง สถาบันจะคำนวณคะแนน Band เฉลี่ยของ IELTS ของแต่ละ Part พูดฟังอ่านเขียน เช่นเดียวกัน
102. สถาบันจะมีรางวัลให้กับ นร ที่สอบ TOEIC ได้ 700 หรือ มากกว่า และ IELTS ได้ 6.5 หรือ มากกว่า
100. สถาบันเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปโทรขอคำปรึกษาเรื่องการวิเคราะห์ฐานคะแนนเบื้องต้นของผู้สอบ จากสูตรการพยากรณ์คะแนนโทอิคของสถาบัน ที่ช่วยวิเคราะห์ฐานคะแนนดังกล่าว
99. ( ต่อจากข้อ 98. ) หลักสูตรเพิ่มคะแนนสอบ TOEIC เร่งรัด 2 สัปดาห์ แบบไม่จำกัดชั่วโมง การสอบทุก 2 ชั่วโมง จะช่วยทำให้ นร ได้รู้ต้นทุนคะแนนโดยเฉลี่ยของ นร เพื่อ สถาบันจะนำไปเข้าสูตรพยากรณ์คะแนนโทอิคล่วงหน้า เพื่อบอกความพร้อมของ นร ที่จะสอบจริงแล้วทำให้ คะแนน Percentile Rank เพิ่มขึ้น
97. ( ต่อจากข้อ 96. ) หลักสูตรเพิ่มคะแนนสอบ TOEIC เร่งรัด 2 สัปดาห์ แบบไม่จำกัดชั่วโมง โดยเพียงซ้อมลงลึกการฟังการอ่าน เฉลยแนวข้อสอบไวยากรณ์ และ ศัพท์ โดยไม่ได้เก็บตกไวยากรณ์ 8 บทที่ใช้สอบ TOEIC ราคาคอร์ส : 5499 บาท คอร์ส รวม แบบ ไม่จำกัดชั่วโมง แถมตำราสองเล่ม กับ ซีดีสองแผ่น
96. สถาบันได้ออกคอร์สช่วย นร หรือ ผู้สอบ ที่มีความจำเป็นที่ถูกนายจ้างบีบกระทันหัน หรือ ต้องการเร่งสอบเพื่อสมัครงานตามเกณฑ์ สถาบันได้ออกคอร์สเร่งรัดสองสัปดาห์ ที่เน้นแต่การซ้อมลงลึกการฟังการอ่าน และ เฉลยแนวข้อสอบไวยากรณ์ และ สอบทุก 2 ชั่วโมง ถ้าคอร์สปกติจะมีการเก็บตกไวยากรณ์ 8 บทและลงลึกเรื่องศัพท์ โดยคิดราคาแตกต่างถูกกว่า จากคอร์ส TOEIC ปกติ
95. เนื่องจาก นร สถาบัน อยู่ในระบบการเรียนไม่จำกัดชั่วโมง สถาบันจะรีบเก็บตก นร ใหม่ ให้ทัน กับ นร เก่า ภายใน 15 วัน ( แต่เรียนต่อเนื่องติดกันจะใช้เวลาไม่เกิน 5 วัน ) อันได้แก่ ไวยากรณ์ที่ TOEIC สอบ 8 บท เรียนไวยากรณ์ผ่านรูปประโยค การลงลึก ทักษะระดับประโยค เทคนิคเทียบรากศัพท์และผ่าชิ้นส่วนคำศัพท์ยาก เพื่อเดาศัพท์ยากดังกล่าว เทคนิควิเคราะห์หลุมพรางสอบ การลงลึกการฟังการอ่าน โดยที่ นร เก่า และ นร ใหม่ สามารถนำความรู้มาสอบข้อสอบ Unseen สอบทุก 2 ชั่วโมง รวมกันได้ โดยมีการเฉลยแนวข้อสอบแบบลงลึก แบบไม่จำกัดชั่วโมง
94. เนื่องจาก นร สถาบันปัจจุบัน กำลังทะยอยสอบ TOEIC ซึ่งสถาบันกระตุ้นให้ นร ไปสอบ โดยการตั้งหัวหน้าทีมไปสอบ โดยส่วนใหญ่ นร สถาบันที่สอบได้คะแนนแบบก้าวกระโดด ก็สามารกลับมาเรียน TOEIC หรือ ต่อยอดเป็น IELTS ต่อได้ในระบบการเรียนไม่จำกดชั่วโมง
93. นอกจาก สถาบันได้เปิดคลาส IELTS รอบเช้า รอบเวลา 9 ถึง 11 นาฬิกา ( ในบางวันของจันถึงศุกร์ ) เพื่อช่วย นร และ ผู้สอบ ลงลึกพัฒนาการพูดและเขียน ยังเปิดคลาสรอบเช้าในบางวัน เช่นเดียวกันกับ TOEIC โดย นร ทั้ง IELTS และ TOEIC สามารถเรียน ซ้อม และ สอบการฟัง การอ่าน พร้อมกันได้
92. สถาบันได้เปิดคลาส IELTS รอบเช้า รอบเวลา 9 ถึง 11 นาฬิกา เพื่อช่วย นร และ ผู้สอบ ลงลึกพัฒนาการพูดและเขียน ที่มีรายลเอียด การลงลึกมากกว่า การฟัง การอ่าน เปิดประโยชน์กับ นร ที่ต้องการไปทำงานต่อที่เมืองนอกโดยใช้คะแนน IELTS และ นร ที่ต้องการคะแนนเพื่อเรียนต่อเมืองนอกอย่างด่วน
91. ( ต่อจากข้อ 90 ) ผู้สอบ TOEIC หลายคนทราบว่า การสมัครเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน หรือ การเลื่อนตำแหน่งไปเป็นระดับ Supervisor ของพนักงานต้อนรับ ต้องได้คะแนนโทอิคมากกว่า 600 และ มีแนวโน้มที่ต้องสอบ การพูด และทักษะอื่นๆ ภายหลังจากการยื่นคะแนนโทอิค
90. ( ต่อจากข้อ 89 ) ผู้สอบโทอิค ในสายวิศวกรรม สายด้านบัญชี และ การเงิน ถูกนายจ้างระบุการสอบโทอิคให้ได้คะแนนมากกว่า 650 หรือ 700 ... แต่มีหลายคนที่สอบหลายครั้ง แต่คะแนนไม่ยอมทะลุ 600 ขึ้นไป การที่ผู้สอบสนใจที่จะทำลายจุดอ่อนตัวเอง และ ต้องการตรวจสอบตัวเองว่าสามารถสอบได้มากน้อยแค่ไหน ศูนย์สอบโทอิคก็มีเปกิดการเข้าไปทดลองฟังข้อสอบจริง แบu Audition
89. ( ต่อจากข้อ 88 ) ปัจจุบัน ผู้สอบโทอิค ในสายวิศวกรรม สายด้านบัญชี และ การเงิน ถูกนายจ้างระบุการสอบโทอิคให้ได้คะแนนมากกว่า 650 เป็นมาตรฐานในการทำงานภายในองค์กร โดยเฉพาะปัจจุบัน บรรษัทใหญ่ๆ ต้องการใช้เป็นมาตรฐานในการรับสมัครงานและเลื่อนขั้น กับ คนทำงานรุ่นใหม่ แต่ คนทำงานรุ่นเก่า จะอาศัยคะแนนโทอิคในการทำ Job Rotation มากกว่า ...
88. ( ต่อจากข้อ 87 ) สถาบันเป็นที่แรกและที่เดียวในประเทศไทย ที่นำสูตรพยากรณ์คะแนนโทอิคล่วงหน้าและการคำนวณค่าความมั่นใจตีออกมาเป็นคะแนนหลังสอบ นอกจากการเร่งเรียนเร่งสอบภายในสิบห้าวันและการสอบจริงพร้อมเฉลยแล้ว นร สถาบันสามารถปูพื้นปรับพื้นซ้ำได้ แล้วสอบข้อสอบ Unseen ที่เป็น TOEIC , IELTS ได้ โดยอธิบายวิธีการใช้โปรแกรมข้อสอบโทอิคฝึกการฟัง ไปฝึกที่บ้านเพราะมีข้อสอบในCD ที่ออกซ้ำกับศูนย์สอบด้วย
87. ( ต่อจากข้อ 86 ) สถาบันเป็นที่แรกและที่เดียวในประเทศไทย ที่นำสูตรพยากรณ์คะแนนโทอิคล่วงหน้าและการคำนวณค่าความมั่นใจตีออกมาเป็นคะแนนหลังสอบ แต่สิ่งสำคัญกว่า คือ การเร่งเรียนเร่งสอบที่ นร ที่ปูและปรับพื้นมาครบแล้ว สามารถนำความรู้มาสอบข้อสอบ Unseen ที่เป็น TOEIC , IELTS โดยเฉพาะช่วงเฉลยแนวข้อสอบทำให้ นร มีพื้นฐานด้านการฟัง การอ่าน ทักษะระดับประโยค ไวยากรณ์ ศัพท์ มากขึ้น การคำนวณคะแนนล่วงหน้าโดยดูผลสอบที่สถาบันโดยเฉลี่ยเป็นจุดเสริมความมั่นใจของ นร .... :)
86. ( ต่อจากข้อ 85 ) สถาบันเป็นที่แรกและที่เดียวในประเทศไทย ที่นำสูตรพยากรณ์คะแนนโทอิคล่วงหน้ามาใช้โดยดูจากคะแนนเฉลี่ยที่สอบมากกว่า 5 ถึง 8 ครั้ง กับการสอบจริงของโทอิคและไอเอลที่สถาบัน จับเวลาจริง เนื่องจาก เป็นการยากที่ผู้สอบจะจัดสอบเองที่บ้าน เนื่องจาก การกางอ่านเฉลยไปด้วย แล้วกา Choice ไปด้วย โดยไม่ได้จับเวลาตามมาตรฐานจริงๆ จะทำให้สอบที่บ้านไม่ได้อยู่ในมาตรฐานที่จะวัดผลได้ สูตรพยากรณ์ที่ใช้จะวัดผล นร หรือ ผู้สอบ ที่มีการเตรียมตัวการสอบเต็มที่ทั้งในห้องและนอกห้องนั่นเอง
85. ( ต่อจากข้อ 84 ) สถาบันเป็นที่แรกและที่เดียวในประเทศไทย ที่วิเคราะห์ข้อสอบโทอิคจนพัฒนาสู่พยากรณ์คะแนนโทอิคล่วงหน้า นอกจากนี้ ยังพัฒนาสูตรการคิดคะแนนล่วงหน้าจากค่าความมั่นใจภายหลังจากการทำสอบแต่ละ Part โดยส่วนใหญ่ นร สถาบันที่ได้รับการพัฒนาทักษะการฟังได้คะแนนอย่างก้าวกระโดด พบว่า ค่าความมั่นใจหลังการสอบPart Short Conversation มักจะได้ค่าความมั่นใจมากกว่า 60 -70 % เพราะ เป็นส่วนที่ นร สามารถฟังแล้วถอดรูปประโยคได้ 70 % แล้วโดน KeyWord ที่ทำให้เข้าใจเนื้อความที่ฟังได้มากกว่า
84. สถาบันเป็นที่แรกและที่เดียวในประเทศไทย ที่วิเคราะห์ข้อสอบโทอิคจนพัฒนาสู่พยากรณ์คะแนนโทอิคล่วงหน้าสำหรับ นร ที่มาเรียนกับสถาบัน เมื่อปูพื้นปรับพื้นทักษะระดับประโยคไวยากรณ์แข็งแกร่งและสอบจริง TOEIC ทุกสองชั่วโมงในแต่ละ Part ไม่ต่ำกว่า 8 ครั้ง ( หรือ น้อยกว่า ) สถาบันจะสามารถนำคะแนนเข้าสูตรวิเคราะห์คะแนนโทอิคล่วงหน้าก่อนสอบที่ผ่านมาบวกลบ 15 หรือ 20 แต้มเท่านั้น และ หลังจาก นร สอบจริงที่ศูนย์สอบ สามารถบอกค่าความมั่นใจให้กับ อ. ซึ่ง อ. สามารถนำไปใส่สูตรวิเคราะห์ค่าคะแนนความมั่นใจเปลี่ยนมาเป็นคะแนนโทอิคภายหลังสอบได้บวกลบ 15 หรือ 20 แต้มเช่นกัน แต่ นร ต้องให้ค่าความมั่นใจในการทำสอบที่ถูกต้องเท่านั้น ....
83. ผู้ที่จะสอบการพูดกับการเขียนกับข้อสอบภาษาอังกฤษเชิงธุรกิจของ TOEIC อย่างน้อยต้องสอบผ่านการสอบ TOEIC ส่วนการฟังกับการอ่านให้ได้ 650 ปัจจุบัน ผู้สอบที่เป็นนักกฏหมาย หรือ Lawyer รวมถึง ตำแหน่งเลขานุการ โดยเฉพาะ ทำงานสถานทูต อาจจำเป็นต้องสอบส่วนการพูดกับการเขียนด้วย
82. ( ต่อจากข้อ 81. ) การจองที่นั่งสอบของศูนย์สอบโทอิคแบบระบุวันที่ อาจจะมีข้อเสียเปรียบตรงที่ผู้สอบมีจำนวนจำกัด การคิดคะแนน Percentile Rank ย่อมมีข้อจำกัดด้วย ถ้าผู้สอบได้คะแนนสอบสูง แต่มีคนสอบร่วมน้อย ฐานคะแนนคนสอบร่วมที่มีผลต่อคะแนน Percentile Rank ที่จะก้าวกระโดดจะมีน้อยตาม ... : )
81. ( ต่อจากข้อ 80. ) การจองที่นั่งสอบของศูนย์สอบโทอิคแบบระบุวันที่ อาจจะมีข้อดีตรงที่ ผู้สอบ ต้องมีการเตรียมตัวเป็นอย่างดี เนื่องจากสามารถระบุวันที่จะออกผลสอบได้แน่นอน การนำผลสอบไปยื่นสมัครงานบริษัทใหญ่ เช่น กฟผ. จะไม่ฉุกละหุก ล่าสุด ผู้สอบต้องยื่นผลภายใน 16.00 น. ของวันที่ 4 พ.ค. 53 ของ กฟผ. ผู้สอบต้องสอบ TOEIC ให้เสร็จอย่างน้อยตอนเช้าของวันที่ 3 แล้ว ....
80 ( ต่อจากข้อ 79. ) การจองที่นั่งสอบของศูนย์สอบโทอิคแบบระบุวันที่ โดยที่เสียค่าใช้จ่าย 1500 บาท สูงกว่าการจองสอบปกติ 1200 บาท แต่การประกาศผลของการสอบในราคา 1500 จะมีการคิดคะแนนมาตรฐานเดียวกันกับราคา 1200 แต่การอธิบายคะแนนของการสอบ 1500 บาท จะแจกแจงคะแนนในแต่ละ Part การสอบอย่างละเอียดมากกว่าแบบ 1200 บาท
77. นวตกรรมการเก็งศัพท์ที่ออกสอบใน TOEIC มีระดับมากกว่า 500 ข้ออยู่ในรูปทดสอบในแบบฝึกหัดที่ใช้ในการผ่าชิ้นส่วนคำศัพท์ เทียบรากศัพท์ ตัด Choice เทียบ Key Word อยู่ในเล่มที่ 9 ที่ นร มี เมื่อ นร ได้ทบทวนในเล่ม แล้วเข้ามาสู่การทดสอบ One-on-one Testing กับ ศัพท์ นับร้อยข้อในรูป Word Form บนกระดาน
76. เนื่องจาก อ. และทีมงานมีระบบการสอนไม่ใช่แค่ติวเตอร์ แต่จะเป็นระบบพี่เลี้ยงและโค้ชชิ่งทำลายจุดอ่อนและอุปสรรคลงลึกด้าน ทักษะระดับประโยค ไวยากรณ์ ศัพท์ ลงลึกการฟัง การอ่าน การพูด การเขียน ของ นร TOEIC กับ IELTS โดยเฉพาะ ข้อสอบ TOEIC ที่กระตุ้นให้ นร เห็นความสำคัญของการสูญเสียเงินไปเปล่าสำหรับ นร ที่หวังจะกามั่วโดยใช้ความรู้สึก เงินที่ นร สูญเสียไปกับการสอบ คือ ตกข้อละ 7 บาท นั่นเอง เมื่อเทียบกับ นร จีน ที่มีข้อมูลสำรวจทั่วโลกว่า คนจีนมีการออมเงินในอัตราสูงสุดในโลก คือ เงิน 100 % จะออม 18 % มากกว่าคนสิงคโปร์ ดังนั้น เวลาคนจีนสอบโทอิค เขาจะมีสถิติไม่กามั่วเอาเงินไปเผาเล่น ในอันดับต้น ๆ
75. ช่วงเวลาสงกรานต์ 13 - 15 เมษายน 2553 สถาบันยังเปิดเรียนเก็บตกให้ นร ที่เรียนไม่ทัน หรือ นร ที่เร่งสอบภายใน 15 วัน อย่างน้อยที่สุด สถาบันมีการสอบจริง IETLS และ NEW TOEIC จำนวนมากที่เป็นมาตรฐานร่วมกับการจับเวลาตามความเป็นจริงใน Part Reading และ ไวยากรณ์ Sentence Completion , Text Completion และ ยังมีแบบฝึกหัดที่มีความใกล้เคียงกับข้อสอบกับ CD ข้อสอบที่ให้ นร ไปฝึกที่บ้านก่อนมาสอบจริงกับสถาบัน
74. ช่วงเวลาสงกรานต์ 13 - 15 เมษายน 2553 สถาบันยังเปิดเรียน นับเป็นช่วงเวลาที่ นร ที่ส่วนใหญ่เป็นคนทำงานมีช่วงเวลาสะดวกที่จะมาเรียนและสอบกับที่สถาบันทำให้สามารถเก็บตกได้อย่างเต็มที่
73. อ. ขอ สุขสันต์ปีใหม่ไทย สงกรานต์ไทย 13 เมย 53 แด่ทุกท่าน ขอให้มีความสุขความเจริญตลอดไป และ นับตั้งแต่ มีการชุมนุมประท้วงของ นปก. รวมถึง มีการปะทะกัน แต่ว่า นร สถาบันทุกท่านมีความตั้งใจขยันกันมาก ยังมาเรียนกับ อ. แม้มีการชุมนุมประท้วง หรือ ช่วงสงกรานต์ สถาบันปกติสอนเจ็ดวัน ยกเว้น ถ้า อ. ติดภารกิจของมหาวิทยาลัย .....
72. แนวโน้มที่นายจ้างทั้งเอกชนและราชการจะเริ่มให้พนักงานที่กำลังทดลองงานต้องนำคะแนนโทอิคมายื่น อย่างน้อยที่สุด 550 หรือ มากกว่า 600 กำลังเริ่มมากขึ้น นร บางคนอาจรอเวลาใกล้จะหมดทดลองงานแล้วค่อยกระตือรือล้น ซึ่งอาจไม่ทัน การเรียนระบบไม่จำกัดชั่วโมงและปูพื้นปรับพื้นและสมัครลงเรียนได้ทันที และ สอนเจ็ดวัน จะช่วยให้ พนักงานที่โดนบีบแต่มีความตั้งใจจริงจะสามารถผ่านอุปสรรคไปได้ ...
71. เนื่องจากเงื่อนไขเชิงการค้าของศูนย์สอบโทอิคและไอเอล ที่ต้องควบคุมข้อสอบให้ยากในระดับหนึ่งเพื่อไม่ให้ นร ที่ต้องการกามั่วแล้วได้คะแนนมากๆแบบไร้เหตุผล มีผลทำให้ศูนย์สอบไม่ได้มาตรฐาน ดังนั้น จึงไม่แปลกที่ แบบฝึกหัดที่ขายในท้องตลาด จะมีความเร็วของการฟังโทอิคและไอเอลไม่เท่ากับข้อสอบจริง ซ้ำร้าย เสียงในเทปบางแบบฝึกหัดจะไม่ใช่สำเนียงของฝรั่งที่เป็น Great Britain English ที่ใช้สอบจริงใน TOEIC , IELTS และ แบบฝึกหัดก็จะไม่ยากเท่ากับข้อสอบจริง สถาบันจึงน่าเป็นแห่งเดียวที่แยกสำเนียงฝรั่งเทียบเสียงภาษาไทยเพื่อรับมือการฟังเร็ว ซึ่งฝรั่งที่ไม่รู้เสียงภาษาไทยก็จะทำได้ยาก ......
70. นร ที่ยังฝึกการฟังและการอ่านแบบผิดวิธี รวมถึง ยังไม่มีการเตรียมพร้อมเรื่องไวยากรณ์ที่ใช้ในการสอบโทอิค อย่างน้อยที่สุด 7 บท จะมีผลต่อการทำข้อยากที่คูณถ่วงน้ำหนักคะแนนสูงได้ในจำนวนน้อยลง เพราะ ข้อสอบโทอิคไม่ได้คิดคะแนนข้อละ 5 คะแนน อย่างที่เข้าใจผิด แต่ละข้อคิดคะแนนถ่วงน้ำหนักต่างกัน และ ถ้า นร คนใดไม่เตรียมตัวและประมาทคะแนนสอบดิบน้อย มีผลต่อลำดับ Percentile Rank ที่ต่ำ ผลร้าย คือ จะเป็นฐานทำให้ ผู้ที่เตรียมตัวแบบลงลึกได้คะแนน Percentile Rank ไปฟรี ๆ ......
69. เนื่องจากระบบไม่จำกัดชั่วโมง จะเปิดให้ ผู้สนใจ มาปูพื้นปรับพื้นฐาน ทักษะระดับประโยคและไวยากรณ์และลงลึกการฟังเบื้องต้น หลังจากนั้น เมื่อสมัครเรียนสามารถได้เรียนทันทีโดยไม่ต้องรอเปิดคลาส และ จะเร่งเก็บตกให้ นร เรียนความรู้ในหัวข้อที่ครบถ้วน ก่อน 15 วันเพื่อนำไปสอบข้อสอบ Unseen ของ โทอิค หรือ IELTS
68. เนื่องจาก นร ไทย หลายคนที่เป็นคนทำงานอาจต้องทำงานร่วมกับชาวต่างชาติ เช่น ฟิลิปปินส์ จีน สิงคโปร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ อินเดีย ในฐานะนายจ้างต้องการได้บุคลากรคนไทยที่สามารถใช้ภาษาอังกฤษพูดฟังอ่านเขียนได้ แต่ทัศนคติ นร ไทยบางประการที่เป็นอุปสรรค คือ
อยากเรียนแต่ไวยากรณ์เยิ่นเย้อ น้ำเยอะ เรียนเพียงเพื่อรู้ เรียนแล้วลืมก็เสียเงินใหม่ไปเรื่อยๆ แต่ไม่ลงลึกรูปประโยคที่หลากหลายกับการฟังพูดเขียน ต้องการสอบไวยากรณ์เพืยงในกระดาษ แต่มักจะแปลไทยหนึ่งคำเป็นอังกฤษหนึ่งคำ ทำให้ความหมายเพี้ยน พูดและเขียนก็ช้าหรือทำไม่ได้เลย รวมถึงไม่ประยุกต์ทักษะระดับประโยคทำให้อ่านได้เร็วขึ้น ทั้งที่เรียนไวยากรณ์มากๆแต่กลับอ่านไม่ได้ เป็นต้น ทัศนคติดังกล่าวต้องลดลงเพราะจะมีปัญหากับนายจ้างในอนาคต เพราะ นายจ้างจะไม่สนใจให้น้ำหนักกับประกาศนียบัตรต่อไปอีกแล้ว ..... : )
67. เนื่องจากตลาดแรงงานภายในปี 2010 ถึง 2015 ในช่วงเปิดเสรีภาคบริการแรงงานต่างชาติของเขตการค้าเสรีอาเซียนบวกจีนด้วย นายจ้างหลายรายต้องปรับตัวในการเลือกบุคลากรที่เริ่มมีทักษะที่สามารถใช้งานได้จริงตรงกับงานที่มอบหมาย ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษทั้งพูดฟังอ่านเขียนเป็นเรื่องสำคัญ นายจ้างจะไม่พยายามตัดสินคนแค่ใบ Certificate หรือ คะแนนที่ไปสอบเพียงคร่าวๆ แต่จะต้องทดสอบว่า สามารถประยุกต์ทักษะระดับประโยคและไวยากรณ์กับการพูดฟังอ่านเขียนจริงๆ โดยเฉพาะการเขียนที่ คนทำงานต้องเริ่มปรับให้เป็น Business English มากขึ้น แนวโน้มดังกล่าวทำให้ นร จีนที่มาเรียนเมืองไทยและอยากทำงานเมืองไทย เริ่มเตรียมตัวที่จะศึกษาภาษาอังกฤษจริงๆ เพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงานไทย ..... : )
66. สถาบันจะต้องรีบสอนให้ นร ใหม่ ให้ครบทุกหัวข้อที่จะใช้สอบ TOEIC กับ IELTS เนื่องจาก จะมี นร รุ่นถัดมาทะยอยเรียน เพราะเป้าหมายสถาบันคือ การผลักดันให้ นร สอบโทอิค หรือ IELTS ให้ได้มากสุด และ เป็นไปได้ ให้เร็วสุดด้วย
65. สถาบันมีการบริหารการสอนแบบการเรียนไม่จำกัดชั่วโมง ถ้า นร ท่านไหนลงเรียนเมื่อไรก็ได้เรียนเลย และ มีการเก็บตกให้ นร สามารถเรียนได้เท่าทันกับ นร เก่า ขอให้ นร เรียนอย่างต่อเนื่อง นร จะประสบความสำเร็จตามทำเนียบที่ นร คะแนนก้าวกระโดดข้างต้น นะครับ ..... : )
64. สถาบันมีการทำ Road Show ไปยังองค์กรใหญ่ๆในประเทศเพื่อแนะนำเทคนิคสู่การพัฒนาทักษะพูดฟังอ่านเขียน และ การเพิ่มคะแนน TOEIC และ IELTS อย่างก้าวกระโดดกับองค์กรใหญ่ที่อยู่ในประเทศไทย เนื่องจาก คะแนนทั้ง TOEIC และ IELTS (ส่วน Academic) ต่างเป็นที่ยอมรับในการใช้วัดมาตรฐานศักยภาพทางภาษากับคนทำงานมากขึ้นแล้ว ..... : )
63. มี นร ของสถาบัน บางท่าน สามารถขอสถาบันหยุดเรียนไปก่อนเพราะเนื่องจากติดภารกิจทำงาน หรือ ทำวิทยานิพนธ์ หรือ ไปเตรียมตัวเรียนต่างประเทศ หรือ ไปเรียนภาษาที่ต่างประเทศ สถาบันยินดี และ เมื่อ นร เสร็จภารกิจ ก็สามารถกลับมาเรียนต่อได้ เพราะเป้าหมายสถาบันต้องการมีการเรียนการสอนไม่จำกัดชั่วโมงเพื่อพัฒนา นร ไทย ให้มีศักยภาพทางภาษาและสอบให้ได้คะแนนก้าวกระโดดมากสุด ..... : )
62. เนื่องจาก นร ที่เรียนกับสถาบันแล้วนำคะแนน TOEIC หรือ IELTS ไปยื่นสมัครงาน สามารถนำตัวอย่าง Resume หรือ ปรึกษาการเขียน Resume สมัครงานกับ อ. และ สถาบันมี Certificate เป็น ลักษณะจดหมายรับรองให้ นร ที่จะแนบประกอบกับใบเสร็จรับเงินที่เป็นนิติบุคคลของ สถาบัน ไปยื่นเพื่อขอเป็นเงินค่าเรียนที่ต้นสังกัดขอเป็นหลักฐานได้
61. ( ต่อจากข้อ 60 ) เนื่องจากสถาบันครูเกรียงเป็นนิติบุคคล ไม่ใช่ลักษณะติวเตอร์ทั่วไปที่เป็นบุคคลธรรมดาที่มีข้อจำกัดหลายประการ สถาบันได้เข้าใจความต้องการของคนทำงานในองค์กรใหญ่ ที่นายจ้างกำลังมีแนวโน้มใหม่ ที่มิใช่จะพิจารณาคะแนนโทอิคของลูกจ้างหรือประกาศนียบัตรมากมายที่ลูกจ้างยื่นให้ แต่จะสนใจการใช้ภาษาอังกฤษได้จริงๆ ต้องสอดคล้องกับหรือดีกว่าคะแนนโทอิคที่ตัวเองได้ ดังนั้น หลายองค์กรจึงต้องการให้ลูกจ้างตัวเองเรียนลงลึกการพูดฟังอ่านเขียน ไม่ใช่เรียนไวยากรณ์เพื่อสอบไวยากรณ์ในกระดาษ โดยที่ทักษะระดับประโยคอ่อนจนพูดฟังอ่านเขียนเองไม่ได้ บางองค์กรต้องการจัดสอบภาษาอังกฤษแบบเข้มอีกครั้งภายหลังลูกจ้างได้ยื่นคะแนนโทอิคให้กับองค์กรแล้ว เช่น กาต้าแอร์ เป็นต้น ..... : )
60. เนื่องจากสถาบันครูเกรียงเป็นนิติบุคคล ไม่ใช่ลักษณะติวเตอร์ทั่วไปที่เป็นบุคคลธรรมดาที่มีข้อจำกัดหลายประการ เนื่องจากสถาบันเป็นนิติบุคคลทำให้ นร ที่สามารถต้องการใบเสร็จรับเงินที่เป็นในนามนิติบุคคลนำไปเบิกค่าเรียนกับบริษัทต้นสังกัดที่ตัวเองทำงาน และ สถาบันครูเกรียงเป็นนิติบุคคลที่มีความน่าเชื่อถือในการทำ Training Inhouse ในองค์กรใหญ่ต่างๆ รายละเอียด สถาบันจะอธิบายเพิ่มเติม ..... : )
59. น้อง คุณ พรทิพย์ เขียววิมล หรือ น้องนุช ที่สำเร็จการศึกษาระดับปอโทบางมด ที่ใช้ความรู้เรียนลงลึกไม่จำกัดชั่วโมงเร่งเรียนเร่งสอบไม่เลี้ยงไข้ของสถาบันครูเกรียง ที่นำความรู้สอบผ่านโทอิคได้คะแนนเกือบ 800 จบปอโทบางมดที่ต้องได้คะแนนโทอิค > 700 น้องเขายังกลับมาเรียนกับอาจารย์เมื่อสองวันที่ผ่านมา สิ่งที่น้องเขาได้และเปลี่ยนชีวิตหลังได้คะแนนโทอิคมากกว่า 700 ในหน้าที่การงานที่เปลี่ยนงานแล้วได้เงินเดือนมากกว่า 2 เท่า เป็นอย่างไร .....
เดิมน้องเขาทำงานอยู่ในส่วน Internal Audit ของคอมพิวเตอร์ที่ไทยพาณิชย์ แต่ย้ายงานไปทำงานหนึ่งในสี่ยักษ์ใหญ่บริษัทที่ปรึกษาด้านบัญชีระดับโลก ตั้งสาขาที่เมืองไทย แห่งหนึ่ง ได้เงินเดือนมากกว่าเดิม มากกว่า 2 เท่า สิ่งที่เป็นอุทธาหรณ์คือ การเรียนแล้วสามารถเพิ่มคะแนนโทอิคแบบก้าวกระโดดในระยะสั้นของ นร ที่อยู่ในทำเนียบรายชื่อข้างล่าง เป็นจุดแข็งสำคัญ เมื่อเปรียบเทียบกับ Candidate หรือผู้สมัครงานคนอื่นที่ได้คะแนนโทอิคไม่สูง แต่ความสามารถด้านไอทีก้ำกึ่ง จะสร้างข้อได้เปรียบในการถูกเลือกเป็นพนักงานทันที
58. สถาบันครูเกรียงสามารถให้ นร สถาบันที่ต้องการหางานทำ ทั้งที่สอบโทอิคไปแล้วหรือยังไม่สอบ สามารถติดต่อเชื่อมสายสัมพันธ์กับ นร รุ่นพี่หรือรุ่นเดียวกันของสถาบันได้ เพราะสังคมของ นร ที่เป็นการติวแบบช่วยสังคมช่วย นร โดยเฉพาะ นร ด้วยกันจะมีความเกื้อกูลเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันสูง การแนะนำงานทำก็สามารถทำได้ นอกเหนือจากการที่พูดคุยขอคำชี้แนะหรือนัดแนะไปสอบโทอิคร่วมกันเป็นทีม สายสัมพันธ์ระหว่าง นร ที่เป็น Social Network นับว่าเป็นเรื่องสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์
57. วันนี้เป็นวันเปิดทำงานปีใหม่ของปี 53 อ. จึงขออนุญาตนำข้อคติที่น่าจะเป็นสิ่งดีปีใหม่ที่เป็นข้อคิดของ คุณ ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร ของ ซีพีออล หรือ เซเว่นอีเลฟเว่น มากล่าวให้ฟัง เนื่องจากคุณก่อศักดิ์ให้ความสำคัญกับระบบการศึกษาของประเทศไทย และ มีกิจกรรมหมากล้อมร่วมกับมหาวิทยาลัยหลายแห่งรวมถึง ม. หัวเฉียว ข้อคิดนี้น่าจะเป็นคติที่เป็นสิทธิประโยชน์มอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้ทุกคนนะครับ ..... : )
จาก หนังสือ CEO โลกตะวันออก ฉบับบริหารสามมิติ บทที่ 1 กล่าวว่า
"ปัญหาของคนส่วนใหญ่ในสังคมทุกวันนี้ มองข้ามคุณค่าของการให้ เกิดจากระบบการศึกษาที่เน้นให้แก่งแย่ง แต่ไม่มีการสั่งสอนเรื่องคุณค่าของความเป็นมนุษย์ที่ต้องรู้จักเป็นผู้ให้ซึ่งเป็นศิลปะการใช้ชีวิตที่แท้จริง ทุกวันนี้สังคมไทยในเมืองกลายเป็นสังคมไร้ราก เยาวชนขาดหลักยึด ขาดที่พึ่งทางจิตใจ จึงหันไปหายาเสพติดต่างๆ เพราะพ่อแม่ก็ยุ่งอยู่กับการทำมาหากิน ครูบาอาจารย์ก็เห็นลูกศิษย์เป็นลูกค้าต้องหากำไรเต็มที่ นักเรียนนักศึกษาก็เห็นครูบาอาจารย์เป็นลูกจ้างมีหน้าที่สอนก็สอนกันไป ไม่มีความเคารพรักไม่มีความผูกพันใดๆ เด็กจึงต้องดิ้นรนเอาตัวรอดตัวใครตัวมัน สุดท้ายก็ตกไปเป็นเหยื่อของลัทธิบริโภคนิยม กลายเป็นบ่อเกิดของอาชญกรรมและการขายบริการที่ไม่ชอบด้วยกฏหมาย ภาคเอกชนไม่ควรจะเพิกเฉยปล่อยให้การแก้ไขเป็นหน้าที่ของภาครัฐ ซึ่งมีทรัพยากรจำกัด เทอะทะ อุ้ยอ้าย ภาคเอกชนควรมีความคล่องตัวมากกว่านี้ในการมีส่วนร่วมป้องกัน และ บรรเทาปัญหาสังคมเหล่านี้ ...."
ขอให้ชาว TOEIC , IELTS , TOEFL ทุกคนประสบความสำเร็จในชีวิต ตั้งแต่ปี 53 เป็นต้นไปนะครับ .... : )
56. นร ที่สอบ IELTS ที่ต้องการอยากฟังข้อสอบที่เป็น Audition Version เหมือนกับที่ TOEIC เคยเปิดให้ผู้สอบได้สัมผัสข้อสอบจริงบางส่วนช่วง กค 52 ที่ British Council ไม่มีอย่างนั้น มีแต่เทปฟังตัวอย่าง Practice ระดับ Introductory ธรรมดา ที่ห้องสมุด British Council ที่สยาม นร ที่อยากทราบรายละเอียดว่า ข้อสอบ IELTS ปีนี้ยากกว่าปีที่แล้วอย่างไร ก็ให้โทรไปได้ที่ศูนย์สอบ IETLS คุยกับเจ้าหน้าที่คุมสอบโดยตรง 026525480 เบอร์ต่อ 5652 , 5653
55. ( ปีใหม่ 1 มค 53 วันเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียนวันแรก ) ขอสุขสันต์ปีใหม่ 2553 กับชาวโทอิคทุกท่าน ขอให้ นร ไทยทุกคนประสบความสำเร็จในการสอบ และ นร ของสถาบันทุกคนที่ได้รับ SMS ของอาจารย์ ขอให้ นร มีภูมิคู้มกันและทักษะการใช้ภาษาอังกฤษที่แข็งแกร่งลงลึก พร้อมรับกับการเปิดเขตเสรีการค้าอาเซียน หรือ AFTA ตั้งแต่ 1 มค 53 เป็นต้นไป รศ. ดร. สมชาย ภคภาสวิวัฒน์ อดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยรัฐ และ นักวิชาการด้านเศรษฐกิจชื่อดัง และ เป็นวิทยากรที่ อ. เกรียงเคยเชิญสัมภาษณ์ผ่านรายการทีวี เส้นทางทำกิน ของเนชั่น แบบลงลึก อาจารย์แกมีมุมมองและข้อเตือนที่เฉียบขาดแก่ผู้ประกอบการ ลูกจ้าง และ นักศึกษาอย่างไร เรามาฟังกันในวันปีใหม่ ..... : )
อาจารย์สมชายให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ พี่สุนันท์ จันทรา นักวิชการด้านการเงินตลาดหุ้นชื่อดังผ่านรายการ FM 96.5 คลื่นความคิด เมื่อ 1 มค 53 วันนี้ อาจารย์สมชายบอกว่า เขตการค้าเสรีอาเซียนแตกต่างจากคำว่าเปิดเสรี เพราะ ถ้าเป็นเขตการค้าเสรี ภายในปี 2015 แน่นอน จะมีการเปิดเสรีไม่ใช่แค่สินค้าและการลงทุน แต่ภาคบริการ และแรงงานจากต่างชาติ จะเปิดเสรีเข้ามาสู่ประเทศไทย โดยเฉพาะสินค้าที่ขายทั่วเขตการค้า จะต้องมีภาษีนำเข้าเป็น 0 % เราอาจจะได้กินเชอรี่ที่มาจากจีนแล้วถูกกว่าลำไยบ้านเรา หรือ แรงงานจีนและเวียดนามที่มีศักยภาพด้านทักษะภาษามากกว่า 3 ภาษาอาจมาแย่งงาน นร ไทย บางส่วนได้
ถ้า นร ไทย บางคน ยังมีค่านิยมการเรียนภาษาอังกฤษแบบ เสียเงินแพงเท่าไรก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องสนใจระบบการสอนก็ได้ เรียนพอรู้ ไม่กี่วันลืม ก็เสียเงินแพงๆ ใหม่ ไม่สนใจระบบการเรียนและทบทวนทักษะระดับประโยคและไวยากรณ์แบบลงลึกที่ทำให้พูดฟังอ่านเขียนและสอบได้แบบ นร ต่างชาติ ใช้ รวมถึงการฝึกตามยถากรรมจนสอบไม่ได้ก็เลิกลาไปเอง ดังนั้น นร ไทยดังกล่าวจะมีปัญหากับตลาดแรงงานภายใน 5 ปี ตามคำทำนายของอาจารย์สมชายแน่นอน
ดังนั้น สถาบันครูเกรียงเล็งเห็นประโยชน์อีก 5 ปีข้างหน้าที่จะช่วย นร ไทยให้มีศักยภาพทางภาษา หรือ Proficiency ให้เร็วสุดและเสียค่าใช้จ่ายไม่แพง เลยมีการสอบทุกสองชั่วโมง สอบจริงทั้ง TOEIC และ IELTS ในแต่ละ Part แต่จะมีการสอนบทใหม่และทบทวนไวยากรณ์ผ่านรูปแบบประโยค 2000 รูปแบบ แบบที่ นร ต่างชาติเรียน โดยไม่คิดเงินเพิ่ม อาจารย์ก็จะไม่มีเวลามาพูดนอกเรื่อง เพราะต้องให้ความรู้เข้มก่อนสอบทุก 2 ชั่วโมง หรือ ไม่มีเวลาไปนั่งด่าติวเตอร์คนอื่นแบบไม่พอใจส่วนตัวซึ่งเป็นเรื่องไร้สาระ ถ้า นร ต่างชาติที่ต้องมาเสียเงินแพงแล้วมาฟังเรื่องไร้สาระ พวก นร ต่างชาติ ไปสัมภาษณ์กี่ชาติ เขาก็ไม่ยอมเสียเงินเพื่อมาฟังเรื่องไร้สาระพวกนี้
แต่ถ้าเป็น นร ไทย อาจารย์ก็ลองตัดสินใจเอง อาจารย์คงไม่ตัดสินให้ นร ไทย อย่าเสียเวลากับสิ่งพวกนี้ เดินหน้าลงลึกการเรียนให้คุ้มค่าเงินดีกว่า มันเงินของเรา ภาวะความเป็นผู้ใหญ่มืออาชีพอยู่ที่ตัวเรา ถ้าดำรงตนอยู่ในความประมาท จะมีปัญหาแน่นอน โดยเฉพาะ ถ้าเป็นภาวะสงครามโลกหรือข้าวยากหมากแพงทั่วโลก ถ้ามันเกิดขึ้นจริงในกรณีเลวร้ายสุด ภาษาอังกฤษที่พวกคุณใช้ได้จริง ไม่ใช่สอบกับกระดาษ จะยิ่งทำให้คุณมีชีวิตรอดอยู่อย่างเป็นสุขได้ ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง นร ทุกคนนะครับ .... : )
54. ระบบการสอนทักษะระดับประโยคและไวยากรณ์ของสถาบันครูเกรียงที่ทำให้ นร สถาบันได้คะแนนการสอบก้าวกระโดด ในระยะเวลาอันสั้น มีแผนผังการสอนและเรียงลำดับต่อยอดไวยากรณ์เพียงบางบทก็สามารถประยุกต์สู่การทำลาย Halo Effect การฟังและการอ่าน ด้วยการเรียนไวยากรณ์ผ่านรูปแบบประโยคที่หลากหลายมากกว่า 2000 ข้อ จากบทที่ นร ที่สถาบันเรียนกันโดยผนึกไปในคอร์สโทอิคและไอเอลไปเลย โดยไม่คิดเงินเพิ่มแต่สอนละเอียดลงลึกรูปประโยค ดังต่อไปนี้ .....
จากบท Adverb ต่อด้วย Adjective ต่อด้วย Adjective Formation ต่อด้วย Adjective Order ต่อด้วย Participial Phrase ต่อด้วย Adjective Clause
จากบท Preposition อย่างน้อยสุด 40 ตัวต่อด้วย Connecting Words ( ต่อด้วย Coherence Agreement และ Adverbial Clause โดยเน้น นร ที่พัฒนาการเขียนและการพูด )
จากบท Verb สู่ Auxiliary Verb ต่อด้วย Infinitive & Gerund และ If Clause
จากบท Pronoun ต่อด้วย Noun Determiner ต่อด้วย Noun Clause
และ สุดท้าย Comparison / Contrast
ผนึกความรู้ไวยากรณ์ประยุกต์สู่ทักษะพูดฟังอ่านเขียนคุ้มค่าเงินที่เสียไป จึงไม่แปลกที่สถาบันจึงขึ้นรายชื่อ นร ที่คะแนนก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่องได้พร้อมลงเบอร์โทรน่าจะที่เดียวในประเทศไทย ....
53. นิยามที่แท้จริงของ ระบบเรียนลงลึกไม่จำกัดชั่วโมงแต่เร่งเรียนเร่งสอบได้ จะทำให้ ....
ทำให้ นร ก้าวกระโดดในระยะเวลาอันสั้น ( ดูจากทำเนียบ นร ที่คะแนนก้าวกระโดดในระยะเวลาอันสั้นซึ่งเป็นแรงบันดาลใจข้างล่าง ) ระบบดังกล่าวเปิดให้ นร ที่สอบได้คะแนนก้าวกระโดดแล้ว ก็กลับมาเรียนซ้ำได้ พร้อมกับปูพื้นปรับพื้นไวยากรณ์ทักษะและระดับประโยคฟรี พร้อมสอบNewTOEIC , IELTS จริง ทุกสองชั่วโมง มี Checklist อัพเดทตลอดเพื่อวิเคราะห์อุปสรรคและจุดอ่อนนักศึกษาทั้งการพูดฟังอ่านเขียน ระบบไม่จำกัดชั่วโมงเร่งเรียนเร่งสอบ สามารถสมัครเรียนได้เรียนเลยสามารถเก็บตกทบทวนได้แต่ นร ที่มาเรียนไม่ต่อเนื่อง ควรมาเรียนต่อเนื่อง
รายชื่อ นร ที่หลุดพ้นไปแล้ว เป็นแรงบันดาลใจ ที่คะแนนก้าวกระโดดในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งเดิม นร.เหล่านี้มีปัญหาการสอบโทอิค แต่เรียนลงลึกการฟังการอ่าน ไวยากรณ์ ทักษะระดับประโยค ศัพท์แบบไม่จำกัดชั่วโมง และสอบทุกสองชั่วโมงหรือผ่านด่านเกณฑ์อรหันต์บางด้าน จึงเกิดการพัฒนาคะแนนการสอบแบบก้าวกระโดด
52. สถาบ้นครูเกรียงเป็นที่เดียวในประเทศไทย ที่ นร ที่สอบนิวโทอิค สามารถสอบทุกสองชั่วโมง เป็นข้อสอบ Reading กับ Listening ของ IELTS ได้ และ นร IELTS ของ สถาบันก็สอบรวมกับ นร โทอิค กับ ข้อสอบนิวโทอิค Listening ที่เร็วที่สุดในโลก และ นิวโทอิค Reading ข้อดี คือ ...
มีตัวอย่าง นร IELTS คือ น้องซาฟรีน่า น้องเขามีปัญหา Listening กับการถอดรูปประโยคให้ได้ 70 % ก่อน 4 วินาที เพื่อทำให้แปลภาษาไทยโดยอัตโนมัติครอบคลุม Keyword น้องเขายังมีปัญหา แต่ภายหลังเขาเรียนลงลึกการฟัง และ สอบทุกสองชั่วโมงกับ นร โทอิค น้องซาฟรีน่าทำคะแนนการสอบ IELTS Listening ได้เกือบเต็ม ผิดไปไม่เกินสามข้อ แม้ข้อสอบการฟัง IELTS จะยาวกว่า TOEIC แต่มันก็ช้ากว่า อย่างไรสอบโทอิคไปด้วยก็จะช่วยได้มาก .... : )
51. มีการรวมคอร์สไวยากรณ์เข้าไปในคอร์ส TOEIC , IELTS ( Built-in Approach ) โดยสอนไวยากรณ์ลงลึกผ่านรูปแบบประโยคหลากหลายถึง 2000 รูปแบบ แบบที่ นร ต่างชาติเรียน สอน Basic , Advance Grammar รวม 20 บท รวมถึง โดยเฉพาะ เน้นไวยากรณ์บทที่ใช้ในการพัฒนาพูดฟังอ่านเขียน นั่นคือ .....
แตกต่างจากระบบการสอนไวยากรณ์ที่คิดค่าเรียนแพง แต่ทำได้เพียงสอนไวยากรณ์ทฤษฏีเยิ่นเย้อไม่ได้เรียนผ่านรูปประโยคมากพอถึงระดับพันข้อ ทำให้เรียนแล้วลืม หรือ ยิ่งเรียนยิ่งลืม ยากต่อการทบทวนทักษะระดับประโยค เมื่อทบทวนไม่ได้ก็ยากต่อการนำมาใช้ประยุกต์สู่การพูดฟังอ่านเขียน ส่งผลต่อ การไม่บรรลุวัตถุประสงค์การสอบ TOEIC หรือ IELTS
เพราะเนื่องจาก นร ไทย มีศักยภาพไม่ได้ด้อยกว่า นร ต่างชาติ จึงเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ต้องมาเสียเวลาหรือสูญเสียทรัพยากรมากมายกับระบบการเรียนที่สูญเปล่า .... : )
50. อ. สามารถรับส่ง SMS หรือ รับสาย ตอบคำถาม นร ที่สถาบัน กรณี นร สถาบันทำการบ้านด้วยการจิ้มคำ test ทักษะระดับประโยคและไวยากรณ์ ผ่านรูปประโยค ยังไม่คล่อง ยังไม่ได้ สามารถโทรสอบถามอาจารย์ได้ตลอด นร ที่ฝึกการฟังลงลึกนอกห้องหรือที่บ้าน โดยฝึกตามแนวทาง Checklist ของสถาบันที่ประยุกต์กับการเรียนการฟังการอ่านการเขียนลงลึกของ นร ต่างชาติ การสอบทุกสองชั่วโมงจะมีการพัฒนาคะแนนขึ้นได้ไม่นาน.....
49. ( ต่อจากข้อ 48 ) เนื่องจากสถาบันมีการทำการสำรวจและวิเคราะห์เทคนิคการเรียนภาษาอังกฤษพัฒนาทักษะพูดฟังอ่านเขียน ทักษะระดับประโยค ไวยากรณ์ และ ศัพท์ ของ นร ต่างชาติที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด ได้แก่ อินเดีย บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ โดยเฉพาะ คนเวียดนาม และ จีน ที่อายุต่ำกว่า 30 ปีที่เป็นนักธุรกิจมืออาชีพและใช้ภาษาอังกฤษได้คล่อง มีวิธีการฝึกหนึ่งในแปดข้อของ Checklist ของสถาบันที่ปรับมาจากเทคนิค นร ต่างชาติให้เหมาะสมกับ นร ไทย ข้อหนึ่งดังกล่าว คือ .....
การพัฒนา Listening Toughness คือ การฝึกฟังยาวๆ และ สามารถฟังคำจิกคำได้อย่างต่ำ 10 คำใน ห้าวินาที ที่ นร สถาบันกำลังฝึกกันอยู่ โดยเฉพาะมีเทคนิคการฝึกนอกห้องประกอบกับการใช้โปรแกรมข้อสอบโทอิคจาก Internet ที่ดีที่สุดในโลกสองโปรแกรม โดยที่สถาบันครูเกรียงเป็นที่แรกและที่เดียวที่นำโปรแกรมสองตัวนี้มาใช้ ดังนั้น ค่านิยม ของ นร ไทยที่นิยมฝีกฟังเพียงแค่ประโยคสั้นๆ มีไม่ถึงสิบคำ จะเป็นค่านิยมที่เสียเปรียบที่จะทำให้ฝึกฟังประโยคยาวๆ ไม่ได้ การสอบ TOEIC , IELTS ก็จะมีปัญหาในการสอบการฟังที่เป็น Short Talk ตั้งแต่ 4 นาที ถึง 8 นาทีเป็นต้นไป ดังนั้น การฝึก Listening Toughness จึงมาช่วยแก้ปัญหาค่านิยมที่ไม่เกิดประโยชน์ดังกล่าวของ นร ไทย ....
48. สถาบันมีการนำเทคนิคที่ นร ต่างชาติใช้ในการพัฒนาทักษะการฟังภาษาอังกฤษ แต่อาจารย์ได้นำมาปรับให้เข้ากับ นร ไทย เพราะ นร ไทยมาฝึก Listening ตอนโต ดังนั้น ปัจจุบัน สถาบันมี CheckList ในการพัฒนาและตรวจสอบจุดอ่อนและอุปสรรคการอ่านของ นร ไทย ฉบับอัพเดทสมบูรณ์ภาคแรก 8 หัวข้อใหญ่ ล่าสุด นร รุ่นถัดมาได้ใช้ในการพัฒนาและเพียงเรียนกับอาจารย์ไม่กี่ชั่วโมงก็สามารถเริ่มนำมาใช้เตือนและพิจารณาตัวเองในห้องเรียนพร้อมกับฝึกนอกห้องทำให้สามารถถอดรูปประโยคได้ในขณะฟังได้ดีและเร็วขึ้น และ อาจารย์จะนำกรณีศึกษา นร ของสถาบันมาพูดเป็นรายคนต่อไปนะครับ ... : )
47. สถาบันจะไม่ใช่คำว่า ทดลองเรียน กับผู้สนใจ แต่ใช้คำว่า ปูพื้นปรับพื้นทักษะระดับประโยค ให้ฟรีก่อนสมัครเรียนจริง ดังนั้น นร ที่อ่านเว็ปไซต์ของสถาบันเพียงสองบรรทัดแล้วรีบโทรมาโดยไม่ทราบหรือไม่สนใจว่า อาจารย์มีสิทธิประโยชน์ หรือ นวตกรรมอะไรช่วยเหลือ นร ไทย นับเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะ .....
ค่านิยมการรีบช้อปปิ้งเรียนไปเรื่อยๆ โดยไม่ทราบสะท้อนจุดอ่อนตัวเองให้รู้ตัวเอง หรือ ถ้ายิ่งไม่เคยสอบก็อาจคิดไปเองต่างๆ นานา ซึ่งความเป็นจริงในด้านมิติข้อสอบด้านต่างๆ อาจไม่เหมือนกับสิ่งที่ นร ที่ไม่เคยสอบคิดไปเอง การรีบร้อนช้อปปิ้งไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งทำให้ไม่สนใจระบบเรียนที่ทำให้สอบได้จริง เรียนแบบไหนก็ได้แพงขนาดไหนก็ได้ สอบไม่ได้ก็ไม่เป็นไร นับเป็นค่านิยมที่เร่งรีบที่รีบร้อนที่สูญเปล่าและไม่เกิดประโยชน์ ..... : )
46. ผู้สนใจมาปูพื้นปรับพื้นทักษะระดับประโยคไวยากรณ์ลงลึกการฟังฟรีก่อนการสมัครเรียนจริงโดยเฉพาะที่ต้องสอบ Writing ของ IELTS สถาบันเปิดโอกาสให้ได้ปูพื้นปรับพื้นฟรี Writing ด้วย การแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับ นวตกรรมการต่อจิ๊กซอว์รูปแบบประโยคที่ใช้พัฒนาในการเขียน 8 เชิง paragraph เพื่อรับมือการตอบคำถาม Writing ทั้ง แบบ Academic และ General การต่อจิ๊กซอผสมกับการเรียนไวยากรณ์ผ่านรูปประโยคในบางเรื่องที่ใช้สำหรับการเขียน Writing จริงๆ จะช่วย นร ก้าวกระโดดกับการเขียนได้ ... : ) อย่างเช่น ...
น้องซาฟรีน่าที่เรียน IELTS กับ อ. ปัจจุบัน มีพัฒนาการ Writing ตั้งแต่การปูพื้นปรับพื้นทักษะระดับประโยคไวยากรณ์ลงลึกการฟังฟรีก่อนการสมัครเรียนจริง กับ อาจารย์แล้ว เมื่อผู้ที่มาปูพื้นปรับพื้นฟรีก่อนเรียนจริง มา สมัครเรียนกับสถาบัน ก็จะทำให้ นร ทุกคน ที่เรียน IELTS กับ อาจารย์มีความกระตือรือล้นที่จะส่งการบ้าน Writing นร บางคน ที่สถาบันบอกว่า การเรียนที่มหาวิทยาลัยบางแห่ง เนื่องจาก อาจารย์มีเวลาจำกัดในการตรวจไวยากรณ์ของ Writing ซึ่งกระผมก็เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยก็เข้าใจข้อจำกัดของอาจารย์คณะศิลปศาสตร์ว่ามีงานเยอะ ดังนั้น สถาบันก็จะพยายามช่วย นร ด้วยการตรวจไวยากรณ์อย่างละเอียดใน Writing ให้แทน และ แนะนำจุดอ่อนเพิ่มเติมด้วย ... :)
45. ( ต่อจากข้อ 43 ) จะเป็นเรื่องที่น่าเศร้าและน่าเสียดายสำหรับการศึกษาประเทศไทย ที่ติวเตอร์ไม่ได้ให้ความรู้ภาษาอังกฤษผ่านไปในเว็ป หรือ ใน Social Network เช่น facebook.com หรือtwitter.com ซึ่งทำเพียงประชาสัมพันธ์โฆษณาขายคอร์สทุกวัน และอยากเชิญชวนอาจารย์มหาวิทยาลัยมาให้ความรู้ผ่าน twitter.com ด้วย ซึ่ง .....
อาจารย์เกรียงศักดิ์ ได้เริ่มให้ความรู้ภาษาอังกฤษผ่าน twitter.comใน Login : Socialtoeicguru ได้มานานพอควรแล้ว โดยที่ อ. ได้อธิบายรูปประโยคภาษาอังกฤษที่ นร ไทยนิยมใช้สื่อสาร แต่เป็นรูปประโยคที่เยิ่นเย้อ หรือ เป็นรูปประโยคที่ไม่ขยายความ ซึ่งฝรั่งไม่นิยมใช้ รวมถึง อธิบายว่า แล้วที่รูปประโยคที่ฝรั่งใช้ นิยมรูปประโยคอะไร ทั้งในภาษาเขียนและภาษาพูดนอกจากนี้ อ. น่าจะเป็นเพียง อ. ไม่กี่คนที่ให้ความรู้ผ่าน twitter.com เท่าที่ทราบก็คือ พี่แอนดรูบิ๊คส์ ของ เนชั่น เท่านั้น .... : )
44. สถาบันจึงมีความจำเป็นต้องปรับค่าเรียนขึ้นเล็กน้อยนับแต่ตอนนี้เพื่อสะท้อนต้นทุนประกอบการที่เพิ่มขึ้นและทำให้ไม่เป็นราคา Undersale เพราะสถาบันมีต้นทุนทำวิจัยนำเทคนิคเรียนภาษาอังกฤษของ นร ต่างชาติ มาปรับใช้ให้กับคนไทย แต่การปรับราคาไม่ได้กระทบกระเทือน นร โดยที่ไม่แพงไป ไม่ถูกเกินไป แต่ .....
ยังคงแนวคิดการช่วย นร ไทย ช่วยสังคม ตามนโยบายรัฐ เรียนถูกคุ้มค่าแต่สอบได้ ไม่ใช่เรียนแพงแต่สอบไม่ได้ แต่กรณีสถาบันมีความจำเป็นต้องปรับราคาอีกสองหรือสามเดือนข้างหน้า สถาบันจะแจ้งให้ นร ทราบก่อนนะครับ
43. ปัจจุบัน อ. ได้ให้ความรู้การใช้ภาษาอังกฤษผ่าน Twitter.com เป็นลักษณะ Analogy วันละคำ คล้ายๆภาษาไทยวันละคำ เป็นการแก้ปัญหา นร ไทย ที่ใช้ภาษาอังกฤษแบบที่ฝรั่งเขาไม่ใช้หรือไม่นิยมกันได้ระยะหนึ่ง ปรากฏว่า ....
การแบ่งปันความรู้ในเชิง Social Network เป็นสิ่งที่ดีมาก จำนวน Follower ของ อาจารย์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆและที่น่าแปลกก็คือ ฝรั่งหัวทอง นัยน์ตาสีน้ำข้าว เขาอยากรู้ว่า Analogy วันละคำ ที่อาจารย์มาให้ความรู้ เป็นอย่างไร ...
เขาก็มา Follow อาจารย์เพิ่มขึ้นมาก แปลกดี นร ไทย ลอง Follow ตามอาจารย์ที่ socialtoeicguru ที่ twitter.com และ จะเป็นเรื่องน่าเสียดาย ของประเทศไทย ถ้า อาจารย์มหาวิทยาลัยท่านอื่น และ ติวเตอร์ที่โฆษณาตัวเองประชาสัมพันธ์ขายคอร์สตัวเองอยู่ทุกวัน ไม่ได้ให้ความรู้ที่ตัวเองมี ผ่าน Twitter.com ช่วยเหลือ นร ไทยบ้าง ..... : )
42. เนื่องจาก อ. อนุญาต มี นร ที่มาขอปูพื้นปรับพื้นทักษะระดับประโยคไวยากรณ์ และ แยกสำเนียงลงลึกการฟังให้บางส่วน เพื่อรับมือการฟังเร็ว โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย มันมีคุณค่ามากกว่าหรือยิ่งกว่าคำว่า ทดลองเรียน และ มันไม่ใช่ติวเชิงการค้า ไม่ใช่การบังคับขาย ไม่ใช่บังคับให้ นร เซ็นสัญญา ไม่ใช่ประเภทไม่มากี่วัน ก็ยึดเงิน นร ไปเลย นั่นคือ ....
นร หลายท่าน เข้าใจว่า อาจารย์กำลังช่วย นร ไทยอยู่ และ อาจารย์กำลังสร้างสังคมเครือข่ายชาวโทอิค โดยที่ นร สถาบันที่นิยมสอบโทอิคบ่อยและคะแนนก้าวกระโดดในระดับสูงแล้ว เช่น คะแนนการฟังมากกว่า 400 จะเป็นผู้นำทีมสอบ ผู้สนใจ หรือ นร คนไหน ที่มาเป็น นร สถาบัน จะได้รู้จัก นร เก่าของอาจารย์ทั้งหมด ที่คะแนนก้าวกระโดดจากการเรียนระบบไม่จำกัดชั่วโมง และ มุ่งมั่นเรียนต่อเนื่อง ที่อยู่ในเว็ปบอร์ดเป็นแรงบันดาลใจ มันเป็นสภาพแวดล้อมที่ได้ช่วยเหลือกัน แบ่งปันกัน ซึ่งพิสูจน์มาแล้วว่า การติวเชิงการค้า ทำไม่ได้ในระบบของสถาบันอาจารย์เกรียงซึ่งเป็นระบบ Social Network .... นั่นเอง .... : )
41. อ. กำลังเผยแพร่ความรู้ Analogy วันละคำ ผ่าน twitter.com ที่ account : SocialToeicGuru ผู้สนใจที่ต้องการอยากรู้ว่า ฝรั่งเขาใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร มันไม่ใช่เป็นรูปประโยคที่เรียนไปเพื่อสอบในกระดาษอย่างที่ นร ไทย เรียนในบางบทเรียน มันเป็นรูปประโยคอื่นที่สั้นกระชับกว่า มันคือ อะไร นร ไทย หรือ ชาวโทอิค รบกวน มา Following อาจารย์ได้ ....
40. นร สถาบันทุกคนที่ได้ใช้โปรแกรมข้อสอบโทอิคจาก Internet ของที่สถาบัน เฉพาะ นร สถาบันที่ได้ใช้ พบว่า มีข้อสอบที่ออกสอบจริงที่ศูนย์สอบโทอิคตรงกับข้อที่อยู่ในโปรแกรมInternet ดังกล่าว และมีอยู่ในการสอบทุกสองชั่วโมงในการสอบนิวโทอิคจริงที่สถาบัน ... : )
39. เป้าหมายการเรียนไม่จำกัดชั่วโมง นร สถาบันที่มีเวลาเรียนต่อเนื่อง จะเรียนให้ครบหัวข้อและสถาบันจะส่งไปสอบเลย ไม่ต้องรอ นร ที่มาเรียนไม่ต่อเนื่อง และ ต้องเร่ง นร ให้สอบให้เร็วที่สุด แต่ นร ต้องมีวินัยในการมาเรียนจริง และ ถ้าวันไหนอ. ติดภารกิจ ม. หัวเฉียวยาว จะไม่ทำให้ นร มาต้องรอ บางวันที่จำเป็นจริงจะงดคลาส ด้วยการส่ง SMS บอกเนิ่น ๆ ซึ่งปกติจะสอน 7 วัน ...... นร ควรมาตรงเวลา และ ... กรณี นัด นร มาปูพื้นปรับพื้นฐานยกระดับไวยากรณ์เตรียมลงลึกการฟัง โดยไม่ต้องเสียเงิน ก่อนเรียนจริง และ นร ไม่มา นร จะเสียโอกาสเอง เนื่องจาก การรับสายตรงผู้สนใจ อ. มีเวลาจำกัดที่จะคุย ดังนั้น นัด ผู้สนใจ มาเจอหน้ากันปูพื้นปรับพื้นทักษะระดับประโยคไวยากรณ์ลงลึกการฟังฟรีก่อนการสมัครเรียนจริง โดยไม่เสียเงิน แต่ไม่ยอมมาเรียนตามนัด อาจจะไม่ได้มีเป้าหมายในการสอบโทอิคหรือไอเอลจริง จะนัดเข้ามาปูพื้นปรับพื้นทักษะระดับประโยคไวยากรณ์ลงลึกการฟังฟรีก่อนการสมัครเรียนจริง ต้องนัดล่วงหน้าก่อน ....
38. เนื่องจากสถาบันมีต้นทุนประกอบการที่สูงขึ้นตามสภาวะเงินเฟ้อของเศรษฐกิจ สถาบันอาจจะขึ้น ค่าเรียนคอร์สเล็กน้อยตั้งแต่ 1 มค 53 เป็นต้นไป แต่จะไม่ให้กระทบกระเทือน นร หรือ ผู้สนใจ ยังคงการติวช่วยเหลือนร ต่อไป .... : )
37. ( ต่อจากข้อ 30 ข้อเตือนใจ ) เนื่องจาก นร ปอโทบางมด ที่เรียนกับสถาบันครูเกรียงหลายรุ่น บางคนสามารถสอบผ่านโทอิค > 700 ได้ แต่บางคนก็สามารถนำความรู้ด้านการพัฒนาทักษะการฟังภาษาอังกฤษเรียนลงลึกไปสอบโทเฟิลแบบ Paper Based ทำให้คะแนน >= 500 ได้ ดังนั้น ....
นร หลายคนที่ต้องการสอบโทอิคให้ได้คะแนนสูงโดยเฉพาะคะแนนการฟังเพื่อให้ได้รับการยอมรับและไว้วางใจจากนายจ้างให้เข้าประชุมกับชาวต่างประเทศเพื่อจดรายงานออกมาได้ จำเป็นต้องทดสอบการฟังของตัวเองให้สอดคล้องกับข้อสอบนิวโทอิคจริง วิธีหนึ่ง คือ การไปขอ Audition กับศูนย์สอบโทอิคได้ ที่จะเปิดเป็นช่วงๆ เพื่อให้ได้ทราบ Speed การฟังที่เร็วมากของนิวโทอิค
วิธีที่สอง คือ การไปทำ pretest ที่สร้างขึ้นมาจริงที่สามารถกำหนด speed การฟังที่เร็วได้พอๆกับข้อสอบ แตกต่างจาก pretest ในอินเตอร์เน็ท โดยส่วนใหญ่จะมี speed การฟังที่ไม่เร็วเท่าข้อสอบจริง รวมถึงหนังสือที่ขายในท้องตลาดบางเล่ม ที่สถาบันได้พัฒนา pretest การฟังที่มี speed เร็วพอกับนิวโทอิค โดยพัฒนาและตรวจสอบร่วมกับ ดร บอนนี่ ที่อเมริกันสคูล ...... : ) แต่ให้ พรีเทส เฉพาะ นร สถาบันเท่านั้นครับ
36. ( ต่อจากข้อ 30 ข้อเตือนใจ ) เนื่องจาก นร ปอโทบางมด ที่เรียนกับสถาบันครูเกรียงหลายรุ่น บางคนสามารถสอบผ่านโทอิค > 700 ได้ แต่บางคนก็สามารถนำความรู้ด้านการพัฒนาทักษะการฟังภาษาอังกฤษเรียนลงลึกไปสอบโทเฟิลแบบ Paper Based ทำให้คะแนน >= 500 ได้ ดังนั้น ....
นร หลายคนที่ต้องการสอบโทอิคให้ได้คะแนนสูงโดยเฉพาะคะแนนการฟังเพื่อให้ได้รับการยอมรับและไว้วางใจจากนายจ้างให้เข้าประชุมกับชาวต่างประเทศเพื่อจดรายงานออกมาได้ จำเป็นต้องทดสอบการฟังของตัวเองให้สอดคล้องกับข้อสอบนิวโทอิคจริง วิธีหนึ่ง คือ การไปขอ Audition กับศูนย์สอบโทอิคได้ ที่จะเปิดเป็นช่วงๆ เพื่อให้ได้ทราบ Speed การฟังที่เร็วมากของนิวโทอิค
วิธีที่สอง คือ การไปทำ pretest ที่สร้างขึ้นมาจริงที่สามารถกำหนด speed การฟังที่เร็วได้พอๆกับข้อสอบ แตกต่างจาก pretest ในอินเตอร์เน็ท โดยส่วนใหญ่จะมี speed การฟังที่ไม่เร็วเท่าข้อสอบจริง รวมถึงหนังสือที่ขายในท้องตลาดบางเล่ม ที่สถาบันได้พัฒนา pretest การฟังที่มี speed เร็วพอกับนิวโทอิค โดยพัฒนาและตรวจสอบร่วมกับ ดร บอนนี่ ที่อเมริกันสคูล ...... : ) แต่ให้ พรีเทส เฉพาะ นร สถาบันเท่านั้นครับ
35. ( ต่อจากข้อ 28 ข้อเตือนใจ ) ปล . ค่านิยมเรียนแพงแต่สอบไม่ได้ มันก็ส่งผลร้ายในระยะยาวพอกับการฝึกตามยถากรรม เอาแค่กาข้อสอบให้สอบผ่านไป โดยไม่รู้ที่มาของคะแนน และไม่ลงลึกพูดฟังอ่านเขียน มันก็ไม่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือไว้วางใจของนายจ้างที่จะให้เข้าห้องประชุมและไม่สามารถพัฒนาเส้นทางอาชีพในฐานะลูกจ้างไปได้ไกล เงินเดือนจะเพิ่มยาก ดังนั้น ....
นร ที่มีค่านิยมที่ผิด โดยเฉพาะ นร ที่ไม่เคยสอบโทอิคมาก่อน ที่นิยมเรียนกับวิดิโอกับไปสอบพรีเทส ข้อสอบนิวโทอิคจริงๆ มันคนเรื่องกับพรีเทสที่เอามาจากอินเตอร์เน็ทหรือcopyผิดกฏหมาย เอาพรีเทส มาสอบแต่ไม่ยอมไปลงสนามรบสอบจริง นร ที่ไม่เคยสอบและไม่เคยเรียนลงลึกการฟังมันก็จะฟัง Listening ของนิวโทอิคที่เร็วที่สุดไม่ได้ และ คะแนนจะขึ้นยาก ยิ่งฝีกเองผิดวิธี ยิ่งคะแนนไม่ขึ้น มันจะเบื่อและเสียเงินมากจนท้อนะครับ .... นร มาสามารถสอบจริงนิวโทอิคกับที่สถาบันได้ แม้จะเป็นการปูพื้นปรับพื้นทักษะระดับประโยคไวยากรณ์ลงลึกการฟังฟรีก่อนการสมัครเรียนจริง ก็ตาม ไม่ใช่พรีเทส ...
34. ผู้สนใจหลายคนไม่ทราบว่า สถาบันมีบริการการคำนวณคะแนนโทอิคภายหลังสอบทันทีเพื่อทราบช่วงคะแนนที่ใกล้เคียงความจริง โดยใช้สูตรพยากรณ์คะแนนโทอิคแบบ Significant Levelแต่ช่วย นร ของสถาบันเท่านั้น ซึ่ง .....
อ. ต้องขอโทษ ผู้ที่สนใจท่านอื่นที่ไม่ได้เป็น นรสถาบัน เนื่องจาก อ. ไม่ได้เปิด Service ให้คนภายนอก รบกวนผู้สนใจลองสอบถามติวเตอร์ที่ลงประกาศในอินเตอร์เน็ทแล้วกันนะครับ เพราะคนเป็นติวเตอร์ได้ ติวเขาได้ ต้องเข้าใจโครงสร้างคะแนนสอบโทอิคอย่างละเอียด และ สามารถพยากรณ์คะแนนโทอิคล่วงหน้าได้ ผู้สนใจลองสอบถามติวเตอร์มากมายในอินเตอร์เน็ทได้เลยครับ .... : )
33. นร หลายคนไม่ทราบว่า สามารถสมัครเป็นสมาชิก 3 เดือน รวม 500 กว่าบาทที่ British Council ทั้งสามสาขา ทั้งสยามแสควร์ ปิ่นเกล้า ลาดพร้าว มีบริการอะไรที่เป็นประโยชน์ .... : )
เป็นบริการช่วยเหลือ นร ได้รู้แนวข้อสอบของ IELTS ได้ แต่จะไม่มีการเอาข้อสอบเก่ามาออกซ้ำ ดังนั้น นร ที่ใช้บริการดังกล่าว จำเป็นต้องเรียนลงลึกการพูดฟังอ่านเขียนเพื่อจำกัดความเสี่ยงด้วย .... : )
32. มีผู้สนใจหลายคนไม่เข้าใจ Concept การปูพื้นปรับพื้นทักษะระดับประโยคไวยากรณ์ลงลึกการฟังฟรีก่อนการสมัครเรียนจริงของสถาบัน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เป้าหมายแท้จริง คือ ....
ต้องการให้ผู้สนใจสามารถมาปูพื้นและปรับพื้นทักษะระดับประโยคและไวยากรณ์บางเรื่องที่เป็นพื้นฐานเปิดประตูสู่การเรียนลงลึกการฟังการอ่านเพื่อ ปรับพื้นฐานให้เท่ากับ นร เก่าของสถาบัน ซึ่งจะทำให้เรียนและสอบรวมกันได้ หลังจากนั้น ถ้าสมัครเรียน นร จะมีความพร้อมในการเริ่มคลาสใหม่ที่จะสอนไวยากรณ์ ทักษะระดับประโยค ฟัง อ่าน ศัพท์ ลงลึกต่อไปในบทถัดไปได้เลย ทำให้ นร มีความพร้อมในการสอบจริงทุกสองชั่วโมงกับสถาบันเพื่อเก็บคะแนนโดยเฉลี่ยเตรียมความพร้อมสู่การสอบจริงๆได้ .... : )
31. ข้อมูลสำรวจของสถาบัน พบว่า ทุนการศึกษาของรัฐวิสาหกิจที่ให้กับผู้สมัครงาน มีแนวโน้มกำหนดคะแนนโทอิค อย่างน้อยที่สุด 800 แต้ม เทียบเท่าได้กับ คะแนนของผู้ที่จะสมัครตำแหน่งงานพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของแอร์โฮสเตส ที่ต้องได้เกิน 800 แต้มเช่นกัน สถาบันมีแหล่งข้อมูลและกรณีศึกษาให้ นร ....
คะแนนโทอิค 800 แต้ม เทียบเท่าได้กับ คะแนนของพนักงานมืออาชีพที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษทั้งพูดฟังอ่านเขียนได้อย่างคล่องแคล่ว ( Competency & Fluency ) ดังนั้น ประการแรก คือ องค์กรรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ เช่น ปตท. จึงนิยมที่จะลงทุนในรูปทุนการศึกษากับผู้สมัครงานที่ต้องการพัฒนาตัวเองให้พูดฟังอ่านเขียนภาษาอังกฤษได้ในระดับสูง คุ้มค่ากับทุนการศึกษาที่ลงทุนให้ไป โดยพยายามเลี่ยงลงทุนด้านการศึกษากับผู้สมัครงานที่สอบโทอิคให้ได้คะแนนพอผ่าน ซึ่ง คะแนนที่ได้จะไม่สูงและไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้จริงๆได้
ประการที่สอง คือ สถาบันมีกรณีศึกษากับ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่สอบได้เกิน 800 แต้ม เป็นสายการบินคู่แข่งของอิมิเรตแอร์ เป็นแหล่งข้อมูลให้ นร ได้นำมา Benchmark กับตัวเองได้ ....
30. เนื่องจากสถาบันมีการให้ความรู้เรื่องรูปแบบประโยคที่ฝรั่งนิยมใช้ Speaking เพื่อลดความเยิ่นเย้อ สั้นกระชับ มีประสิทธิภาพมากกว่า การนำภาษาเขียน หรือ ภาษาอังกฤษเชิงธุรกิจ มาพูด
รูปแบบประโยคดังกล่าวจะเขียนให้ ความรู้เป็นระยะ ที่เว็ปบอร์ด ของ http://www.krugrienktutor.com
29. ผู้ที่ประสบความสำเร็จในการสอบนิวโทอิค หรือ IELTS มักจะ ????????
เรียนต่อเนื่องและเผด็จศึกในระยะสั้นกับสถาบัน สอนด้วยนวตกรรมเทคนิคที่ นร ต่างชาติ ได้ใช้พัฒนาลงลึกพูดฟังอ่านเขียนจะทำให้ นร สถาบันได้คะแนนก้าวกระโดด โดยเฉพาะคะแนนการฟัง อันเป็นปฐมบทของการต่อยอดสู่พูดอ่านเขียน ดังนั้น นร ที่เรียนคอร์สไม่จำกัดชั่วโมง นร เหล่านั้น ก็สอบได้คะแนนก้าวกระโดด พวกเขาก็จะปิดคอร์สได้เร็วไม่ยืดเยื้อได้นั่นเอง กับ ราคาที่คุ้มค่าพัฒนานักศึกษาได้มากสุดในประเทศไทย
28. นร สามารถสอบถาม อ. เกี่ยวกับ การสอบโทอิค หรือ IELTS เบื้องต้นได้ ที่เบอร์ตรง อ. เป็น บริการ Education Center
27. นร ที่เรียนเพื่อสอบเพิ่มคะแนน IELTS สถาบันมีการให้ นร ทำการบ้าน Writing จากการเขียน Paragraph 8 เชิงความหมาย โดยเริ่มต้น การเขียนเชิงยกตัวอย่าง สถาบันช่วย นร ให้เพิ่มคะแนนสอบอย่างไร ประการแรก ด้วยการส่งรูปแบบ Paragraph การเขียน เชิงทุกเชิงให้ทาง Fax และ มีการตรวจไวยากรณ์ , ทักษะระดับประโยค , Collocation , Lexical และ การสื่อความหมายให้ถูกต้องตาม English Comprehension อย่างละเอียด
ประการที่สอง มีรูปแบบประโยคสำเร็จรูปให้ นร ไปต่อ Jigsaw เพื่อพัฒนาการเขียนในทุกเชิงความหมายให้ง่ายขึ้น หรือ มี รูปแบบของการเขียนของ นร เก่า ที่สถาบันให้ดู หรือ ตัวอย่างจากตำราอย่างละเอียด
ประการที่สาม พัฒนาทักษะระดับประโยคกับไวยากรณ์ในบางเรื่องการสามารถพัฒนาการเขียนได้ เช่น Preposition , Adjective Formation , Active or Passive in Meaning , Participial Phrase , Adjective Clause , Connecting Words , Adverb , Noun Determiner หรือ Comparison Contrast และ อีกบางบท
ประการที่สี่ เรียนการจำศัพท์แบบทฤษฏีสมอง และ นำ Word Form นับร้อยคำ ขึ้นบนกระดานแต่ละครั้ง ทดสอบ นร จะทำให้ นร พัฒนา Lexical , Collocation ได้อย่างดี
---- 26. นร ที่สมัครเรียนเพื่อสอบเพิ่มคะแนน IELTS เพื่อเรียนต่อมหาวิทยาลัยต่างประเทศ โดยเฉพาะที่ออสเตรเลีย สถาบันมีการปูพื้นไวยากรณ์ และ ทักษะระดับประโยค ในบางเรื่อง ก็สามารถ เพิ่มคะแนนด้านการเขียน และ การพูด ได้มากขึ้น
เรื่อง Connecting Word และ Preposition รวมถึง Active , Passive Voice , Participial , Adverb มันจะสามารถพอยกระดับการประยุกต์ไวยากรณ์สู่การสร้างรูปแบบประโยคในการพูด หรือ การเขียนได้บ้าง ผสมกับการรู้ศัพท์ หรือจำศัพท์ Unseen ด้วยระบบสมอง จะเป็นพื้นฐานเพียงพอกับการพัฒนาสู่การเขียนย่อหน้าทั้งหมดแปดเชิงความหมาย ( ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ) มันจะเพิ่มคะแนน IELTS ได้ เนื่องจาก นร ที่ฝึกลงลึกการฟัง มักจะใช้รูปแบบประโยคที่ได้จากการฟังเอาไปใช้พูด เรียกว่า Reciprocal Skill และ ต่อยอดสู่การเขียนได้
---- 25. ซีดีการฝึกฟังยาวเพื่อเพิ่ม Listening Toughness เพื่อรับมือการสอบ Short Talk ที่เร็วที่สุดในโลกของนิวโทอิค
ซีดีดังกล่าวเป็นการเปรียบเทียบ Speed ที่เร็วของการพูดเปรียบเทียบ Commentator สองคนที่คนหนึ่งพูดเร็วมากและอีกคนพูดช้า นร ที่ควบคุมสติกับ Earing การฟังได้ จะสามารถจิกคำและถอดคำออกมาได้ 10 คำภายใน 5 วินาทีเป็นมาตรฐานโดยเฉลี่ยที่ใช้วัดมาตรฐานการทดสอบพื้นฐาน Listening สอบถามที่สถาบันได้ ....
---- 24. สถาบันมีการบอก Checklist ตัวสำคัญที่ใช้เช็คเตือน นร เกี่ยวกับการพัฒนาทักษะการฟังตัวสมบูรณ์ ... : )
เนื่องด้วย นร ที่ต้องการเร่งตัวเองเพื่อพัฒนาทักษะการฟังให้ถึงระดับการถอดรูปประโยคจากการฟังเพื่อการแปลภาษาไทยตามโดยอัตโนมัติแบบไม่ผิดเพี้ยนหรือไม่คิดไปเอง มีผลต่อการเพิ่มคะแนน Part ของ Short Conversation และ Short Talk ต้องอาศัย Checklist ตัวเต็มของอาจารย์เพื่อเตือนตัวเองในการไปฝึกที่บ้าน และ อาจารย์จะเจาะลึกดูวิธีการกาข้อสอบของ นร แต่ละคน นร ท่านใดคะแนนน้อย จะทราบถึงปัญหาและอุปสรรคของ นร ท่านนั้นทันที ...... : )
---- 23. การสอบจริงกับข้อสอบโทอิครีดีไซน์จับเวลาเฉลี่ยแบบสอบจริงเหมือที่ศูนย์สอบโทอิคในทุกชั่วโมงครึ่งหรือสองชั่วโมงจะมีการสอบเปรียบเทียบกับข้อสอบชุด Classic Test ด้วยในบาง Part เช่น Short Talk , Reading , อื่นๆ เพื่อหาค่าคะแนนนัยสำคัญที่แตกต่าง
การหาคะแนนนัยสำคัญที่แตกต่างอันเกิดจากการสอบเปรียบเทียบระหว่างชุดโทอิครีดีไซน์กับคลาสิคเทส เป็นจุดแตกต่างของสถาบันครูเกรียงกับที่อื่น เพราะ ทำให้ สามารถวิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็ง และ พัฒนาการของ นร ได้เลย ว่ามีการไปซ้อมนอกห้องมากหรือน้อย ฝึกในวิถีทางที่ถูกต้องหรือไม่ ..... นร ที่มาเรียนที่สถาบันจะได้พบกับการหาคะแนนนัยสำคัญดังกล่าว .... : )
---- 22. การสอบถามข้อมูลที่เป็นประโยชน์โดยตรงกับศูนย์สอบโทอิค
มี นร หลายคนที่มีปัญหากับรูปแบบระเบียบและข้อสงสัยหลายประการกับ การสอบโทอิค แต่ประมาท หรือ คิดไปเอง ว่ามันอาจจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ วิธีที่ดีกว่า คือ การโทรไปถามเจ้าหน้าที่ศูนย์สอบโทอิคเลยจะทำให้ได้รับข้อมูลที่ถูกในหลายประเด็น , วิธีการจองสอบ และ บริการเสริมในแต่ละเดือนที่ศูนย์สอบโทอิคช่วยบริการ นร. เบอร์ที่ศูนย์ : 022607061
---- 21. สถาบันมีการส่ง SMS ให้ นร ทุกคน หรือ ผู้ที่สนใจ หรือ ผู้ที่ปูพื้นปรับพื้นทักษะระดับประโยคไวยากรณ์ลงลึกการฟังฟรีก่อนการสมัครเรียนจริงได้ทราบข่าวสารและประโยชน์ที่ นร จะได้ฟรี .... : )
---- 20. นร . สามารถทบทวนไวยากรณ์ผ่านรูปแบประโยคและทักษะระดับประโยคได้ด้วยเทคนิค การจิ้มคำในตำรารูปแบประโยค > 2000 ข้อ และ การใช้โปรแกรมข้อสอบโทอิค Download จาก Internet เพื่อฃ้อมลงลึกการฟังทำลาย Halo Effect และ Noise การฟัง นร ต้องการทบทวน สามารถโทรถาม อ. ได้ทุกเวลา
มี นร สถาบันครูเกรียง ซึ่งขยันหลายคน ติดปัญหาทบทวนอะไรจะโทรถามอาจารย์อย่างต่อเนื่อง อ. จะตอบแน่นอน ถ้าติดสอนหรือประชุม ก็จะตอบผ่าน SMS หา นร ทุกคน อย่างน้อยที่สุด
---- 19. นร . ที่สถาบันรวมตัวแบ่งปันช่วยเหลือกันและนัดกันไปเพื่อพัฒนาเป็นจาก นร เป็นผู้สอบมืออาชีพ ในลักษณะ สอบเป็นทีม ในลักษณะชุมชนเครือข่าย หรือที่เรียกว่า Social Network
การที่ นร . ที่สถาบันมีการนัด Deadline เพื่อสอบเป็นทีมในลักษณะชุมชนเครือข่าย เป็นแนวคิดแนวใหม่ที่เร่งให้ นร หลายคน เร่งเรียนเร่งสอบ ไม่ลากยาว ไม่ซื้อเวลา ไม่โดดเดี่ยว ไม่ลุยตามยถากรรม โดยที่มี อ. เป็นโค้ชชิ่งรายบุคคลเป็นระยะๆ จนกว่าจะสอบได้ ดูรายชื่อ นร อยู่ในชุมชนเครือข่ายพัฒนาคะแนนจนก้าวกระโดด ... : )
---- 18. สถาบันครูเกรียงปรับตามนโยบายกรมการค้าภายในและรัฐบาล "ไม่ใช่ นร บางคน เสียค่าเรียนแพงแต่สอบไม่ได้ แต่ต้องค่าเรียนถูกและต้องสอบให้ได้"
จุดยืนสถาบันครูเกรียง คือ
"ไม่ใช่ นร บางคน เสียเงินแพงแต่สอบไม่ได้ แต่ต้องเรียนถูก/ต้องสอบได้ สถาบันปรับตามนโยบายรัฐ พร้อมกับเรียนไม่จำกัดชั่วโมงเพื่อช่วย นักศึกษาทั้งสองกลุ่ม ได้แก่ นร ที่มีการบ้านเยอะ เวลาเรียนน้อย หรือ คนทำงานที่มีงานเยอะ สามารถเก็บตก ทบทวน และ เรียนต่อเนื่องได้ ทำให้แข็งแกร่งขึ้นและมีโอกาสสอบได้ จากประจักษ์พยานรายชื่อ นร . ที่สอบได้คะแนนก้าวกระโดด ผ่านระบบนี้ทั้งหมด"
---- 17. ผู้ที่ลงคอร์ส IELTS และ TOEIC จะสามารถได้ส่วนลดคอร์สเรียนไวยากรณ์ไม่จำกัดชั่วโมงดังกล่าว เพื่อเป็นการช่วย นร IELTS และ TOEIC เป็นการแบ่งเบาภาระอีกทาง
นร หรือ ผู้สนใจ ที่มีพื้นฐานอ่อนได้ไวยากรณ์หรือทักษะระดับประโยค สถาบันมั่นใจว่า นร ที่ลงเรียนคอร์สไวยากรณ์ผ่านรูปประโยคเป็นเทคนิคที่ นร ต่างชาติใช้พัฒนาศักยภาพทางภาษา แบบ ไม่จำกัดชั่วโมง จะปรับพื้นฐานอ่อนให้ รับมือ การสอบ IELTS หรือ โดยเฉพาะ การสอบพูดฟังอ่านเขียนของ IELTS ได้ สถาบันจะมีส่วนลดให้ แต่ที่สำคัญที่ทำให้ นร สนใจ เพราะเป้นการเรียนไวยากรณ์ผ่านรูปประโยค > 2000 รูปแบบ แยกเป็นบทอย่างละเอียด ทั้งBasic & Advance Grammar จำเป็นต้องเรียนแบบไม่จำกัดชั่วโมง ( น่าจะเป็นที่เดียวในประเทศไทย ) นับเป็นการผลัก ดันให้ นร ไทย สามารถปูพื้นฐานในระยะเวลาไม่ยาวนานเพื่อ ยกระดับเทียบเท่าหรือได้มากกว่า นร ต่างชาติ ที่สอบในมาตรฐาน IELTS , TOEIC ทั่วโลกได้
---- 16. สถาบันครูเกรียงมีสิทธิประโยชน์บริการ นร ทุกคน ในเรื่องการทำและอัพเดท Check List ตรวจสอบ จุดที่เป็นอุปสรรคที่ทำให้ นร ฟังไม่ได้ หรือ ยังฟังลงลึกถอดรูปประโยคได้ไม่ถึง 70 % หรือ ทำลาย Halo Effect ก่อน 4 วินาที ในการฟังแต่ละประโยคได้หรือไม่ , และอื่นๆ มีผลต่อการพัฒนาการแปลกลับจากภาษาอังกฤษ เป็นภาษาไทยโดยอัตโนมัติ
อาจารย์จะทำ Checklist แยกหัวข้อสำหรับ นร รายบุคคล โดยการลงลึกเอาใจใส่ สะท้อนถึงจุดอุปสรรคของนร ที่ทำให้ฟังไม่ได้ ตามหลักวิชาการการเรียนการฟังลงลึก ของเทคนิคที่ นร ต่างชาติเรียน อันได้แก่ ประการแรก คือ นร มี Positive Thinking ปรับความคิดเชิงบวกก่อนการฟังหรือไม่ ( เป็น Motto ของ ETS ที่บอก นร ผู้สอบทั่วโลก ว่า นร ควรมี Listening , Learning , Leading ทำอย่างไร ) ประการสอง คือ สติ คือ การฝืนตัวเองลงมือจิกคำ เดาตำแหน่งคำ ก่อนการเลย 4 วินาที ซึ่งเป็นเวลาที่เกิด Halo Effect แล้วทำลาย Halo Effect ก่อน 4 วินาทีได้หรือไม่ ประการที่สาม คือ มี Earing ที่ไม่ปรุงแต่งคำจนเกิด Noise การฟัง หรือไม่ หรือ สร้างคำมาแปะประโยคเพิ่มขึ้นทำให้ความหมายเพี้ยน ประการที่สี่ คือ นร สามารถเดารูปประโยค ตำแหน่งคำ หรือ ประเภทคำ ล่วงหน้าได้เร็วพอหรือไม่ กล้าพอไหม เป็นเทคนิค นร ต่างชาติ ลงลึกการฟัง หรือที่เรียกว่า Prediction in Advance และ อื่นๆ โดยที่อาจารย์เจาะรายบุคคลมีผลต่อการเพิ่มคะแนนได้จริงในการสอบการฟัง รีดีไซน์ ทุกสองชั่วโมงในการฟัง มี นร ที่สถาบันสามารถสอบได้จาก 30 ข้อ แต่ละ Part การฟัง ไม่ต่ำกว่า 20 ข้อ
---- 15. สถาบันครูเกรียงมีการทวนไวยากรณ์ผ่านรูปแบบประโยค ที่เป็นเทคนิคที่ นร ต่างชาติใช้ ด้วยวิธีจิ้มคำทดสอบทักษะระดับประโยค ตอนต้นชั่วโมง เรียงบทที่เฉพาะใช้สอบกับ รีดีไซน์ ก่อนลงลึกการฟัง การอ่าน วิเคราะห์ผ่าศัพท์บนกระดาน หรือ เฉลย How To ที่ใช้ในการทำสอบทุก Part ของรีดีไซน์
สถาบันจะทวนการเรียนทักษะระดับประโยคแบบเรียนไวยากรณ์ผ่านรูปแบบประโยค > 2000 รูปแบบ ในเล่มที่ 9 โดยการเรียนไวยากรณ์ที่สำคัญที่ใช้สอบเฉพาะข้อสอบโทอิครีดีไซน์ ไล่ไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ Adjective Formation , Noun Determiner , Adjective Clause , Preposition , Connecting Word , Pronoun และ อื่นๆ ทำให้ นร ที่ไม่มีเวลาทวนไวยากรณ์ที่บ้าน อาจารย์จะทวนให้ต้นชั่วโมง และทวนโดยวิธีจิ้มคำ Test ทักษะระดับประโยค ไปเรื่อยๆ ก่อนการลงลึกการฟังการอ่าน และ ปัจจุบัน มีการเฉลยข้อสอบที่น้องได้ทดสอบกันไป ตั้ง แต่ Sentence Completion และ Cloze Test หรือ Text ของชุดรีดีไซน์
เมื่อเฉลย นร จะทราบขั้นตอนในการใช้ How To ที่เป็นขั้นตอนตามหลักวิชาการที่ นร ต่างชาติใช้ ในการจัดการกับทุกPart ของโทอิครีดีไซน์ โดยที่ Part ของ Sentence Completion และ Text จะไม่เหมือนเทคนิคใน Reading หรือ นวตกรรมย้อนกลับเดาศัพท์ Unseen ซึ่ง Part ดังกล่าว มันมีเทคนิคในการตัด Choice ของไวยากรณ์และศัพท์ และ ตอนนี้ อาจารย์ทวนศัพท์เป็นร้อยคำบนกระดานแล้ว เป็น One on One Testing Vocab นร สามารถเก็บตกได้ ไม่มีปัญหา นี่คือ ข้อดี ของ ระบบการเรียนแบบไม่จำกัดชั่วโมงเร่งเรียนเร่งสอบ หลังจากเรียนไวยากรณ์เพื่อทวนให้ นร ต้นชั่วโมง ก็จะลงลึกเทคนิคการฟัง การอ่าน การสอบศัพท์ Word Choice Word Form และสอบไวยากรณ์ ของ รีดีไซน์ หลังจากนั้น อาจารย์ก็สอบนนร ทุกสองชั่วโมงเหมือนเดิม นร จะแน่นขึ้นแน่นอน นร ที่ต้องการเก็บตก ก็สามารถบอกได้ ...
---- 14. การเพิ่มคอร์สปูพื้นฐานทักษะระดับประโยค & ไวยากรณ์ ตัวเต็ม Basic & Advance Grammar 20 บท ทั้งภาค Fundamental และ Advance เรียนไวยากรณ์ผ่านรูปแบบประโยค > 2000 รูปแบบ เพื่อเสริมความมั่นใจของ นร ก่อนการลงลึกการฟังอ่านพูดเขียน ของ TOEIC , IELTS , TOEFL ด้วยเทคนิคที่ นร ต่างชาติใช้:
สิทธิประโยชน์ดังกล่าวมาจากการที่ มี นร หลายคนที่เคยกล่าวกับอาจารย์ที่สถาบันว่า พวกเขาต้องเสียเงินมากมายในการเรียนไวยากรณ์ที่เยิ่นเย้อ ไม่ลงรูปประโยค เรียนไปแล้ว ลืมง่าย ไม่กี่วันก็ลืม ผลคือ นร ดังกล่าว ไม่สามารถมีทักษะระดับประโยครองรับประสบการณ์คุ้นเคยรูปแบบประโยคที่หลากหลายไว้รับมือ การพูดฟังอ่านเขียนที่ยาก ของ TOEIC , TOEFL , IELTS ที่ยากขึ้นได้
ประกอบกับ นร หลายคน มีความต้องการเรียนไวยากรณ์ไปนานหลายๆปี แต่ไม่ต้องการลงลึกการพูดฟังอ่านเขียน จะลงลึกก็ต่อเมื่อถูกผู้สัมภาษณ์งานบังคับสอบโทอิคในช่วงสมัครงาน หรือ ต้องสอบวัดมาตรฐานที่ต้องสอบเข้าปอโท เรียนต่อเมืองนอกกะท้นหัน หรือ บริษัทตั้งนโยบายให้พนักงานตัวเองสอบโทอิคเพื่อแยกแยะผู้ที่ผ่านเกณฑ์กับไม่ผ่าน มีผลต่อการทำ Job Rotation หรือ อาจจะปลดออกจากงาน
ดังนั้นคอร์สนี้จึงเป็นการปูพื้นทักษะระดับประโยคและไวยากรณ์เชิงลึกผ่านรูปแบบประโยคไปเลย ไม่มีการเรียนเยิ่นเย้อ มีเทคนิคการทบทวนไวยากรณ์ผ่านการทดสอบทักษะระดับประโยค ทำให้เรียนแล้วไม่ลืม เหมือนที่ นร หลายประเทศ เช่น จีน เวียดนาม อินเดีย บังคลาเทศ ฟิลิปปิน สิงคโปร์ เรียนกัน
คอร์สนี้จะเรียนปูพื้นภาคเต็ม แตกต่างจาก ผู้ที่ลงคอร์สโทอิคหรือไอเอลที่เรียนไม่จำกัดชั่วโมงเร่งเรียนเร่งสอบที่มีการสอนไวยากรณ์บางส่วนบางบทที่ใช้สอบกับข้อสอบโทอิคแบบรีดีไซน์เท่านั้น เพราะ การเรียนเพื่อสอบโทอิค หรือ ไอแอล มันจะมีส่วนประกอบในการสอบ หรือ element ที่มาก
---- 13. เรื่องการขยายเวลาปูพื้นปรับพื้นทักษะระดับประโยคไวยากรณ์ลงลึกการฟังฟรีก่อนการสมัครเรียนจริง เพื่อประโยชน์สูงสุดของ นร :
แต่เดิมสถาบันเปิดปูพื้นปรับพื้นทักษะระดับประโยคไวยากรณ์ลงลึกการฟังฟรีก่อนการสมัครเรียนจริงในช่วงเวลา จันถึงศุกร์ ช่วงเย็นต่อค่ำ และ เสาอาทิตช่วง 9 ถึง 10 น. แต่ปัจจุบัน สถาบันได้เปลี่ยนแปลงเป็น จันถึงศุกร์ 15.40 ถึง ประมาณ 17.00 น. และ เสาอาทิต ยังเป็น 9 ถึง 10 น. เช่นเดิม
การปูพื้นปรับพื้นทักษะระดับประโยคไวยากรณ์ลงลึกการฟังฟรีก่อนการสมัครเรียนจริงคือ การที่ อาจารย์ให้ความรู้ นร โดย นร ไม่ต้องเสียเงิน มีการทำ Placement Test ที่ถูกต้องตามหลักวิชา คือ ต้องทดสอบความเข้าใจและสอนให้ความรู้ด้านทักษะระดับประโยคและไวยากรณ์เบื้องต้นและ จับทดสอบการฟัง ว่า สามารถผ่านอุปสรรคอมเสียงหดเสียงลากเสียงเสียงเหมือนเสียงคล้ายเสียงหลอนของฝรั่ง ที่นิยมใช้ฝรั่งในบางประเทศที่สำเนียงฟังยากเอามาฆ่านร. ในข้อสอบโทอิครีดีไศน์
ถ้า นร ยังไม่ผ่าน ทั้งการฟังประโยคสั้น ประโยคกลาง ประโยคยาว รวมถึง การถอดรูปประโยคจากการฟัง Short Talk นร อาจจะมีจุดอ่อนและอุปสรรค เช่น Halo Effect , Noise การฟังที่มาก , Earing ที่ยังไม่ดี , ทักษะระดับประโยคที่ไม่แน่น , ไม่สามารถแยกเสียงอมเสียงหดเสียงลากเสียงได้
อาจารย์จะทำการ วิเคราะห์จุดอ่อนและแก้จุดอ่อนให้เบื้องต้นว่าทำไม นร ถึงฟังไม่ได้เลย หรือ อ่านไม่ได้เลย ทำให้การปูพื้นปรับพื้นทักษะระดับประโยคไวยากรณ์ลงลึกการฟังฟรีก่อนการสมัครเรียนจริงของสถาบันครูเกรียง น่าจะแตกต่างจากการทดลองเรียนของหลายแห่งแบบสิ้นเชิง ที่สำคัญ นร ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอันใดทั้งสิ้น .....
---- 12. เรียนไม่จำกัดชั่วโมงภาคพิเศษเร่งเรียนเร่งสอบ :
ตอนนี้สถาบันและตัวอาจารย์เองกำลังตั้งเป้าหมายผลักดัน นร ไทย ให้สามารถสอบผ่านข้อสอบโทอิคชุด รีดีไซน์ ที่ถือว่า เป็น Business English ที่ยากที่สุดในโลก ในด้านการทดสอบด้านการฟังการอ่าน ศัพท์ และไวยากรณ์ และ นำรายชื่อมาเป็นต้นแบบแรงบันดาลใจเป็นแบบอย่างให้ นร หรือผู้สนใจคนอื่นได้ ทราบหลักคิดวิธีคิดที่ถูกต้องที่ทำให้เรียนภาษาอังกฤษ แบบที่ไม่ใช่การฆ่าเวลาและฆ่าตัวเอง
เพื่อพร้อมรับสู่การที่คนไทยต้องมีทักษะด้านภาษาอังกฤษต้อนรับ การเปิดเสรีตลาดแรงงาน เสรีอาเซียนและ JTEPA ในอีก ไม่ถึง 5 ปีข้างหน้าแล้ว ...... ( ตอนนี้ บริษัทข้ามชาติ บริษัทใหญ่ในไทย หรือ รัฐวิสาหกิจ ก็บีบพนักงานตัวเองมาสอบ TOEIC ให้ได้คะแนนสูงในข้อสอบ รีดีไซน์ )
ดังนั้น ระบบการเรียนไม่จำกัดชั่วโมงภาคพิเศษ จะเน้น การสร้างวินัยในการใช้เวลาในการสอนและต้องมีการสอบกับข้อสอบรีดีไซน์ในทุกสองชั่วโมง เพื่อเป็นการเร่งเรียนเร่งสอบ ทุกคาบการเรียน สถาบันพยายามสร้างระบบให้มีการเรียนการสอนดังนี้
อันดับแรก สถาบันจะปูพื้นไวยากรณ์และทักษะระดับประโยคที่เฉพาะออกสอบกับรีดีไซน์ และ บางส่วนที่ต้องประยุกต์ใช้กับการฟังการอ่าน อันเป็นแก่นของภาษาอังกฤษ ด้วยเทคนิคการเรียนไวยากรณ์ ผ่านรูปแบบประโยค 2000 รูปแบบ แต่เลือกมาเก็งสอนเก็งสอบ ก่อนการเรียนลงลึกพูดฟังอ่านเขียน ด้วยนวตกรรม นร ต่างชาติใช้พัฒนาคะแนนโทอิคได้สูงขึ้น ทำให้ นร ได้ความรู้แน่น ด้านทักษะระดับประโยคและไวยากรณ์ โดยเรียนไวยากรณ์ผ่านรูปประโยค ที่ทำให้เรียนแล้วไม่เยิ่นเย้อ ไม่นาน ศักยภาพด้านรูปประโยคจะแข็งเร็วมาก
อันดับสอง พร้อมทั้งลงลึกการฟังหรือการอ่านด้วยนวตกรรมที่สถาบันมีความเชี่ยวชาญและเป็นเทคนิคที่เมืองนอกใช้แต่เมืองไทยไม่ใช้เลย ซึ่งเป็นเรื่องแปลกมาก ทำให้ นร สามารถประยุกต์รูปแบบประโยคกับการลงลึก อ่านและฟังได้เร็ว และ ฟังแล้ว อ่านแล้ว จะไม่เกิด Halo Effect จะฟังถอดเป็นประโยคและแปลภาษาไทยตามได้โดยอัตโนมัติ และ การอ่านก็จะอ่านได้เร็ว สามารถทำข้อสอบการอ่านของรีดีไซน์ได้ทัน ให้ได้ภายใน 45 นาที แรก
อันดับสาม แล้ว สอบจริงทุกชั่วโมง กับ ชุด รีดีไซน์ เลย พร้อมเฉลย ให้ครบทุก Part ของโทอิคชุดใหม่ โดยมีการวอร์มและอัพเดทการสอบและการวิเคราะห์หลุมพรางสอบเรื่อยๆ เพื่อนำคะแนนเฉลี่ยของ นร เข้ามาวิเคราะห์ อุปสรรคและจุดอ่อน แก้ไขจุดอ่อนส่วนตัวเรียงคนแบบโค้ชชิ่ง และ นำคะแนนเข้ามาสู่สูตรพยากรณ์คะแนนโทอิคล่วงหน้าซึ่ง สถาบันพัฒนาจากการถอดโครงสร้างคิดคะแนนแบบถ่วงน้ำหนักของโทอิค เป็นที่เดียวที่แรกในประเทศไทย
สถาบันมีการเบรคพัก เป็นระยะ เพื่อให้นักเรียนที่กำลังปรับตัว ได้มีเวลาพักหายใจ ด้วย ไม่ต้องห่วงครับ ... และสถาบันไม่มีนโยบายมาเร่งเรียนเร่งสอบแบบ การกางอ่านเฉลยชีตแบบฝึกหัด เร็วๆ ลวกๆ ให้เสร็จกันไป โดยไม่ปูพื้นปรับพื้น อย่างแน่นอน
---- 11. การรับสายฟังปัญหาของ นร โดยตรงกับ อ.
อ. ขอรับสายฟังปัญหาของ นร ว่ามีอุปสรรคการสอบอย่างไร รับฟัง และ ช่วยวิเคราะห์เชิงลึก มาปูพื้นปรับพื้นทักษะระดับประโยคไวยากรณ์ลงลึกการฟังฟรีก่อนการสมัครเรียนจริงได้ฟรี มีทำ Placement Test ให้ ให้นร รู้อุปสรรคการฟัง การอ่าน วิธีแก้ และ ให้ความรู้ปูพื้นเบื้องต้นให้ ต้อนรับข้อสอบยากโทอิค หรือ ชุด Redesigned Test ของศูนย์สอบโทอิค ตั้งแต่กค 52 เป็นต้นไป
ที่มีความเข้มข้นการฟังและวิเคราะห์ศัพท์เชิงลึกมากขึ้น รวมถึง พัฒนาลงลึกกับนร.อย่างเอาใจใส่มิใช่การกางอ่านเฉลยชีตแบบฝึกหัด โดยไม่ปูพื้นปรับพื้นกับนร. อ. สามารถเป็นที่ปรึกษา ช่วยแก้ปัญหาให้นักศึกษา ได้แบบลงลึกและเชี่ยวชาญ นร. โทรมาสอบถามได้ทุกเวลา แม้จะยังไม่ตัดสินใจเรียน เพราะ ไม่มีการบังคับขายคอร์สนักศึกษา เพื่อเร่งยอดขายอย่างแน่นอน และ มีการยิง SMS เพื่อแจ้งข่าวสารที่เป็นประโยชน์กับคนที่เคยโทรมาสอบถาม อ. แล้ว
--- 10. Material ประกอบการเรียนการสอน
มีการสอนเจ็ดวัน ไม่จำกัดชั่วโมง ทั้งช่วงวันจันถึงศุกร สี่โมงเย็นถึงสามทุ่ม และ เสาอาทิต 10 โมง ถึง 6 โมงเย็น คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ ( ถ้า อ. ไม่ติดภารกิจที่มอหัวเฉียว บางวัน ที่งดคลาส ปกติจะสอน 7 วัน )
เรียนไม่จำกัดชั่วโมง ตำรา 9 เล่ม ซีดีข้อสอบโทอิคจากInternet สองแผ่น กับ ซีดีช่วยฟัง Listening ฝึกฟังยาวแบบถอดประโยค คุ้มที่สุดในประเทศไทยแล้ว ได้แก่ ตำรา Basic & Advance Grammar และ แบบฝึกหัด ปูพื้นปรับพื้นฐานนร. ตำรา Vocab มากกว่า 10,000 คำ และ ตำราเรียนไวยากรณ์ผ่านรูปแบบประโยค 2000 รูปแบบ
---- 9. คอร์สถูกคุ้มค่าที่สุดในประเทศไทย แบบช่วยสังคม เป็นอย่างไร
ลดราคาคอร์สสุดช่วยสังคม เรียนไม่จำกัดชม.ที่แรกที่เดียว ชีตเก็งให้ฟรี ชีตสอบฟรี ส่วนตำราคิดเงินซีร็อกซ์ตามจริงไม่เอากำไร ซีดีฟรี สอบทุกชั่วโมงฟรี แบบสอบชุดยากโทอิค คอร์สถูกช่วยสังคม เรียนไม่จำกัดชั่วโมง แต่เร่งเรียนเร่งสอบได้ และ นร ควรมาต่อเนื่อง
---- 8. บริการ Pretest ของ TOEIC ฟรี สำหรับ นร ของ สถาบัน
รวมถึง Pretest TOEIC ที่สถาบันร่วมกับ ดร. ทางการศึกษา Design ออกมา เป็นชุดยาก มิใช่ Pretest ที่เอามาใช้โดยผิดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา และ อาจไม่ใช่ Pretest ชุดยากจริง
---- 7. การเรียนไม่จำกัดชั่วโมงเก็บตกย้อนหลังได้ เก็บตกเวลาไหนก็ได้ เหมาะคนเวลาทบทวนน้อย
จุดประสงค์ คือ ช่วยคนทำงานหนัก หรือ นร มีภาระเยอะ ที่มีเวลาเรียนน้อย โดยไม่จำกัดเวลาเรียน เก็บตกได้ แต่ความจริง นร ควรมาเรียนต่อเนื่อง ไม่ควรลากยาว เรียนให้ครบนวตกรรมเทคนิค ของสถาบัน
และ เวลาสอบควรต้องใช้เทคนิคดังกล่าว เพื่อลดการกามั่ว และ ความเสี่ยงอันเกิดจากการทำไม่ทัน หรือ ทำผิด เพราะ การสอบโทอิคให้ประสบ ความสำเร็จต้องเรียนลงลึกทักษะระดับประโยค ศัพท์ ไวยากรณ์ ฟังอ่าน แล้วเผด็จศึกในระยะเวลาอันสั้น จะดีกว่า เร่งสอบเร่งสอนได้ รับประกันเรียนซ้ำ ไม่ต้องรอรวมพลให้คลาสเต็ม ..... สามารถเก็บตกเรียนตามคนเก่าได้ทันได้ทุกเมื่อ
---- 6. ติวช่วยสังคม ลงลึก ไม่เลี้ยงไข้ คือ อะไร จุดกำเนิด คือ ....
คือ ใช้นวตกรรมลงลึกพูดฟังอ่านเขียนให้เป็นไปเลยโดยไม่คิดคอร์สแพงไม่สอนเลี้ยงไข้เรื่อยๆ ค่าเรียนยกให้ใส่บาตรทำบุญ สร้างโบสถ์วัด ปั้นดินเป็นดาว และ ไม่เลือก PR แต่ เด็กเก่ง สอนโดยใช้นวตกรรมที่ นร ต่างชาติใช้สอบโทอิคและพัฒนาศักยภาพทางภาษาอังกฤษของตัวเอง ได้เร็ว
เป้าหมายของสถาบัน คือ ไม่ต้องเสียค่าเรียนแพง ไม่เรียนเยิ่นเย้อ โดยเรียนไวยากรณ์ ผ่านรูปแบบโครงสร้างประโยคให้หลากหลายที่สุด เท่าที่เป็นไปได้ ที่แรกที่เดียวปูพื้นทักษะระดับประโยคไวยากรณ์ และเก็งมีเป้าหมาย ให้นร.สอบจริงคิดคะแนนจริงทุกชั่วโมง เพื่อให้นร.รู้ข้อผิดพลาดตัวเอง เลี่ยงมิให้นร.ไปเสียเงินค่าสอบบ่อยๆ หรือประเภทอยากสอบบ่อยๆ แต่ได้คะแนนน้อยกว่าที่คิด โดยไม่ทราบสาเหตุที่เป็นอุปสรรคของตัวเอง และ พัฒนาตัวเองให้ได้คะแนนขึ้นไม่ได้
**** จุดกำเนิด คือ การทำตามเจตนารมณ์และคำแนะนำช่วยสังคม ของหลวงปู่เม็ด อนาลโย เจ้าอาวาสวัดที่ชื่อยาวที่สุดในโลก ที่แนะนำให้ช่วยสังคม และ เป็นการเผยแพร่ชื่อเสียงของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะวิศวกรรมศาสตร์ และ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ( รุ่นลมทะเล ) ที่ อ. สำเร็จการศึกษา รวมถึงเผยแพร่ชื่อเสียงของ ม. หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ( มหาวิทยาลัย นามพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ) ที่ อ. ทำงานอยู่ ****
---- 5. ทำไมสถาบันครูเกรียงต้องสอนสด ไม่ได้สอนแบบวิดิโอล้วน .....
โดยที่ อ. ต้องสอนสดเพื่อพัฒนานักเรียน สาเหตุที่สถาบันไม่นิยมการสอนแบบทางเดียว กับวิดิโอแบบจำกัดชั่วโมง เนื่องจากจะทำให้นักเรียน ไม่มีโอกาสได้ถามผู้สอน ซึ่งผิดหลักทฤษฏีการรับรู้และพัฒนาสมองของ ศ. Howard Gardner ( อ. หนูดีนำมาเผยแพร่ ) มีผลทำให้ผู้เรียนมีโอกาสพัฒนาตัวเองได้ยากขึ้น อาจารย์จีงต้องสอนสดเพื่อเป็นการสื่อสารกับนร และ เอาใจใส่เจาะลึกแต่ละคน และ น่าเป้นสถาบันเดียวในประเทศไทยที่โทรถามความคืบหน้าการฝึกนอกห้องของ นร เพื่อมาเรียนและเตรียมตัวสอบครั้งต่อไป ...
---- 4. เหตุผล การยืดหยุ่นเวลาเรียนเพื่อประโยชน์สูงสุดของ นร คือ .....
ยืดหยุ่นเวลาเรียน โดยที่สถาบันไม่มีการกำหนดให้เป็น ระยะเวลา 40 ชั่วโมง บ้าง 30 ชั่วโมงบ้าง แล้วไม่ยืดหยุ่นเพื่ออ้างเหตุผล นร ไม่มายึดเงิน สถาบันจึงต้องยืดหยุ่นเวลาให้กับ นร ด้วยเหตุผลที่ ต้องการช่วยเหลือ นร ดังนี้
อันดับแรก : ต้องเปิดโอกาสให้นร.ที่มีพื้นฐาน ทักษะระดับประโยคและไวยากรณ์อ่อน ได้มีเวลาพัฒนาตัวเองจริงๆ เนื่องจากการเรียนจำกัดชั่วโมง อาจไม่เหมาะสมกับนรที่พื้นอ่อน และ สถาบันไม่มีนโยบายติวเชิงการค้า
อันดับสอง : ต้องแฟร์กับนร. กรณีที่ อ. ติดภารกิจที่มหาวิทยาลัย ทำให้ต้องประกาศไม่มีการเรียน การสอนในวันนั้น สถาบันจึงต้องตัดปัญหาอันเนื่องจากการเรียน แบบจำกัดชั่วโมงออกไปเลยกลายเป็น การเรียนไม่จำกัดชั่วโมง
อันดับสาม : ต้องการช่วยนักเรียนที่มีภาระทำ Thesis หรือ Senior Project หรือ คนทำงานที่มี เวลาทำงานไม่เป็นเวลาปกติ หรือ คนทำงานบางคนเดินทางมาไกล ถ้าเรียนไม่จำกัดชั่วโมง ยืดหยุ่นเวลาเรียนกันไป แต่กระตุ้นนักเรียนด้วยการสอบจริงทุกคาบ ดังนั้น นร. น่าจะกระตือรือล้นมาเรียนต่อเนื่อง ทั้งนี้ ขึ้นกับ นร. อยากได้อนาคตแบบไหน ขึ้นอยู่กับตัวนร. เอง
----- 3. พัฒนา จาก ติวเตอร์ สู่การเป็น โค้ชชิ่งรายบุคคล
พร้อมอาจารย์จะเป็น Mentor ที่มากกว่า Tutor พร้อมปรับระบบสมอง ปรับระบบเรียน ฟื้นฟูจิตใจ ทำลาย Negative Thinking ยกระดับการเพิ่มคะแนนสอบให้นร. ให้ได้มากที่สุด
--- 2. ประยุกต์เรื่องการเจริญสติในทางบวรพระพุทธศาสนาสู่การเรียนภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะ Listening
เนื่องจากเดิม อ. เกรียงขอยกค่าเรียนให้ค่าใส่บาตรแทบทุกวันแด่ วัดบวรนิเวศ , วัดเบญจมพิตร และ บริจาคสร้างโบสถ์ แด่ หลวงปู่เม็ด อนาลโย เจ้าอาวาสวัดที่ชื่อยาวที่สุดในโลก ที่สร้างถวาย ร. 9 และ พระพุทธเจ้า พระโคตะมะ ( พระนามขององค์พระศาสดาศาสนาพุทธพระองค์ปัจจุบัน ) วัดที่ไม่มีซองกฐิน ไม่มี Marketing ไม่มีมัคทายก มีแต่ผู้ปฏิบัติธรรมะ อ. เกรียงศักดิ์ ฐานะโยมอุปัฏฐากของหลวงปู่เม็ด อนาลโย รวมถึง อ. นำเงินไปช่วยเหลือสาธารณกุศล นอกเหนือจากช่วยเหลือ นร ไทย ให้ได้ความรู้ในราคาที่ต่ำแล้ว
"นะโม ตัสสะ
สิทธัตถะ พุทธะ
โคตะมัสสะ
ภะคะวะโต
อะระหะโต
สัมมา
สัมพุทธัสสะ"
ข้าพเจ้า นายเกรียงศักดิ์ อวยพรเจริญชัย ลูกนายฐิติกร นางอัมพร ศิษย์ของหลวงปู่เม็ด พ่อพระเพลิงพ่อพระพาย พระแม่ธรณี พระแม่คงคา และ พระโคตะมะ ข้าพเจ้า ขอนอบน้อมแด่พระพุทธเจ้า พระโคตะมะ ซึ่งเป็นผู้สำเร็จประโยชน์อันปรารถนาแล้ว พระองค์นั้น ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้ด้วยพระองค์เอง
วัดพระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า สิทธัตถะ พระโคตะมะ เปิดโลก เมตตาธรรม อนาลโย ตั้งอยู่ที่ คลอง 8 หมู่ที่ 1 ตำบล บึงชำอ้อ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ที่ไม่มีมัคทายก ที่ไม่มีซองกฐิน มีแต่ผู้ปฏิบัติธรรม
อยากนมัสการหลวงปู่เม็ด อนาลโย สามารถสอบถามทางที่เบอร์แม่ชีสุภาภรณ์ได้ 0878200413 เว็ปไซต์วัด www.watprakotama.org
อ. เกรียงขอยกค่าเรียนให้ค่าใส่บาตรแทบทุกวันแด่ วัดบวรนิเวศ , วัดเบญจมพิตร และ บริจาคสร้างโบสถ์ แด่ หลวงปู่เม็ด อนาลโย ซึ่งเป็น เจ้าอาวาสวัดที่ชื่อยาวที่สุดในโลก ที่สร้างถวาย ร. 9 และ พระพุทธเจ้า พระโคตะมะ( พระนามขององค์พระศาสดาศาสนาพุทธพระองค์ปัจจุบัน ) วัดที่ไม่มีซองกฐิน ไม่มี Marketing ไม่มีมัคทายก มีแต่ผู้ปฏิบัติธรรมะ อ. เกรียงศักดิ์ ฐานะโยมอุปัฏฐากของหลวงปู่เม็ด อนาลโย รวมถึง นำเงินไปช่วยเหลือสาธารณกุศล และ ตอบแทน พระคุณ บิดา มารดา นอกเหนือจากช่วยเหลือ นร ไทย ให้ได้ความรู้ในราคาที่ต่ำแล้ว
อ. ได้นำหลักธรรมะที่ได้เรียนรู้จาก พระโคตะมะ มาช่วยเสริมการเรียนภาษาอังกฤษให้ นร พัฒนาสติและสมาธิได้ดียิ่งขึ้น ทำให้ ลด Noise การฟัง และ Earing การฟัง ดีขึ้น รวมถึง ได้กล่าวถึง นร ตัวอย่างที่เป็นผู้ที่มีความกตัญญูกตเวที ต่อ พ่อแม่ ทั้งน้องบัว น้องปุ้ย น้องเฟิรศ และ นร อื่นๆ อีกมากมายทำให้พวกเขา มีส่วนทำให้ประสบความสำเร็จในการสอบ หน้าที่การงาน และ ชีวิต นับเป็นธรรมานุสติที่ทำให้เราต้องรู้จักรู้ซึ้งถึงผู้มีพระคุณ อันได้แก่ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ องค์มหาภูติรูปทั้งสี่ ( พ่อพระเพลิง พ่อพระพาย พระแม่ธรณี พระแม่คงคา ) และ บิดา มารดา รวม 9 ท่าน นอกจากนี้ ยังมีผู้มีพระคุณที่ข้าพเจ้าจักรู้ซึ้งถึงพระคุณและทดแทนพระคุณ อันได้แก่ พระอิศวร พระแม่อุมาเทวี พระแม่กาลี พระพิฆเนศวร องค์หนุมาน พระลักษมี และ พระปัจวัคคีย์ทั้งห้า ได้แก่ พระอัญญาโกณฑัญญะ พระวัปปะ พระภัททิยะ พระมหานามะ พระอัสสชิ จึงจะเกิดความเจริญในชีวิตในทุกด้านยิ่งๆ ขึ้นไป เทอญ
----- 1. จัดทำใบรับรอง และ ให้คำปรึกษาการเขียน Resume สมัครงาน
สถาบันเขียนประกาศนียบัตรเป็นจดหมายรับรองให้กับนร. ทุกคนเพื่อใช้ในการสมัครงาน และเป็นที่ปรึกษาในการแต่งประวัติการทำงาน หรือ Resume
#### ข้อมูลอัพเดทนวตกรรมให้กับ นร ไทย####
( โปรดติดตาม Update เรื่อยๆ ) ถึงข้อที่ 151 : อัพเดทพัฒนานวตกรรมการสอนระบบการสอน
151. สถาบันเริ่มใช้เทคนิคที่ช่วยให้ นร ฝึกฟังถอดรูปประโยคในการฟังได้อย่างน้อยสุด 70 % แล้วโดน Key Word ในตำแหน่งคำประโยคมีผลต่อการแปลภาษาอังกฤษที่ฟังเป็นภาษาไทยโดยอัตโนมัติแบบไม่ผิดเพี้ยนเป็นการฝึกได้เร็วขึ้นแตกต่างจากการเรียนการฟังแต่ผ่านวิดิโอบางอย่างที่เน้นให้คิดไปเองแปลเป็นภาษาไทยไปเลยโดยไม่ถอดรูปประโยคเป็นภาษาอังกฤษมีผลต่อการแปลที่ผิดพลาดและไม่สามารถทำข้อสอบการฟังที่ถามถึงข้อมูลดิบที่ฟังได้เลย
149. ( ต่อจากข้อ 148 ) การใช้เทคนิค Paraphase Testing ที่ต้องคิดล่วงหน้าเป็นประเด็นภาษาไทย กระบวนการจับ Key Word ภาษาไทย ให้แปลจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษโดยเลี่ยงการแปลไทยหนึ่งคำเป็นอังกฤษหนึ่งคำ จะช่วยพัฒนาการเลือกรูปแบบประโยคเพื่อใช้ในการพัฒนาพูดกับเขียน โดยเฉพาะ รูปแบบที่ตรงตามเกณฑ์การสอบ IELTS เช่น สำนวนกลุ่มคำ Preposition , Noun Clause , Participial Phrase , Adverb , Connecting Words หรือ อื่นๆ
148. ( ต่อจากข้อ 147 ) การใช้เทคนิค Paraphase Testing ที่ต้องคิดล่วงหน้าเป็นประเด็นภาษาไทย กระบวนการจับ Key Word ภาษาไทย ให้แปลจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษโดยเลี่ยงการแปลไทยหนึ่งคำเป็นอังกฤษหนึ่งคำ ถ้า Test กับ ประโยคภาษาไทยสั้น นร ควรพูดให้ได้เร็วกว่า 5 วินาที ....
147. ( ต่อจากข้อ 148 ) การใช้เทคนิค Paraphase Testing ที่ต้องคิดล่วงหน้าเป็นประเด็นภาษาไทย กระบวนการจับ Key Word ภาษาไทย เป็นขั้นแรกที่ดูเหมือนไม่ยาก แต่ นร ไทย ที่ไม่ได้ฝึกลงลึก นอกจากทำให้พูดภาษาอังกฤษประโยคยาวไม่ได้ และ พูดช้ากว่า 10 วินาที และ พูดผิดทักษะระดับประโยคและไวยากรณ์ทำให้ไม่ผ่านเกณฑ์ของ IELTS หนึ่งในสี่ข้อคือ Grammatical Accuracy and Fluency ก็จะทำให้เขียนสอบได้ช้าและทำให้เขียนวนและซ้ำได้
146. ( ต่อจากข้อ 145 ) การใช้เทคนิค Paraphase Testing ที่ต้องคิดล่วงหน้าเป็นประเด็นภาษาไทย กระบวนการจับ Key Word ภาษาไทย เป็นขั้นแรกที่ดูเหมือนไม่ยาก แต่ นร ไทย ที่ไม่ได้ฝึกลงลึก มักจะมองข้าม การปรับแต่งชิ้นส่วนประโยคภาษาอังกฤษ ในแต่ละ Placement เพียงถ่ายทอดสื่อถึงความหมายตาม Key Word ภาษาไทยก็เพียงพอทำให้ นร ไทย สามารถพูดภาษาอังกฤษแบบประโยคยาวทั้ง Block โดยเลี่ยงการแปลไทยหนึ่งคำเป็นอังกฤษหนึ่งคำได้
144. ( ต่อจากข้อ 143 ) การฝึกพูดที่มีการโต้ตอบกับคำถามที่เป็น Unseen และ ผู้สอบ TOEIC , IELTS ต้องคิดประเด็นล่วงหน้า และถ่ายทอดออกมาเป็นภาษาอังกฤษในลักษณะรูปแบบประโยคที่ไม่ผิดไวยากรณ์ และ มีการใช้ไวยากรณ์หรือทักษะระดับประโยคที่ฝรั่งนิยมใช้ เช่น สำนวนที่เป็นกลุ่ม Preposition หรือ Noun Clause ถ้า นร คนใดมีประสบการณ์ในการมีรูปแบบประโยคภาษาอังกฤษน้อยเกินไป ก็ทำให้พูดได้ช้า และ สื่อสารผิดได้
143. ( ต่อจากข้อ 142 ) การฝึกพูดโดยใช้เทคนิค Paraphrase Testing ต้องผสมผสานกับเทคนิค Forethought Content Building ทำให้คิดประเด็นล่วงหน้า จะเป็นการฝึกแบบรับมือการสอบแบบโต้ตอบแบบ Discussion ของ TOEIC กับ IELTS เนื่องจากคำถามมีการกำหนดโดยผู้สัมภาษณ์ ดังนั้น การซ้อมพูดโดยเปลี่ยน Keyword ภาษาไทย เอามาปรับแต่งรูปแบบประโยคภาษาอังกฤษที่มีอยู่แล้วเพื่อเลี่ยงการแปลไทยเป็นอังกฤษคำต่อคำ จะทำให้รับมือการพูดที่มีการโต้ตอบทันทีได้
142. ( ต่อจากข้อ 141 ) การฝึกพูดโดยใช้เทคนิค Paraphrase Testing ต้องผสมผสานกับเทคนิค Forethought Content Building ทำให้คิดประเด็นล่วงหน้า และ จะพูดเนื้อหาสาระเป็นภาษาอังกฤษที่ใช้สอบ TOEIC กับ IELTS กับการโต้ตอบพูดคุยในลักษณะ Conversationalist และ ช่วย นร สามารถสอบสัมภาษณ์งานเป็นภาษาอังกฤษได้ภายหลังจากการยื่นคะแนนโทอิคแล้ว
141. ( ต่อจากข้อ 140 ) การฝึกพูดโดยใช้เทคนิค Paraphrase Testing ต้องผสมผสานกับเทคนิค Forethought Content Building ทำให้คิดประเด็นล่วงหน้า และ จะพูดเนื้อหาสาระเป็นภาษาอังกฤษในระดับเป็นเรื่องราวนานกว่า 2 นาที ได้ เพื่อสอบ TOEIC กับ IELTS กับการตอบคำถามใน Card
140. ( ต่อจากข้อ 139 ) การฝึกพูดโดยใช้เทคนิค Paraphrase Testing ทำให้การซ้อมเพียงในสองชั่วโมงแรกก็สามารถพูดประโยคภาษาอังกฤษยาวๆได้อย่างต่อเนื่อง เป็นพื้นฐานสู่การสอบการพูด TOEIC , IELTS ในข้อแรกที่ทดสอบการพูดแบบแนะนำเรื่องราวส่วนตัวและประสบการณ์ที่ตัวเองมี ใน 1 ถึง 2 นาทีแรก
139. มี นร สถาบันหลายคนที่เรียน IELTS แล้วฝึกการพูดประโยคในรูปแบบประโยคที่หลากหลายและเป็นรูปประโยคที่ฝรั่งใช้จริง ที่มีการใช้สำนวนที่เป็นกลุ่มคำ Preposition โดยใช้เทคนิค Paraphrase Testing ทำให้การซ้อมเพียงในสองชั่วโมงแรกก็สามารถพูดประโยคภาษาอังกฤษยาวๆได้อย่างต่อเนื่อง
138. ความกล้าที่จะใช้ภาษาอังกฤษ หรือ Assertive Model เป็นสิ่งที่ลดอุปนิสัยของ นร ไทย หลายคน ที่มีแต่นำความกลัวมากดทับความสามารถที่แท้จริงของตัวอง เนื่องจาก การฟัง อย่างน้อยที่สุด นร ที่จะฟัง 1 Short Talk ได้ อย่างน้อย 1 ประโยค นร คนนั้นต้องถอดรูปประโยคให้ได้อย่างน้อยที่สุด 60 - 70 % แล้วโดน Key Word ทุกตัว ทำให้ นร ไทยมีความกล้าที่จะฟังทั้งประโยคมากขึ้นก่อน 4 วินาที เพราะ ระบบสมองยังพอจำคำในปริมาณหนึ่งได้ไม่เกิน 4 วินาที สมองจะจำได้นานกว่านี้ นร ที่ฝึกกับสถาบันจะทำได้ ...
137. คุณ จิรศักดิ์ เป็น นร สถาบันที่กำลังศึกษา IELTS อยู่ได้อาศัยอยู่ที่เมืองจีนมานาน สามารถใช้ภาษาจีนได้อย่างดี แต่ต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษแบบก้าวกระโดด ได้กล่าวถึง แนวโน้มคนจีนตามเมืองใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงด้านความเชื่อและวัฒนธรรมอย่างรุนแรง แต่สิ่งที่น่าสนใจ คือ ความขยันและการปรับตัว ทำให้ นร จีน สามารถลดทิฐิ และ กล้าที่จะผิด กล้าที่จะใช้ กล้าที่จะลงลึกพูดฟังอ่านเขียน ใช้จริงทำจริง โดยที่ ไม่ยอมเรียนไปเรื่อยๆ แล้วยอมให้พื้นฐานภาษาอังกฤษอ่อนไปเรื่อยๆ เช่นเดียวกับ นร ไทย บางคน
136. อาจารย์ต่างชาติที่สอนภาษาอังกฤษในระบบที่แตกต่างจากกระทรวงศึกษาธิการในเมืองไทย เขาตั้งคำถามว่า ทำไมคนไทยโดยส่วนใหญ่ไม่เรียนไวยากรณ์ผ่านรูปประโยคไปเลย ซึ่งสถาบันก็ได้ใช้เทคนิคดังกล่าวพัฒนา นร ไทยให้มีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง สถาบันไม่มีนโยบายที่ฝังหัว นร ให้เน้นแต่ยื่นคะแนน แต่พื้นฐานอ่อน จนเกิดจุดอ่อน เปิดให้เกิดปัญหากับนายจ้างภายหลังว่าใช้ภาษาอังกฤษไม่ได้จริง
135. ( ต่อจากข้อ 134 ) การซ้อมนอกห้องตาม CheckList ลงลึกการอ่าน นร จะใช้เทคนิค Skimming และ Scanning ทำให้อ่านได้เร็ว และ รู้ Key Word ที่สามารถนำมาเดาศัพท์ยาก หรือ Unseen Vocab ได้เร็ว นอกจากต้องมีพื้นฐานทักษะระดับประโยค นร ต้องสามารถแยกแยะประเภทของ Key Word ที่ช่วยในการอ่านให้เร็วขึ้น อย่างน้อยที่สุด คำประเภท Adverb ไม่ใช่ Key Word
134. ( ต่อจากข้อ 133 ) การซ้อมนอกห้องตาม CheckList ลงลึกการอ่าน นร จะใช้เทคนิค Skimming และ Scanning ทำให้อ่านได้เร็ว และ รู้ Key Word ที่สามารถนำมาเดาศัพท์ยาก หรือ Unseen Vocab ได้เร็ว ต้องมีพื้นฐานทักษะระดับประโยค ที่แข็งแกร่ง รู้ประเภทคำ ในจุดหรือตำแหน่งคำในประโยคนั้น โดยส่วนใหญ่ Key Word จะเป็นคำที่ทำให้ นร เข้าใจประเด็น และ ความเป็นไปของเรื่องราว
131. ( ต่อจากข้อ 130 ) การซ้อมนอกห้องตาม CheckList ที่สถาบันประยุกต์จาก นร ต่างชาติชาวเอเชียใช้ ในส่วนการพัฒนา Reading ลงลึก นอกจาก การที่ นร ต้องมีทักษะระดับประโยคที่แข็ง ไม่ใช่อัดไวยากรณ์ไปในหัวอย่างเดียว เทคนิค Skimming และ Scanning จะช่วย นร สามารถดึงไวยากรณ์ที่เรียนไปดึงออกมาใช้เป็นรูปประโยค และ การอ่านเป็นทักษะที่อยู่ในระดับเดียวกับการฟัง คือ การตามรูปประโยคให้ได้ รู้ตำแหน่งคำ รู้ประเภทคำให้ได้ จะทำให้อ่านได้เร็วขึ้น หรือ จิกคำจากการฟังได้เร็วขึ้น
130. ( ต่อจากข้อ 129 ) การซ้อมนอกห้องตาม CheckList ที่สถาบันประยุกต์จาก นร ต่างชาติชาวเอเชียใช้ นำมาพัฒนาให้คนไทย ในการลงลึกการฟังพูดอ่านเขียน การทบทวนไวยากรณ์ผ่านรูปประโยคด้วยการ Skimming และ Scanning มีผลต่อ นอกจากใช้ในการพัฒนา Earing ของการฟัง ยังช่วยเพิ่มความเร็วในการอ่าน ถ้า นร ใช้เวลาในการทำสอบส่วนการอ่านของ TOEIC มากกว่า 45 นาทีแรกจะมีผลต่อเวลาการทำสอบศัพท์และ ไวยากรณ์ส่วน Sentence Completion , Text Completion ลดลง
129. ( ต่อจากข้อ 128 ) การซ้อมนอกห้องตาม CheckList ที่สถาบันประยุกต์จาก นร ต่างชาติชาวเอเชียใช้ นำมาพัฒนาให้คนไทย ในการลงลึกการฟังพูดอ่านเขียน โดยผ่านที่ใช้ประยุกต์ไวยากรณ์ผ่านทักษะระดับประโยค เป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้คะแนนสอบในสถาบันสูงกว่าค่าเฉลี่ยส่งผลต่อการสอบจริง เนื่องจาก การไม่ซ้อมนอกห้อง หรือ ไม่ทบทวนไวยากรณ์ผ่านรูปประโยคด้วยการ Skimming และ Scanning มีผลต่อ การพัฒนา Earing ในการฟังที่ช้า หรือ อาจทำให้ นร เพิ่มปริมาณ Noise การฟัง หรือ มี Halo Effect รวมถึงการถอยหลังทักษะการฟังด้วย
128. ( ต่อจากข้อ 128 ) การซ้อมนอกห้องตาม CheckList ที่สถาบันประยุกต์จาก นร ต่างชาติชาวเอเชียใช้ นำมาพัฒนาให้คนไทย ในการลงลึกการฟังพูดอ่านเขียน โดยผ่านที่ใช้ประยุกต์ไวยากรณ์ผ่านทักษะระดับประโยค โดยลงลึกทำลายปัจจัยที่เป็นอุปสรรคด้านระบบสมอง ทำลายปัจจัยอุปสรรคด้านจิตวิทยา และ ทำลายอุปสรรคสำเนียงฝรั่งโดยเฉพาะสำเนียงที่เป็น Great Britain English และ ทำลายอุปสรรคข้อจำกัดการเรียนรู้รูปแบบประโยคภาษาอังกฤษที่น้อยไป เมื่อทำลายปัจจัยเหล่านี้ได้ ทำให้สามารถเพิ่มคะแนนสอบการฟัง TOEIC , IELTS เป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้คะแนนสอบในสถาบันสูงกว่าค่าเฉลี่ยส่งผลต่อการสอบจริง
127. ปัจจุบัน นร หลายคนที่สนใจเรียน IELTS มีแนวโน้มที่ต้องการนำภาษาอังกฤษไปใช้ในการเปลี่ยนเส้นทางอาชีพมากขึ้น การเรียนลงลึกการพูดฟังอ่านเขียน ต้องอาศัยพื้นฐานทักษะระดับประโยคที่แน่น และ เรียนไวยากรณ์ผ่านรูปประโยคอย่างน้อย 8 บท การซ้อมนอกห้องตาม CheckList ที่สถาบันประยุกต์จาก นร ต่างชาติชาวเอเชียใช้ นำมาพัฒนาให้คนไทย เป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้คะแนนสอบในสถาบันไม่ลดน้อยลงกว่าค่าเฉลี่ย
126. เนื่องจาก สถาบันน่าจะเป็นที่เดียวในประเทศไทย ที่สามารถนำอุปสรรคสำเนียงฝรั่งที่ใช้สอบ TOEIC หรือ IELTS ซึ่งเป็นสำเนียงของ Great Britain English โดยส่วนใหญ่ มาเทียบเป็นเสียงภาษาไทย ผู้สอบมีความจำเป็นต้องเรียนรู้การอมเสียง หดเสียง เสียงคล้าย เสียงเหมือน เสียงหลอน ของสำเนียงฝรั่ง เพื่อรับมือการฟังเร็วของการสอบ และ เพื่อสามารถถอดรูปประโยคออกมาให้ได้อย่างน้อยที่สุด 70 % เพื่อโดน Key Word ที่อยู่ในประโยคที่ทำให้รู้ความหมายโดยรวมประโยค ส่งผลสู่การจับประเด็นและรู้ความหมายใน Short Talk ที่ฟัง ทั้งการสอบการฟังของ TOEIC สามถึงสี่นาที ไปจนถึงการสอบ IETLS เจ็ดถึงแปดนาที
125.การเดาศัพท์ยาก หรือ Unseen Vocabulary ในการสอบ Part การอ่าน ของ TOEIC หรือ IELTS ถ้าเดาโดยใช้ความรู้สึกเพียงเพื่อให้เดาให้มีความหมายเพื่อเชื่อมเรื่องราวได้ นับว่า เป็นการเดาศัพท์ยากโดยขาดหลักเกณฑ์ทางวิชาการ ความเสี่ยงจึงเกิดขึ้น การเดาศัพท์ยากใน Part การสอบการอ่าน ต้องอาศัยเทคนิคเทียบรากในชิ้นส่วนคำศัพท์นั้น พร้อมกับ การหา Key Word ย้อนกลับในเนื้อความที่ผู้สอบกำลังอ่านอยู่นำมาประกอบกัน รวมถึง การเทียบ Key Word และ ตัด Choice ในโจทย์ผสมผสานกันไป ความเสี่ยงในการสอบจะลดลง ...... : )
124. นร ที่เรียนกับสถาบันแห่งนี้ ล้วนแต่มีความตั้งใจที่จะพูดฟังอ่านเขียนภาษาอังกฤษให้ได้อย่างเด็ดขาด เหมือนที่ นร ต่างชาติชาวเอเชียในหลายประเทศทำได้ ค่านิยมประเภทเรียนเพื่อสอบ แล้วเอาคะแนนยื่นให้ผู้สัมภาษณ์งานหรือนายจ้าง เท่านั้น โดยไม่สนใจที่จะพูดฟังอ่านเขียนให้ได้จริง ล้วนผิดวัตถุประสงค์การสอบข้อแรกของโทอิคและไอเอลในตัวอยู่แล้ว เพราะเราไม่สามารถคิดไปเอง ให้คะแนนตัวเองไปเอง กับการสอบพูดฟังอ่านเขียนภาษาอังกฤษ โดยไม่สนใจว่า ฝรั่งเจ้าของภาษาจะให้คะแนนเราอย่างไรล้วนแต่เป็นเรื่องอันตรายกับการทำงานท่ามกลางเศรษฐกิจอย่างนี้ในเมืองไทย ...... : ) 123. ( ต่อจากข้อ 122. ) การเดาความหมายคำศัพท์ยาก หรือ Unseen Vocabulary ในข้อสอบโทอิคหรือไอเอล สถาบันจะมีแบบฝึกหัด ให้ นร ได้ฝึกการใช้เทคนิคเทียบรากศัพท์โดยวิเคราะห์ชิ้นส่วนคำนั้นทำให้เดาความหมายศัพท์ยากนั้นได้ไม่ยาก และ นำความหมายที่เดาเทียบ Key Word กับโจทย์ ทำให้เลือก Choice หรือ ตัด Choice ได้ .... : )
122. ( ต่อจากข้อ 121. ) การเดาความหมายคำศัพท์ยาก หรือ Unseen Vocabulary ในข้อสอบโทอิคหรือไอเอล ใน Reading หรือ ส่วน Sentence Completion มีส่วนสำคัญในการพัฒนา Listening ด้วย เพราะ ปัจจุบันข้อสอบ โทอิค นิยมใช้ศัพท์ยากกับ Short Talk และ ใช้ศัพท์ยากเป็นส่วนผสมที่อยู่ใน Adjective Order หรือ ส่วนขยายคำนาม ที่มากกว่า 3 ตำแหน่งขึ้นไป สถาบันจึงมีแบบฝึกหัดข้อสอบที่ใช้เก็งศัพท์ยากโทอิคเป็นระดับหลักหลายร้อยข้อ .... : )
121. ( ต่อจากข้อ 120. ) การเดาความหมายคำศัพท์ยาก หรือ Unseen Vocabulary ในข้อสอบโทอิคหรือไอเอล ใน Reading หรือ ส่วน Sentence Completion ต้องเรียน Suffix อย่างน้อยที่สุด 40 ตัว ซึ่งสถาบันเก็งมาให้ นร ไว้แล้ว อย่างน้อยที่สุด ข้อสอบประเภท Word Form ที่ถามเกี่ยวกับศัพท์ที่มีรากเดียวกันแต่ Suffix ต่างกัน ทำให้กำหนดประเภทคำ หรือ Part of Speech ต่างกัน ศูนย์สอบโทอิคจะยากที่จะมากินเงิน นร สถาบัน แต่การเรียน Suffix จะนำมาเสริมช่วยกับเทคนิคการเดาศัพท์ยากด้วยการเทียบรากเพื่อจัดการข้อสอบถามศัพท์ประเภท Word Form โดยเฉพาะ .... : )
120. ( ต่อจากข้อ 119. ) การเดาความหมายคำศัพท์ยาก หรือ Unseen Vocabulary ในข้อสอบโทอิคหรือไอเอล ใน Reading หรือ ส่วน Sentence Completion แตกต่างจากข้อสอบ ONET , ENTRANCE หรือ TOEFL Paper based เพราะวัตถุประสงค์การสอบศัพท์ยากของโทอิคกับไอเอล มิได้ถามศัพท์ให้ได้ความหมายตรง 100 % แบบข้อสอบ ENTRANCE แต่เดาความหมายเพื่อเชื่อมบริบท ดังนั้น เทคนิคการท่องศัพท์ด้วยระบบสมอง 2 เทคนิค ที่ นร ต่างชาติใช้ โดยสถาบันนำมาเผยแพร่ในเมืองไทย จึงนำมาเสริมช่วยกับเทคนิคการเดาศัพท์ยากด้วยการเทียบราก .... : ) : )
119. ( ต่อจากข้อ 118. ) ต่อยอดการผ่าชิ้นส่วนคำศัพท์ยาก หรือ Unseen Vocabulary ด้วยการเทียบราก ต้องอาศัยการรู้ศัพท์ทั่วไป หรือ Seen Vocabulary ถ้าศัพท์อย่างง่ายหรือง่ายมาก ผู้สอบไม่รู้เลย จะสร้างปัญหาเบื้องต้นกับการอ่าน Reading อยู่แล้ว แต่การมีพื้นฐานรู้ศัพท์ง่ายบ้าง จะมาใช้กับเทคนิคเทียบรากที่ใช้เดาศัพท์ยากได้ การเดาศัพท์ยากมีเป้าหมายเพียงตัด Choice ที่ไม่จำเป็นออก และ ทำคะแนนศัพท์ในส่วน Sentence , Text Completion ให้ได้มากสุด เพราะข้อศัพท์คูณถ่วงน้ำหนักมากสุด คะแนนที่ได้จะมาอุดคะแนนที่ นร ทำส่วนการอ่านไม่ทันได้นั่นเอง : )
118. ( ต่อจากข้อ 117. ) ต่อยอดการผ่าชิ้นส่วนคำศัพท์ยาก หรือ Unseen Vocabulary ด้วยการเทียบราก แตกต่างจากการสอนที่บังคับให้ นร จำรากภาษาลาติน แล้วมาเดาศัพท์ภาษาอังกฤษ ซึ่งไม่เกิดประโยชน์อันใด แต่การเทียบรากจะช่วย นร ค้นหาความหมายได้ใกล้เคียงที่สุดและเร็วที่สุด ซึ่งพิสูจน์มาแล้ว กับ นร ที่สถาบัน จะช่วยทำให้ นร ทำข้อสอบได้ไม่เกิน 40 วินาที มีผลต่อการทำข้อสอบส่วนไวยากรณ์ได้ทั้งหมดไม่เกิน 25 นาที .... : )
117. ( ต่อจากข้อ 116. ) นวตกรรมการผ่าชิ้นส่วนคำศัพท์ยาก หรือ Unseen Vocabulary เป็นการช่วย นร สามารถทำสอบศัพท์ในส่วน Sentence , Text Completion ได้ แม้จะไม่รู้คำศัพท์เลยสักตัว แต่การเดาความหมาย มันไม่มีทางถูก ร้อยเปอร์เซ็น แต่มันจะใกล้เคียง แต่ไม่ควรเดาช้า เพราะ นร จะเสียเปรียบและขาดทุน เทคนิคลงลึกรายละเอียดควรเรียนที่สถาบัน .... : )
116. ( ต่อจากข้อ 115. ) นวตกรรมการผ่าชิ้นส่วนคำศัพท์ยาก หรือ Unseen Vocabulary เป็นการตัดชิ้นส่วนคำศัพท์อย่างน้อยที่สุด สามตัวอักษรมาเทียบกับคำอื่นอย่างน้อยที่สุดสองคำที่ นร จำได้ที่มีสามตัวอักษรนั้น กรณีที่ นร เลือกแค่สองตัวอักษรมาเทียบราก นร ก็ต้องหาหลายชุด และ พยายามหาความหมายโดยมวลรวมของชิ้นส่วนของคำนั้นจากหลายคำศัพท์ที่เลือก หรือที่เรียกว่า Moderate Meaning แต่ชิ้นส่วนคำดังกล่าวไม่ควรเลือก Prefix เทคนิคลงลึกรายละเอียดควรเรียนที่สถาบัน .... : )
115. นวตกรรมการผ่าชิ้นส่วนคำศัพท์ยาก หรือ Unseen Vocabulary เป็นการช่วยชีวิต นร สถาบัน ทำให้ทำข้อสอบ Vocab ในส่วน Sentence Completion , Text Completion ให้แต่ละข้อใช้เวลาไม่เกิน 40 วินาที เพราะ เป็นเทคนิคที่ฝึกซ้อม นร ที่สถาบัน ก่อนสอบ TOEIC จริงในสถาบันทุกสองชั่วโมง เป็นวิธีช่วยให้เดาความหมาย Vocab ได้มีความใกล้เคียงผสมผสานกับการเทียบ Key Word และตัด Choice และ มีคำบางประภท หรือ บาง Part of Speech ของภาษาอังกฤษที่เป็น Keyword ในโจทย์ที่ใช้เทียบกับศัพท์เพื่อเลือก Choice และ ตัด Choice ได้นั่นเอง .... : )
114. การปูพื้นฐานเรียนไวยากรณ์ผ่านรูปประโยคและทักษะระดับประโยคเพื่อสอบไวยากรณ์ที่ TOEIC ต้องการทดสอบ 8 บท และ ไวยากรณ์บทเสริม ที่สถาบันมีให้กับ นร สถาบัน ประกอบกับการสอบทุกสองชั่วโมง มีการซ้อมลงลึกการฟังการอ่านก่อนสอบ และ สอบเสร็จมีเฉลยข้อที่สอบไป นร ของสถาบัน จึงมีความได้เปรียบกว่า และ ได้คะแนน Percentile Rank สูงกว่าฃผู้สอบที่มีค่านิยมอ่านแต่แบบฝึกหัดเฉลย เป็นผู้สอบที่ไม่มีความรู้ไวยากรณ์ไปสอบโทอิค เพราะ ข้อสอบมันไม่ออกซ้ำกับแบบฝึกหัดที่ขายในท้องตลาดนั่นเอง
113. (ต่อจาก112) ปัจจัยด้านความรู้ทักษะระดับประโยคกับไวยากรณ์ ที่สถาบันสำรวจ นร ไทย พบว่า หลายคน มีทัศนคติมองข้อสอบโทอิค Redesgined Test ว่า ไม่ต้องศึกษาไวยากรณ์ก็ได้ ไม่ต้องเตรียมตัวเรื่องทักษะระดับประโยคไวยากรณ์ กางอ่านเฉลยแบบฝึกหัดที่ขายทั่วไป หวังไปเองว่า มันคงจะออกซ้อม แต่มันไม่ออกซ้ำ มันจึงสร้างปัญหา กับ นร ที่ไม่เตรียมตัวสอบ และนิยมสอบหลายครั้งกับโทอิค หรือ ไม่เลือกระบบการติวลงลึก หรือ เลือกที่ฝึกตามยถากรรมของตัวเอง เพราะ ข้อสอบเป็น Unseen และ พัฒนาข้อสอบยากขึ้นตั้งแต่ต้นปี 53 และ มีนโยบานเริ่มขึ้นราคาค่าสอบโทอิค จะสร้างปัญหามากกมายกับ ผู้สอบที่ไม่คิดเตรียมตัว .... : )
112. (ต่อจาก111) ปัจจัยด้านความรู้ทักษะระดับประโยคกับไวยากรณ์ ที่ นร ไทย หลายคน นิยมที่จะเรียนแต่ไวยากรณ์อัดเข้าไปในหัวอย่างเดียว แต่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับทักษะระดับประโยค รูปแบบประโยคที่ฝรั่งใช้ หรือ สำนวนที่เป็นกลุ่มคำ Preposition ที่ฝรั่งนิยมใช้ ถ้า นร ไทย ไม่มีสนใจทักษะระดับประโยค ตำแหน่งคำ ประเภทคำ ว่าอยู่ตรงไหนเป็นอะไร จะเป็นอุปสรรคทำให้ นร ไทยหลายคนไม่สามารถใช้ทักษะระดับประโยคดึงมาจากสมองเทียบรูปประโยคขณะฟังทำลายอุปสรรคสำเนียงฝรั่งฟังยาก เช่น อมเสียง หดเสียง ลากเสียงได้ การเรียนการพูดฟังอ่านเขียน ตอนโตแล้ว ของ นร ไทย ต้องใช้เหตุผลกับภาษาอังกฤษให้มาก เพราะไม่ได้เรียนพูดฟังอ่านเขียนเหมือนพวกอินเดีย บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ที่เรียนแบบอาศัยประสบการณ์ตั้งแต่เด็ก : )
111. (ต่อจาก110) ต่อจาก ปัจจัยด้านจิตวิทยาที่ นร สร้างขึ้นมาเอง เป็นอุปสรรคต่อการการฝึกลงลึกเพื่อก้าวกระโดดการฟัง ในประการที่สาม คือ ผู้สอบหลายคนมีความกดดัน ผสมกับการฝึกการฟังผิดวิธี รวมถึง การทัศนคติผิด ประมาทกับข้อสอบโทอิค ดังนั้น เมื่อถอดรูปประโยคไม่ได้บ้าง การแปลภาษาไทยโดยอัตโนมัติให้ครอบคลุมไม่ผิดเพี้ยน จึงทำได้ยาก ผู้สอบดังกล่าวก็มักจะคิดคำเพิ่มแปะเข้าไปในเนื้อหาที่ตัวเองฟัง แล้วจินตนการความหมายคร่าวๆไปเอง สิ่งดังกล่าวมีผลต่อการพัฒนาทักษะการฟังที่แย่ลง : )
110. (ต่อจาก109) ต่อจาก ปัจจัยด้านจิตวิทยาที่ นร สร้างขึ้นมาเอง เป็นอุปสรรคต่อการการฝึกลงลึกเพื่อก้าวกระโดดการฟัง ผลด้านจิตวิทยาจะทำให้ นร ที่ฝึกแบบไม่ลงลึกดังกล่าว ในประการที่สอง คือ จะพยายามคิดว่า ภาษาอังกฤษมันเหมือนภาษาไทย กางเทปสคริปอ่านแล้วฟังไปด้วย ทั้งที่รู้ว่าตอนสอบมันไม่มีเทปสคริป ประกอบกับ คิดว่า ภาษาอังกฤษจะพอประมาณความหมายเหมือนภาษาไทยที่เป็นภาษาคำเดี่ยว ไม่ต้องฟังทุกคำก็ประมาณความหมายโดยความรู้สึกได้ ดังนั้น ผู้สอบโทอิคที่ไม่เตรียมตัวและทำข้อสอบโดยใช้ความรู้สึกจะประสบปัญหาการสอบ Listening มากมาย : )
109. (ต่อจาก108) ต่อจาก ปัจจัยด้านจิตวิทยาที่ นร สร้างขึ้นมาเอง เป็นอุปสรรคต่อการการฝึกลงลึกเพื่อก้าวกระโดดการฟัง สถาบันได้สำรวจ นร ที่พยายามสอบการฟังทั้ง TOEFL , IELTS , TOEIC ด้วยการฟังคร่าวๆ จับเป็นคำเพียงไม่เกิน 5 คำจากประโยคหนึ่งที่มีคำอาจมากกว่า 20 คำ หรือ ถึง 40 คำ และ ประมาณความหมายคร่าวๆ หรือ สรุปความหมายไปเองเลย ปรากฏว่า ผลด้านจิตวิทยาจะทำให้ นร ที่ฝึกแบบไม่ลงลึกดังกล่าว เกิดความเครียด เมื่อฟังคำหนึ่งคำมีโอกาสที่จะเปลี่ยนเป็นเสียงหรือคำที่อยากให้เป็น ไม่ใช่ฟังเสียงคำนั้นที่เป็นคำนั้นจริงๆ : )
108. (ต่อจาก107) ต่อมา ปัจจัยด้านจิตวิทยาที่ นร สร้างขึ้นมาเอง เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้และการสอบ TOEIC , IELTS จากที่สถาบันได้ทำการสำรวจเชิง Focus Group พบว่า นร ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี จะมีทัศนคติคิดว่า อายุเยอะขึ้น สอบอะไร ก็คงสู้เด็กไม่ได้ แต่ อาจารย์ขอกล่าวสั้นๆ เป็นคติพจน์หรือคำขวัญ ของ หนังซีรี่ย์เกาหลียอดนิยมที่ฉายช่องสามช่วงเย็นเสาร์อาทิตย์เรื่อง มหาราชินี ต็อกซอน เป็นผู้หญิงคนแรกมีตัวตนในประวัติศาสตร์เกาหลีที่เป็นปฐมบทการรวมแผ่นดินสามก๊กของเกาหลี กล่าวว่า "ข้าจะไม่รอความตาย ข้าต้องสู้เพื่ออยู่ต่อไป" ... : )
107. (ต่อจาก106) ปัจจัยด้านการเรียนรู้ข้อจำกัดสมองเป็นเรื่องสำคัญในการประยุกต์ไวยากรณ์และทักษะระดับประโยคกับการฟังอ่านพูดเขียนของ TOEIC , IELTS จากที่ อาจารย์หนูดี ให้ความรู้ผ่านสื่อในเรื่องข้อจำกัดสมองมาหลายปี โดยเฉพาะผ่านรายการวิทยุ 101.5 รายการ Econ Biz ทุกจันทร์ถึงศุกร์ ของ พี่จิระ ห้องสำเริง กล่าวถึง ระบบสมองที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้อัดเข้าไปในหัวเยอะๆ แล้วจะจำ ความจำของสมองจะเกิดจากการแยกแยะ เปรียบเทียบ เข้าใจ และ จำ จึงเป็นไปไม่ได้ ที่ นร ไทย จะใช้วิธีเดิมๆ กับการอัดเฉลยแบบฝึกหัดที่มันไม่เหมือนกับข้อสอบเข้าไปในหัว ก่อนสอบ TOEIC ซึ่งเป็นข้อสอบ Unseen มีมาตรฐาน World Wide และ มีหลายองค์ประกอบในการสอบ เพราะ เขาเป็นศูนย์สอบเชิงการค้า เขาคงไม่ยอมให้คนกามั่วแล้วอยู่ดีๆ ได้คะแนน 700 กับ 800 โดยไม่มีเหตุผล มันจะทำให้เขาบริหารศูนย์สอบให้ได้กำไรไม่ได้
106. (ต่อจาก105) นร ของสถาบันจะมีการเรียนไวยากรณ์ลงลึกผ่านรูปประโยคและทักษะระดับประโยค อย่างน้อยที่สุด 7 บท ที่ TOEIC สอบ และ เป็นพื้นฐานต่อการฟังอ่านพูดเขียนของ TOEIC และ IELTS นับเป็นปัจจัยหนึ่งทำให้ นร สถาบันมีความพร้อมเป็นพื้นฐานของความกล้าที่จะเดารูปประโยคขณะฟัง การกล้าที่จะเดาศัพท์ยากให้มีความหมายใกล้เคียง มีความกล้าที่จะถอดรูปประโยคขณะฟังก่อนวินาทีที่ 4 ไม่ฟังแช่คำ และ ความกล้าในการเทียบ Key Word และ ตัด Choice ฯลฯ ความกล้าเป็นปัจจัยสำคัญทำให้ นร สามารถทาข้อสอบได้ท้นและไม่เหลือข้อ นั่นเอง ......
105. (ต่อจาก104) สถาบันมีระบบการซ้อมลงลึกการฟังเป็นต้นแบบที่เป็น Model ตามหลักวิชาการที่ช่วยให้ นร ไทย ที่ไม่เคยฟังภาษาอังกฤษตั้งแต่เด็ก เหมือน นร อินเดีย บังคลาเทศ สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ หรือ จีน และ เวียดนามรุ่นใหม่ ช่วยให้ นร ไทยที่ต้องมาเรียนการฟังตอนโตพัฒนาทักษะการฟังให้ก้าวกระโดด สถาบันถือว่าปัจจัยด้านจิตวิทยาเป็นปัจจัยสำคัญที่ นร ไทย สร้างขึ้นมาปิดกั้นตัวเองทำให้พัฒนาทักษะการฟังเพื่อสอบ TOEIC , IELTS มากกว่า ปัจจัยด้านอุปสรรคสมองกับปัจจัยการขาดพื้นฐานทักษะระดับประโยคและไวยากรณ์ ....
104. สถาบันมีแทคติกที่ทำให้ นร ได้คะแนนโทอิค ทะลุเป้า 700 โดยเฉพาะ นร ปอโทบางมดที่เป็น นร สถาบันที่ประสบความสำเร็จมากมาย ผู้ที่จะได้ 700 ต้องมีกลยุทธ์การโฟกัสหรือเน้นความถนัดด้านใดด้านหนึ่งก่อนที่ต้องพอทำให้คะแนนเลย 400 โดยส่วนใหญ่ นร สถาบันจะฝึกลงลึกการฟัง ถอดรูปประโยค 70 % ก่อน 4 วินาที ทำลาย Noise การฟัง และ Halo Effect และฝึกถอดรูปประโยคสั้น กลาง ยาว โดย สถาบันจะทำการแยกสำเนียงฝรั่งและความเร็วของ Listening ซึ่ง นร ไปฝึกเองที่บ้านจะทำได้ยากหรือยากที่จัดสอบจริงเองที่บ้าน ดังนั้น คะแนนการฟังจะเลย 400 มีโอกาสสูงกว่าการอ่านที่จะได้ 400 ถ้าการฟัง 400 จะลดภาระต่อการได้คะแนนโทอิค 700 ทันที
103. ( ต่อจาก 102 ) นร สถาบันฝึกซ้อมลงลึกการฟังเพื่อสอบ IELTS , TOEIC อย่างเข้มร่วมกัน สอบได้ทั้งข้อสอบโทอิคและ IELTS เกณฑ์การสอบการฟังแบบ Listening ต้องระบุที่มาของคำที่ได้ยิน ตำแหน่งไหนที่ฟังไม่ได้ สถาบันจะมีวิธีทำให้ นร ทราบด้วยตัวเองว่า นร จะฟังไม่ทันหรือโบ๋ตรงตำแหน่งไหนบ้าง เหมาะกับการฝึกลงลึกถอดรูปประโยค 70 % จะฟังโดน Key Word ทุกตัว ก่อน 4 วินาที เพราะ เลย 4 วินาที ระบบสมองจะมีอุปสรรคลืมในสิ่งที่ฟังบางส่วนไปแล้ว .... : )
101. สถาบัน จะให้นร เรียนไวยากรณ์ผ่านรูปประโยคทำให้ มี นร สายศิลป์อังกฤษและนรสายวิทย์ในระดับมหาวิอทยาลัยมาเรียนกับสถาบันเนื่องจากระดับมหาวิทยาลัย อาจารย์หลายท่านอาจไม่มีเวลาปูพื้นฐานดังกล่าว ดังนั้น นร ระดับมหาวิทยาลัยที่ต้องการเรียนลงลึกทักษะระดับประโยค ลงลึกการฟัง การอ่าน พูด หรือ เขียน และ สอบ TOEIC หรือ IELTS จะเกิดความได้เปรียบสูงที่จะสอบได้คะแนนก้าวกระโดด
100. สถาบันมีการตรวจความผิดพลาดด้านไวยากรณ์และทักษะระดับประโยคเชิงเทคนิคไปเลยและส่งให้ นร ไปหาเหตุผลว่าที่ผิดเพราะอะไร พร้อมกับ การฝึกพูดโดยใช้เทคนิคถอดความแบบ Paraphrase แต่การสอบให้ผ่าน 3 Part ของ IELTS นร ใช้เทคนิค Forethought in Advance ในการเรียบเรียงประเด็นภาษาไทยล่วงหน้า จับ Key Word และ ทำซ้ำเทคนิคถอดความ
99. ค่านิยมบางอย่างของ นร ไทยบางคน ที่คิดว่า การเรียนไวยากรณ์แบบเยิ่นเย้ออัดเข้าไปในหัวมากๆ ถึงลืมก็ไม่เป็นไร อัดเข้าไปในหัวใหม่ แต่ไม่สนใจไม่เน้นกับการดึงออกรูปประโยคจากหัวมาใช้ในการพูดการเขียนให้หลากหลายครอบคลุมกับบทไวยากรณ์ที่สำคัญ จะมีลักษณะบางอย่างที่สังเกตได้ คือ เน้นเรียนแต่อาจไม่เน้นซ้อมนอกห้อง ไม่เน้นการเขียนหรือการพูด รวมถึง ไม่เน้นฝึกฟังแบบฟังยาวที่มิใช่ฟังเพลงหรือฟังหนังที่มีบทสนทนาสั้น ปัญหาระยะยาวมันจะสะสมต่อไปเรื่อยๆ .... : )
98. เนื่องจากคะแนนการฟังเป็นคะแนนที่สำคัญ ถ้าการฟังยังถอดรูปประโยคไม่ได้บ้าง มันจะยากต่อการแปลภาษาไทยโดยอัตโนมัติไม่ผิดเพี้ยน และ ยากต่อการนำไปสู่การฟัง Short Conversation และ Short Talk ได้ นร ที่ฝึกผิดวิธี กางเทปสคริปไปด้วยฟังไปด้วย หรือ Retape บ่อยๆ แล้วจดในกระดาษหนึ่งคำต่อการRetapeหนึ่งครั้ง นร เหล่านี้จะหมดความมั่นใจในขณะสอบการฟัง TOEIC , IELTS ทันที เพราะการสอบฟังจะไม่มีการ Retape และ มีเทปสคริปให้ นร อ่าน ยิ่งฝึกผิด ยิ่งจะปรุงแต่งเสียงที่ได้ยินเป็นคำอื่น แปะคำเพิ่มในประโยคที่ผิดๆ หรือ ประมาณเสียงให้มันเป็นคำที่ผ่านๆไป จะทำให้การฟังผิดเพี้ยนไปหมด .... : )
97. โครงสร้างคะแนนของผู้ที่ต้องการ TOEIC มากกว่า 700 อย่างน้อยที่สุดที่ทำให้ นร ไม่มีภาระ คือ การได้คะแนนการฟังมากกว่าหรือใกล้เคียง 400 สถาบันได้มีระบบ ขั้นตอน และ How To ในการฝึกลงลึก List จุดอ่อนการฟังของ นร อย่างละเอียดในแต่ละรูปแบบประโยคว่ามีจุดอ่อนด้านผลทางจิตวิทยา ระบบสมอง ไวยากรณ์ ทักษะระดับประโยค สำเนียงฝรั่ง และ อื่นๆ อย่างละเอียดเรียงคน .... : )
96. ทัศนคติของ นร ไทย ที่เป็นอุปสรรคทำให้พูดกับเขียนเพื่อสอบ TOEIC กับ IELTS ยากขึ้น จากที่สำรวจมาพบว่า เพราะ นร ไทย เน้นค่านิยมเรียนไวยากรณ์น้ำเยอะไม่เน้นรูปประโยคแล้วอัดเข้าไปในหัวมากๆ ลืมไม่เป็นไร แต่ไม่เน้นดึงไวยากรณ์รูปประโยคจากสมองมาใช้พูดเขียนรวมถึงฟังอ่านให้ครบ
ปัจจุบัน นายจ้างหรือสถานศึกษาต่อ สงสัยว่า ถ้า นร ไทย มีค่านิยมเน้นแต่อัดไวยากรณ์น้ำเยอะไม่ลงรูปประโยคเข้าไปในสมองมากๆ แต่ดึงออกมาใช้ไม่ได้ หรือ ไม่เร็ว หรือ ไม่มีคุณภาพมากพอ จะเปิดช่องโหว่ให้ อีก 5-10 ปีข้างหน้า ให้ นร ต่างชาติ เช่น คนจีนที่พูดฟังอ่านเขียนภาษาอังกฤษและภาษาไทย จะเข้ามาแย่งงานคนไทยในเร็ววัน เพราะเมืองจีนแข่งขันกันหางานสูงมาก คนจีนจึงอยากมาทำงานเมืองไทยกัน ....
95. ( ต่อจาก 94. ) ทัศนคติของ นร ไทย ที่เป็นอุปสรรคทำให้พูดกับเขียนเพื่อสอบ TOEIC กับ IELTS ยากขึ้น หรือ ปิดประตูไปเลย ก็คือ ค่านิยมการเรียนไวยากรณ์ที่เยิ่นเย้อพอใจกับการอัดเข้าไปในหัวมากๆอย่างเดียว ลืมก็ไม่เป็นไร อัดทางเดียวมากๆ เข้าไปใหม่ โดยไม่สนใจที่จะฝึกทักษะการดึงรูปประโยคในแต่ละไวยากรณ์มาใช้ในการพูดเขียนให้หลากหลาย เพราะ อย่าลืมฝรั่งเจ้าของภาษาให้คะแนน TOEIC , IELTS กับ เราไม่ใช่ตัวเราให้คะแนนตัวเราเอง ฝรั่งคงไม่ยอมปล่อยให้เราพูดมั่วเขียนมั่วแล้วทำลายภาษาของเขานะครับ .... : )
94. ( ต่อจาก 93. ) นร ต้องพยายามเลือกใช้รูปประโยคสำเร็จรูปการเขียนย่อหน้าเชิงความหมาย โดยเลี่ยงวิธีเพียงแปะคำเพิ่มแต่ไม่สนใจรูปแบบประโยคที่ทำให้ผ่านเกณฑ์ IELTS หรือ TOEIC นร ต้องตรวจสอบว่า นร ไม่เคยใช้รูปแบบประโยค ทักษะระดับประโยค หรือ ไวยากรณ์ เรื่องใด เพื่อผ่านเกณฑ์ IELTS ตัวอย่างเช่น Phrasal Verb , Noun Clause , Adjective Order , เป็นต้น
93. ( ต่อจาก 92. ) ต่อยอดจากเทคนิค Paraphrase หรือการถอดความแบบเลี่ยงแปลคำไทยหนึ่งคำเป็นภาษาอังกฤษหนึ่งคำ นร โทอิค หรือ IETLS ต้องพยายามเลือกใช้รูปประโยคสำเร็จรูปการเขียนย่อหน้าเชิงความหมายต่างๆ อย่างน้อยที่สุด 4 เชิง การเลือกนำมาปรับหรือเลือกมาใช้เลยก่อนการเรียนรูปแบบประโยคจะทำให้เข้าใจมากกว่าเอาแต่เรียนแต่ไม่เคยนำรูปแบบประโยคแบบใดแบบหนึ่งมาใช้ มิฉะนั้น นร ที่เอาคำมาแปะเขียนไปเรื่อยๆโดยไม่สนใจรูปแบบประโยคภาษาอังกฤษจะส่งผลร้ายระยะยาว .... : )
92. ( ต่อจาก 91. ) เทคนิค Paraphrase เป็นเพียงการฝึกซ้อมให้มีการถอดความจากภาษาไทยด้วยการผ่าชิ้นส่วนภาษาไทยแล้วเลี่ยงการแปลไทยหนึ่งคำเป็นภาษาอังกฤษหนึ่งคำ แล้วใช้เทคนิค Sentence Paterns Transformation มีข้อสังเกตข้อหนึ่งใน Check List 7 ข้อที่เป็นการประยุกต์ปรับเทคนิคที่ นร ต่างชาติใช้ฝึกพูดภาษาอังกฤษเหมาะกับคนไทย คือ นร ไทยต้องเลี่ยงการประมาณความหมายหรือเบี่ยงเบนความหมายที่จะสื่อสาร นร ไทยต้องเรียนรู้รูปแบบประโยคและระดับจำนวนศัพท์ที่มากเพียงพอ ตรงกับ เกณฑ์ของ IETLS , TOEIC คือ Lexicon Resource และ Idiomatic Usage .... : )
91. ( ต่อจาก 90. ) เทคนิค Paraphrase เป็นเพียงการฝึกซ้อมให้มีการถอดความจากภาษาไทยด้วยการผ่าชิ้นส่วนภาษาไทยแล้วเลี่ยงการแปลไทยหนึ่งคำเป็นภาษาอังกฤษหนึ่งคำ แล้วใช้เทคนิค Sentence Paterns Transformation ในการเลือกรูปประโยคและชิ้นส่วนประโยคมาใส่ในประโยคที่เราจะสื่อสารทันที และ ต้องฝึกพูดให้ได้ก่อน 10 วินาที เพื่ออะไร ??? .... : )
90. ( ต่อจาก 89. ) เทคนิค Paraphrase เป็นเทคนิคที่ นร ต่างชาติก็ใช้ในการฝึกภาษาอังกฤษด้านการพูดซึ่งเป็นพื้นฐานต่อยอดสู่การเขียน โดยเฉพาะการผ่านเกณฑ์ของ IETLS ที่เรียกว่า Grammatical Accuracy ที่ นร ต้องอย่าผิดไวยากรณ์ทุกประโยคที่พูดหรือเขียน คือ ??
89. เทคนิค Paraphrase คือ การแปลภาษาไทยจากประโยคสั้น กลาง ยาว ให้กลายเป็นประโยคภาษาอังกฤษ โดยเลี่ยงการแปลไทยคำเป็นอังกฤษหนึ่งคำ และ เลี่ยงแนวคิด Perfectionist ต้องแปลให้เหมือนภาษาไทยโดยยังบีบตัวเองจำกัดทางเลือกในรูปประโยคภาษาอังกฤษที่ตัวเองใช้อยู่
88. นร โทอิค กับ IELTS สามารถใช้เทคนิค Reverse Keyword ในการหาศัพท์ที่รู้ที่เป็น Seen Vocab มาเดา Unseen Vocab แต่การทำสอบ Reading โทอิคจะต้องทำให้เร็วกว่า IELTS การเดา Unseen Vocab หรือศัพท์ยากอาจไม่ต้องเดาทุกคำ แต่เมื่อตอบคำถามข้างล่าง บางครั้งคำถามอาจต้องมี Keyword ที่ต้องสอดคล้องกับ ศัพท์ยากที่อยู่ใน Reading : )
85. ( จากข้อ 84 ) ปัจจุบัน นร โทอิค ที่ยื่นคะแนนให้กับผู้ว่าจ้างหรือผู้สัมภาษณ์งาน มีแนวโน้มที่องค์กรผู้ว่าจ้าง ต้องการให้ พนักงานสามารถพูดหรือเขียนได้อย่างคล่องแคล่ว อย่างน้อยที่สุด การเขียนโต้ตอบอีเมล์ในรูปแบบประโยคแบบ Business English เป็นเรื่องปกติที่พนักงานต้องทำ นับเป็นภาพลักษณ์ขององค์กรในกรณีที่มีการติดต่อกับคู่ค้าที่ต่างประเทศ ผู้ที่สอบ IELTS จึงต้องเตรียมตัวมากกว่า TOEIC ในส่วนการเขียนในเชิงเหตุผลและ เชิงเปรียบเทียบ แม้กระทั่งในโจทย์การเขียนแบบ 250 Words ที่ใช้เวลาการเขียน 40 นาที ก็ตาม ...... : )
84. ( จากข้อ 83 ) การเรียนไวยากรณ์เสริมเพื่อลงลึกการพูดกับการเขียนของ IELTS แตกต่างจากลงลึกการฟังการอ่านของ TOEIC โดยเฉพาะ นร IELTS ต้องรับการสอบการเขียนเชิง Paragraph แบบ 150 Words และ 250 Words เริ่มต้นโจทย์แรกคือ 150 Words โจทย์จะให้เขียน Writing ย่อหน้าแบบการเขียนเชิงยกตัวอย่าง เชิงเหตุผล เชิงลำดับเหตุการณ์ และ ที่สำคัญ คือ เชิงการเปรียบเทียบ โดยที่ สถาบันมีชิ้นส่วนประโยคและรูปแบบประโยคที่ให้ นร สามารถนำไปใช้แบบสำเร็จรูปแบบต่อจิ๊กซอร์พัฒนาการเขียนรับมือโจทย์ดังกล่าวได้ รวมทั้ง โจทย์แบบ 250 Words ก็ตาม ...... : )
83. การเรียนไวยากรณ์เสริมเพื่อลงลึกการฟังการอ่านสำหรับ TOEIC อย่างน้อยที่สุด นอกจาก Connecting Words, Preposition , Participial , Adverb , Pronoun , Noun Determiner ที่ต้องสอบกับ TOEIC ใน Part Sentence Completion , Text Completion แล้ว แต่ต้องเรียนเพิ่มในส่วน Comparison Contrast และ Adjective Order , Adjective Clause เพื่อทำให้ตามรูปประโยคจากการฟังและการอ่านได้ดียิ่งขึ้น ...... : )
82. การฝึกการฟังที่ต้องมี Checklist การเรียนลงลึกการฟัง 8 ข้อใหญ่แต่มีข้อย่อยมากมาย นร ที่สถาบันที่มีทักษะการฟัง ก้าวกระโดดกับการถอดรูปประโยคจากการฟัง ก่อน 4 วินาที ให้ได้เพียง 70 % ก็จะครอบคลุม Key Word ที่ทำให้เข้าใจความหมายและแปลภาษาไทยได้อย่างอัตโนมัติ จำเป็นต้องฝึกไปพร้อมกับ ข้อสอบโทอิคที่เป็นโปรแกรม Download จาก Internet ฝึกนอกห้องควบคู่กัน พร้อมกับ ฝึกการแยกสำเนียงฝรั่งแบบอมเสียง หดเสียง เสียงเหมือน เสียงลาก เสียงคล้าย เสียงหลอน และ รับมือการฟังเร็วที่สถาบัน จะทำให้ เมื่อตรวจสอบตัวเองก็ CheckList จุดอ่อนการฟังจะลดลง ... : )
81. ( ต่อจากข้อ 80 ) การฝึก Listening จำเป็นต้องเรียนทักษะระดับประโยคกับไวยากรณ์บางบทเพื่อทำให้ลงลึกการฟัง ตามรูปประโยค ถอดรูปประโยคตาม Short Talk ที่ฝรั่งพูด เช่น ...
บทไวยากรณ์ Participial Phrase หรือ Adjective Formation หรือ Adjective Order โดยต้องเรียนไวยากรณ์ผ่านรูปประโยคเหมือนที่ นร ต่างชาติเรียนกัน จึงจะทำให้ทักษะระดับประโยคแข็งทำให้ นร สามารถทำลาย Noise การฟัง หรือ เอาชนะอุปสรรคสำเนียงฝรั่งได้ ... : )
80. ( ต่อจากข้อ 79 ) การฝึก Listening แบบมี Listening Toughness ที่ต้องฝึกวันละ 3 ชั่วโมงอย่างน้อยที่สุด เพราะ ...
เนื่องจากชีวิตประจำวันของคนไทยจะไม่ค่อยเจอฝรั่ง ถึงจะเจอฝรั่งก็จะเจอชาวต่างชาติที่ทำงานที่เมืองไทยมานาน จะไม่พยายามพูดโดยมีสำเนียงที่เป็นอุปสรรคการฟังของคนไทย เพราะกลัวคนไทยจะไม่ร่วมงานด้วย นร ลองเข้าไปที่ช่อง CNN , CNBC , BBC , แล้วลองฟังตามเสียงพูดตามเสียงดูว่าเราสามารถจิกคำในฐานะที่เป็น Listening ไม่ใช่ Hearing ได้ใน 5 วินาที อย่างต่ำได้สิบคำอย่างน้อยที่สุดหรือไม่ ... : )
79. การฝึก Listening แบบมี Listening Toughness จะช่วยทำให้เราจิกคำในฐานะ Listening ไม่ใช่ Hearing จะทำให้ ....
เราสามารถระบุที่มาของคำที่เราได้ยินได้ว่าอยู่ในตำแหน่งใดของประโยคมีผลต่อการถอดรูปประโยคจากการฟังได้อย่างน้อยที่สุด 70 % สังเกตว่า นร ของสถาบันที่ได้คะแนนมากกว่า 700 คะแนน Listening เขาจะเลย 400 เพราะผลกับการฝึกลงลึกที่สถาบัน ... : )
78. นร ที่ใช้เทคนิค Reverse Keyword หา Keyword ที่เป็น Seen Vocabulary หรือ ศัพท์ที่พอรู้ความหมาย ในบทความ Reading ของ TOEIC กับ IELTS เอามาช่วยเดาความหมายของ Unseen Vocab คำถามของ นร ถาม อ. ว่า แล้ว ...
ถ้าเราต้องทำ Part Reading ตามการคำนวณเวลาของ TOEIC ต้องให้เสร็จในคราวเดียวภายใน 45 นาที มันถึงทำทันโดยไม่มีข้อเหลือ และ อีก 25 นาที ก็จะสามารถทำข้อสอบไวยากรณ์ Sentence Completion กับ Text Completion ได้ทัน เวลาที่ นร ต้องทำข้อสอบแข่งกับเวลา การเดา Unseen Vocab ในบทความ หรือ ในโจทย์ไวยากรณ์ หรือ โจทย์ Reading มันก็ต้องทำ จำเป็นต้องเดาทุกคำ หรือไม่ คำตอบ คือ ไม่จำเป็น อย่างน้อยที่สุด Unseen Vocab ที่อยู่ใน Topic Sentence ของบทความต้องเดา ต่อตอนนหน้านะครับ ....
77. ต่อจากข้อ 76 ชิ้นส่วนประโยคที่สำคัญที่ทำให้ ได้คะแนนการพูดและการเขียน IELTS ได้ดี ก็คือ Noun Clause และ Adjective Clause แต่ นร ไทยหลายคน ไม่สนใจดึงมาใช้ให้ได้ทันต่อการพูด 11 -15 นาที ของการสอบ Speaking ของ IELTS นับเป็นเรื่องน่าเสียดาย ..... : )
76. อ. ขอหยิบยกกรณีศึกษา นร. ปัจจุบัน คือ น้องอุ้ ที่กำลังไปศึกษาต่อประเทศอังกฤษ โดยเรียนกับสถาบันเพื่อสอบ IELTS น้องอุ๊เรียนกับสถาบันโดยเรียนไวยากรณ์และทักษะระดับประโยคผ่านรูปประโยคนับพันรูปแบบ และ เรียนพร้อมชิ้นส่วนประโยคกว่าพันรูปแบบ ทำให้เรียนเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทดสอบด้วย การเปลี่ยนประโยคภาษาไทยแบบสั้นหรือยาวกลายมาเป็นประโยคภาษาอังกฤษ คุณอุ้ก็สามารถ Speaking ด้วยรูปแบบประโยคที่หลากหลายและ ทำลาย Halo Effect การพูด ด้วยการพูดได้ก่อนสิบวินาทีโดยไม่แปลไทยคำเป็นอังกฤษคำ และ ขอชื่นชมน้องเขาว่า น้องเขาสามารถลดความผิดพลาดไวยากรณ์ตอน Writing ได้ระดับหนึ่งแล้ว
75. อ. ขอหยิบยกกรณีศึกษา นร . ปัจจุบัน คือ น้องซาฟิน่า นร ท่านนี้ปู่ย่าเป็นชาวปากีสถานแต่ว่า น้องเขาเป็นมุสลิม มาจาก 3 จังหวัดภาคใต้ เดิม น้องเขายังไม่มีทักษะการฟังที่ถอดรูปประโยคและทำลาย Halo Effect ก่อน 4 วินาที ได้ เนื่องจาก น้องเขาเรียน IELTS กับ อ. พร้อมทั้ง TOEIC ปัจจุบัน น้องเขาได้คะแนนในระดับ TOEIC Listening จาก 30 ข้อ สอบแบบของจริงทุกสองชั่วโมง คะแนนไม่ต่ำกว่า ระดับ 25 ข้อจาก 30 ข้อ และ ซาฟิน่าใช้เวลาในการเรียนไวยากรณ์ผ่านรูปแบบประโยคและชิ้นส่วนประโยค สถาบันได้ทดสอบการ Speaking เพื่อฝึกให้ น้องเขาเลือกช้อปปิ้ง ชิ้นส่วนประโยค มาช่วยการพูด ปัจจุบัน น้องเขาพูดได้โดยไม่ต้องแปลไทยคำเป็นอังกฤษคำ ทำลาย Halo Effect การพูด สามารถพูดได้ก่อน 10 วินาที โดยใช้รูปแบบประโยคที่ไม่ง่ายเกินไปหรือผิดไวยากรณ์ทำให้ฝรั่งที่สนทนาด้วยไม่กล้าอมยิ้ม และ การเขียนของน้องเขาก็พัฒนาก้าวกระโดดตาม
74. หนึ่งในหกข้อ Check List พัฒนาการพูดการฟังแบบก้าวกระโดด มีข้อหนึ่งที่ นร สถาบัน สามารถฝึกการเขียนและการพูด ด้วยวิธีพัฒนาการเขียนให้มี Grammartical Accuracy มากขึ้น ด้วยการใช้ชิ้นส่วนประโยคระดับเป็นพันรูปแบบที่ลงลึกกว่ารูปแบบประโยคเจาะลึกไปที่ตำแหน่งในประโยค ใช้ในการฝึกพูด จนเกิดทักษะการเลือกใช้รูปแบบประโยคได้เร็วและมีประสิทธิภาพ การเขียนจะพัฒนาขึ้นแบบก้าวกระโดดตามมา
73. ล่าสุด นวตกรรม Writing-To-Placement เพื่อพัฒนาคะแนนการพูดของ IELTS , TOEIC แบบก้าวกระโดด รวมถึง Checklist 6 ข้อ ใช้ตรวจสอบจุดอ่อนของการเขียนภาษาอังกฤษ ปรับจากเทคนิค นร ต่างชาติ ได้แก่
การเลือกรูปประโยค&ไวยากรณ์ที่สั้นกระชับให้สอดคล้องเข้ากับตำแหน่งคำในประโยค 4 ตำแหน่ง โดยที่ สถาบันมีรูปแบบประโยคที่ฝรั่งนิยมใช้พูดเป็นรูปแบบที่กระชับและไม่เยิ่นเย้อ ทั้งภาษาที่ฝรั่งนิยมใช้ หรือ ภาษาเขียน หรือ ภาษา Business English เป็นระดับพันรูปแบบ เลือกมาใช้เจาะลึกลงในแต่ละตำแหน่งคำในประโยค ตั้งแต่ ประธาน ภาคแสดง ส่วนเติมเต็ม กรรม ส่วนขยายประโยค ผสมผสานการเลือกไวยากรณ์และทักษะระดับประโยค
ทำให้ทำลายอุปสรรคการพูด หรือ Halo Effect การพูด ก่อน 4 วินาที ได้แก่ เปลี่ยนการแปลไทยหนึ่งคำเป็นอังกฤษหนึ่งคำแบบคำต่อคำ เป็นการเลือกรูปประโยค ทักษะระดับประโยค ไวยากรณ์ มาใช้ได้เลยก่อน 4 วินาที
สอดคล้องกับการผ่านเกณฑ์การพูดและการเขียนของ IELTS , NEW TOEIC คือ การเลือกใช้คำศัพท์ที่เหมาะสม , การเลือกรูปประโยคที่หลากหลายกับไวยากรณ์หลายเรื่อง , การเลือกใช้สำนวน , Collocation , Lexicon และ อื่นๆ
---- 72. การเรียนไวยากรณ์เพียงบางเรื่อง สามารถทำให้ นร ก้าวกระโดดกับการพูดฟังอ่านเขียนโทอิค กับ การพัฒนาการพูดการเขียนของ IELTS เนื่องจากไวยากรณ์ผ่านรูปประโยค 2000 รูปแบบ ทำให้ นร สามารถเลือกมาช้อปปิ้งมาพัฒนาทักษะพูดฟังอ่านเขียนร่วมกับเทคนิคลงลึก Placement ของประโยคได้ ทำให้ การเขียนหลากหลาย การพูดก็หลากหลาย คะแนนของ โทอิค และ IELTS ทำให้ผ่านเกณฑ์ของ Collocation , Grammartical Usage กับ Idiomatic Usage ได้ไม่ยาก
71. นร ที่ต้องพัฒนาการเขียนและการพูดแบบก้าวกระโดด จำเป็นต้องได้รับชื้นส่วนประโยคมาต่อ Jigsaw เพื่อพัฒนาการเขียนการพูด ที่เป็น Paragraph 8 เชิง ปัจจุบัน นร สถาบันได้รับชิ้นส่วนดังกล่าว พื้นฐานคือ การเขียนที่เป็น PAragraph เชิง For Example และ Cause and Reason ดังนั้น การพัฒนาการเขียนการพูดไม่สามารถเรียนแค่เรื่อง Preposition หรือ Connecting Words หรือ ไวยากรณ์บางเรื่อง ได้ ต้องอาศัยชื้นส่วนประโยคดังกล่าวช่วยพัฒนาการเขียนและการพูดด้วย
70. Checklist ข้อแรกเกี่ยวกับการพัฒนาการเขียนเพื่อสอบ TOEIC กับ IELTS แตกต่างจากเดิมวิธีทบทวนทักษะระดับประโยคกับไวยากรณ์ที่เป็นแบบจิ้มทวนคำผ่านรูปประโยคทำให้ไม่ลืมไวยากรณ์ ซึ่งอาจารย์ใช้วิธีนี้ทบทวนไวยากรณ์เป็นระยะๆ ในการลงลึกการฝึก Reading อยู่แล้ว แต่วิธีทบทวนไวยากรณ์ทักษะระดับประโยคเพื่อการพูดหรือเขียนต้องเป็นการหมั่นใช้รูปแบบประโยคที่หลากหลายและใช้รูปประโยคที่ฝรั่งนิยมใช้มากขึ้น
69. ต่อจากข้อ 68. การพัฒนา Checklist 6 ข้อใหญ่ เพื่อตรวจสอบอุปสรรคและจุดอ่อนการเขียนของ นร ไทย ที่สอบ TOEIC , IELTS นำมาประกอบกับการตรวจไวยากรณ์และทักษะระดับประโยคในการเขียนของ นร ที่สถาบันอย่างละเอียด ประกอบกับ การลงลึกรูปแบบประโยคและไวยากรณ์บางบทที่ นร ไม่คล่อง ทำให้ นร สถาบันสามารถพัฒนาการเขียนได้เร็วมากในการเขียน Paragraph 8 เชิงความหมายได้
68. นวตกรรมการเรียนลงลึกการฟังด้วยการแยกสำเนียงฝรั่งรับมือการฟังเร็วที่สุดในโลกของ TOEIC อ. จำเป็นต้องเจาะลึกลงในรูปประโยคที่มีการอมเสียงหดเสียงลากเสียงเสียงเหมือนเสียงคล้าย และ ระบุจุดอ่อนของ นร ในการฟังทั้งด้านอุปสรรคระบบสมอง หรือ ทัศนคติ รวมถึง การไม่คุ้นกับรูปแบบประโยคเจาะลึกแต่ละตำแหน่งคำในประโยค ทำให้ นร สามารถรู้จุดอ่อนตัวเองเพิ่มเติมจาก Checklist ลงลึกการฟัง 8 ข้อใหญ่ได้ .... : )
67. เพื่อพัฒนาคะแนนการพูดของ IELTS , NEW TOEIC แบบก้าวกระโดด ได้แก่ การนำเทคนิค นร ต่างชาติ มาพัฒนาเป็น CheckList 6 ข้อ ตรวจสอบจุดอ่อนหรืออุปสรรคในการเขียนภาษาอังกฤษ ของ นร ไทย .....
66. ล่าสุด นวตกรรม Analogy-To-Placement เพื่อพัฒนาคะแนนการพูดของ IELTS , TOEIC แบบก้าวกระโดด คือ ....
การเลือกรูปประโยค&ไวยากรณ์ที่สั้นกระชับให้สอดคล้องเข้ากับตำแหน่งคำในประโยค 4 ตำแหน่ง โดยที่ สถาบันมีรูปแบบประโยคที่ฝรั่งนิยมใช้พูดเป็นรูปแบบที่กระชับและไม่เยิ่นเย้อ ผสมผสานการเลือกไวยากรณ์และทักษะระดับประโยค มากกว่า 700 รูปแบบ เลือกมาใช้เจาะลึกลงในแต่ละตำแหน่งคำในประโยค ตั้งแต่ ประธาน ภาคแสดง ส่วนเติมเต็ม กรรม ส่วนขยายประโยค
ทำให้ทำลายอุปสรรคการพูด หรือ Halo Effect การพูด ก่อน 4 วินาที ได้แก่ เปลี่ยนการแปลไทยหนึ่งคำเป็นอังกฤษหนึ่งคำแบบคำต่อคำ เป็นการเลือกรูปประโยค ทักษะระดับประโยค ไวยากรณ์ มาใช้ได้เลยก่อน 4 วินาที
สอดคล้องกับการผ่านเกณฑ์การพูดของ IELTS , NEW TOEIC คือ การเลือกใช้คำศัพท์ที่เหมาะสม , การเลือกรูปประโยคที่หลากหลายกับไวยากรณ์หลายเรื่อง , การเลือกใช้สำนวน , Collocation , Lexicon และ อื่นๆ
65. ( ต่อจาก 64. ) การฝึกฟังยาวเพื่อเพิ่ม Listening Toughness เมื่อเทียบกับจำนวนชั่วโมงที่ควรฝึกพบว่า ควรฝึกวันละอย่างน้อยที่สุด 3 ชั่วโมง โดยที่ นร สามารถฝึกฟังภาษาอังกฤษยาวๆ กับช่อง UBC ก็ได้ เนื่องจาก สถาบันมีการสอบนิวโทอิคและ IELTS จริง ทุกสองชั่วโมง ฉะนั้น นร ต้องกลับไปฝึกนอกห้องอย่างมาก มิฉะนั้น Earing หรือ โสตประสาทการฟัง มีโอกาสถอยหลังลงได้ .....
64. นร สถาบันหลายคนที่สอบจริงทุกสองชั่วโมง ทั้ง NEW TOEIC และ IELTS กับทางสถาบัน พบว่า นร เหล่านั้น ได้พยายามทบทวนและกลับไปใช้เทคนิคที่เรียนกับอาจารย์ โดยเฉพาะการฝึกคู่กันระหว่างโปรแกรมคอมพิวเตอร์กับไฟล์ฟังยาวได้แก่ ....
ไฟล์ฟังยาวที่เป็นการสนทนาโต้ตอบกับ แอนโธนี่ รอบบิ้น กับ เจย์อับราฮัม ซึ่งคนหนึ่งพูดเร็วและอีกคนพูดไม่เร็วแต่เป็นการฝึก Listening Toughness ทำให้สามารถฝึกจิกคำที่ได้ยินระบุที่มาของคำ ทั้ง ตำแหน่งคำในประโยคและประเภทคำได้ ซึ่งดีกว่า การฝึกฟังเพลงหรือการฝึกฟังบทสนทนาในหนังที่เป็นรูปประโยคสั้นเกินไป ทั้งที่การสอบโทอิคและไอเอลปัจจุบันหนึ่งประโยคที่ทดสอบการฟังใน Short Talk มักจะมีความยาวหนึ่งประโยคมี 25 ถึง 45 คำอยู่แล้ว การฝึกฟังยาวจำเป็นต้องทำควบคู่กับโปรแกรมข้อสอบโทอิคที่ไม่มีเฉลยแต่มี speed Listening และ ความยาก ในระดับนิวโทอิค เพื่อเป็นการฝึกความกล้าที่จะลองที่จะผิดกับ นร ไทย ไม่ใช่ใช้แต่ความคุ้นเคยกาง Tape Script อ่านไปด้วยฟังไปด้วย ซึ่งมันเป็นความเคยชินที่ทำลายความมั่นใจตัวเองในตอนสอบมากกว่า 90 % .... : )
---- 63. เทคนิคการเดา Unseen Vocab ด้วยเทคนิค Reverse Keyword คือ การหา Keyword ที่อยู่ในบทความที่เป็น Seen Vocab มาประกอบการพิจารณาเดา Unseen Vocab ในบทความ การเดาอย่างไรก็ไม่ได้ทำให้ได้ความหมายที่ตรง 100 % แต่การกล้าเดาจะช่วยให้สามารถเชื่อมบริบทที่อ่านที่อยู่ก่อนและหลังคำศัพท์ Useen นั้น .... ดังนั้น ทำไมต้องฝึกฝนเทคนิค Reverse Keyword ให้เป็นทักษะชำนาญ ...
เหตุผลคือ การนำ Keyword มาประกอบการเดา Unseen Vocab ต้องประกอบการเลือกคำในตำแหน่งคำในประโยคให้ถูกต้อง และ Part of Speech ที่ถูกต้อง และ ถ้าไม่สามารถหา Keyword ได้ ต้องย้อนหลังไป Topic Sentence ใด หรือ ไปหาตำแหน่งคำในประโยคอื่นๆ อะไร บ้าง สิ่งเหล่านี้ต้องฝึกฝนด้วยการใช้ให้คล่อง จึงทำให้อ่านบทความใน TOEIC และ IELTS ได้โดยใช้เวลาไม่นาน ....
62. CheckList 8 ข้อในการตรวจสอบจุดอ่อนการพัฒนาทักษะการฟัง เอามาประกอบการฝึกพูดในการสอบ IELTS , TOEFL ได้ ..... อย่างไร .....
เนื่องจากผู้ที่ฝึกฟังจำเป็นต้องมีทักษะระดับประโยคที่แน่น และ ควรมีรูปแบบประโยคในหัวที่หลากหลายมากพอ มันจะทำให้เดารูปประโยคในขณะที่ฟังล่วงหน้าได้บ้างทำให้รับมือการฟังที่เร็วและการฟังที่ต้องเผชิญสำเนียงฝรั่งฟังยาก โดยเฉพาะสำเนียงคนจากประเทศสหราชอาณาจักรที่อยู่ในข้อสอบ IELTS , TOEIC เช่นเดียวกับการพูดที่ต้องเลือกรูปประโยคที่หลากหลายมากพอ และ ต้องเลือกให้มาสื่อสารสะท้อนถึงความคิดในหัวได้พอดี มิใช่การแปลไทยคำเป็นอังกฤษคำเพราะภาษาอังกฤษกับภาษาไทยไม่เหมือนกันและไม่สามารถประมาณความหมาย แบบนั้น หรือ แบบว่า ได้ นั่นเอง .... ดังนั้น Checklist ของสถาบันจะเป็นบทกลับที่ช่วยพัฒนา Speaking ของผู้ฝึกได้ .....
61. นวตกรรมนำชิ้นส่วนประโยคที่ใช้ในการต่อจิ๊กซอว์ในการเขียน หรือที่เรียกว่า Sentence-to-Sentence Technique นำมาพัฒนาทักษะการพูดในการสอบทั้ง TOEIC และ IELTS ทักษะการเขียนต้องมาก่อนทักษะการฟังและสามารถฝึกควบคู่กันได้ แต่....
ทักษะการพูดตอนสอบจะแก้ไขยากกว่าการเขียน เพราะ การเขียนแก้ไขง่ายกว่า ดังนั้น หลักเกณฑ์ของ IELTS ทั้งด้านการพูดและการเขียนคล้ายกัน เช่น Collocation , Lexicon , การเลือกใช้ไวยากรณ์และรูปแบบประโยคที่นิยมพูดและเขียนที่ทำให้ได้คะแนน เช่น Noun Clause , Adjective order , etc. , การเลือกใช้ศัพท์ เป็นต้น ถ้าผู้สอบศึกษาเรื่องพวกนี้ด้วยตัวเองอาจใช้เวลา สถาบันครูเกรียงช่วยนำรูปแบบประโยคตัวอย่างระดับมากกว่า 500 รูปแบบประโยคเป็นชิ้นส่วนประโยคมาต่อเพื่อพัฒนาทักษะการพูดการเขียนให้ได้ .....
60. นร รุ่นหลังจากน้องนาฏยา ที่ขึ้นทำเนียบล่าสุด มาสมัครจำนวนมาก และ กำลังเตรียมพร้อมสู่การสอบโทอิคครั้งใหม่ นร รุ่นหลังมีความขยันสูงมาก อ. ขอยอมรับเลยว่า นร รุ่นหลังทั้งน้องนาฏยา และ น้องนุช ล้วนขอร้องให้อาจารย์สอนถึงห้าทุ่ม ( คงเป็นที่เดียวในโลกนะครับ ) อ. ก็ยินดี แต่ข้อได้เปรียบของพวกเขา คือ .....
การที่อาจารย์มีตัวอย่างมากกว่า 200 ตัวอย่างที่เป็นรูปประโยค จากการที่อาจารย์แยกสำเนียงฝรั่งที่มาจากสำเนียง สหราชอาณาจักร แคนาดา ออสเตรเลีย ที่เป็นสำเนียงอมเสียงหดเสียงลากเสียงเสียงเหมือนเสียงคล้ายเสียงหลอน ให้ นร ไทยได้ฟัง และ บอกละเอียดว่า รูปประโยคหรือคำแบบนี้ทำไมมันลากเสียงแบบนี้แบบละเอียด
ไม่มีปาหี่ ไม่มีตลกโปกฮา ไม่มีไร้สาระ ไม่มีเวลาไปด่าว่าติวเตอร์รายอื่น ที่ทำให้เด็กไม่ได้ความรู้คุ้มกับเงินที่จ่าย แค่แยกสำเนียงให้ นร สถาบัน ได้รู้ได้ทราบเพื่อให้ทันสอบทุกสองชั่วโมงได้ ก็ต้องรีบทำรีบเรียน ไม่อย่างนั้นไม่ทัน พร้อมต้องอธิบาย CheckList ที่ใช้ตรวจจุดอ่อนอุปสรรคการฟัง ที่เป็นเทคนิค นร ต่างชาติใช้ นำมาตรวจศักยภาพด้านการฟังที่เพิ่มขึ้นของ นร ไปพร้อมกัน ก่อนสอบIELTS หรือ นิวโทอิคจริง ในแต่ละ Part ทุก Part ของการสอบจริงจับเวลาจริง นี่คือ สิทธิประโยชน์บางส่วน ที่ นร ได้ทั้งหมดที่พร้อมจะเป็นรายชื่อขึ้นทำเนียบ นร ก้าวกระโดดต่อไป .... : )
59. อ. นำคำสัมภาษณ์ของคุณวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานมูลนิธิอมตะ ที่เคยทำนายว่า อีก 5 ถึง 10 ปีข้างหน้า คนไทยเราต้องอาจอพยพไปทำงานที่เวียดนามแทน ได้ให้คำแนะนำที่น่าสนใจผ่านรายการ Business Connection ดำเนินรายการโดย อ. ธันยวัช และ อ. อาทิตย์ เมื่อ 1 มค 53 ที่ผ่านมา ถึงความน่ากลัวของ นร เวียดนาม ในด้านการเรียนทุกด้าน โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ .... : )
เนื่องจาก การเปิดเขตเสรีแรงงานในอาเซียน ภายใน 2015 นับจาก เริ่มต้น เปิดเสรีอาเซียน 1 มค 2010 น่าจะเกิดขึ้นอีกไม่กี่ปี นร เวียดนาม ได้ถูกปลูกฝังและวางระบบโดยรัฐบาลเวียดนาม โดยถอดแบบจากสิงคโปร์ และ ประยุกต์สู่แนวคิดการทำงานและสำนึกที่ดีของคนจีนและญี่ปุ่น ทำให้ นร เวียดนาม เป็นผู้ที่กล้าที่จะเรียน กล้าที่จะลอง ไม่มีค่านิยมเสียเงินแพงและชอบแต่มาฟังอาจารย์พูดเรื่องไร้สาระนอกเรื่องทำให้ไม่มีศักยภาพสอบ TOEIC , IELTS , TOEFL ได้ อาจารย์คนไหนพูดดี โดยเฉพาะคุณวิกรม เคยไปบรรยายให้ นร เวียดนามฟัง นร เขาก็ตบมือเป็นระยะ นร อายุยังไม่ถึง 20 ปี ก็ตะโกนถามคำถามเฉียบคมแบบทรงภูมิปัญญา กับคุณวิกรม
นอกจากกฏเหล็ก 5 ด้านของโฮจิมินในการสร้างสำนึกการศึกษาของคนเวียดนามแล้ว นร เวียดนาม หรือ เวียดนามโพ้นทะเล เวียดเกียว ยังมีระบบคิดที่ไม่เสียเวลากับเรื่องไร้สาระที่ผู้สอนบางคนชอบนอกเรื่อง ไม่มีค่านิยมซื้อเวลา ไม่มีค่านิยมเสียเงินไปเรื่อยๆ กับ ระบบเรียนที่ทำให้ไม่ลงลึก สอบก็ไม่ได้ อาจารย์ระดับสุดยอดของอเมริกาด้านการสอบ TOEFL อย่าง Bruce Roger ยังต้องไปทำวิจัยพัฒนาภาษาอังกฤษคนเวียดนามเลย
ถ้า นร ไทย สามารถมีค่านิยมแบบคนเวียดนามได้ เดิม นร ไทยก็มีศักยภาพไม่แพ้ใคร ขนาด นร หลายคน ไปเรียนหลายที่ คะแนนมันก็อยู่กับที่ แต่ทำไม นร หลายคน นั้นกลับมาเรียนกับ อ. เกรียงที่นำเทคนิคการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษจาก นร ต่างชาติมาเผยแพร่ปรับใช้กับคนไทย แล้วศักยภาพคะแนนการสอบ ของ นร ที่เปลี่ยนมาเรียนกับ อ. มันก้าวกระโดดเพียงการสอบครั้งแรก โดยไม่ต้องใช้กลยุทธ์การตลาดเชิงการค้าแบบรับประกันผล สอบไม่ได้กลับมาเรียนซ้ำ รับประกันผลจริงๆ มันต้องทำให้คะแนนครั้งแรกของ นร เพิ่มขึ้นพอใจหรือก้าวกระโดดไปเลย ไม่ใช่มาเรียนซ้ำแล้วยังมีปัญหา นร ที่ได้เลย 600 เลย 700 ยังกลับมาเรียนซ้ำกับ อ. เลย ย่อมแสดงว่า นร ไทยไม่ได้มี DNA อ่อนด้อยกว่าชาติไหน แต่เพียงมีค่านิยมเรียนแพงกับระบบการเรียนที่ทำให้สอบไม่ได้นั่นเอง ... : )
58. ( ต่อจากข้อที่ 57 ) สุขสันต์สิ้นปีต่อปีใหม่ทุกท่านนะ อ. เป็นกำลังใจให้ผู้สอบโทอิค IELTS ทุกคน เทคนิค Reverse Keyword ที่หาคำศัพท์ที่เป็น Seen Vocab เอามาช่วยเดา Unseen Vocab ที่ยากที่ไม่รู้ความหมายใน Reading ของ IELTS หรือ TOEIC มันต้องฝึก
เช่น ถ้า Unseen Vocab เป็น Noun ทำไมต้องใช้ Keyword ที่เป็น Noun ที่ควรอยู่ใน Placement เดียวกันหรือใกล้เคียงกันมาช่วยเดา มันอาจเป็นคำนามที่มี Adjective Order หรือ Noun Compound ต้องดูดี ๆ มันต้องใช้การสังเกตและฝึกให้เร็ว จะทำให้ นร อ่านบทความได้แม่นได้เร็ว สามารถรับมือ 14-17 บทความได้ภายใน 45 นาที ทำให้ทำข้อสอบ TOEIC ทัน หรือ รับมือ การอ่านใน 60 นาที ของ IELTS ภาค Academic ได้ .....
57. เทคนิค Reverse Keyword ที่หาคำศัพท์ที่เป็น Seen Vocab เอามาช่วยเดา Unseen Vocab ที่ยากที่ไม่รู้ความหมายใน Reading ของ IELTS หรือ TOEIC ทำไมเทคนิค นร สถาบันของอาจารย์เกรียงฝึกฝนอย่างหนักเพื่อให้เกิดทักษะใช้เทคนิคนี้ ทำให้ทำลายอุปสรรคการอ่าน อ่านได้เร็วขึ้น เพราะอะไร ....
เทคนิคลงลึกของสถาบันทั้งการฟังการอ่าน ที่ นร ต่างชาติเขาใช้ แล้วอาจารย์นำมาเผยแพร่ เป็นสิ่งที่ต้องนำมาฝึกฝนให้เกิดทักษะ มันจึงไม่ใช่การสอนที่คิดราคาแพง แต่พูดนอกเรื่องราวเอามันเอาสะใจกับ นร ไทย รวมถึง การมานั่งสอนกางตำรา บังคับให้ นร ท่องจำ ถ้าการท่องจำอะไรบางอย่างโดยนอกห้องไม่ฝึกซ้อม หรือ ไม่เคยฝึกซ้อมเลย มันสอบ IELTS หรือ TOEIC ไม่ได้อยู่แล้ว ยิ่งระบบการสอนเสียเงินแพง แล้วมีเนื้อหานอกเรื่องที่ไม่ได้ทำให้ นร ไทย สอบได้ มันจะลำบาก ซึ่งลักษณะคอร์สแพงแต่นอกเรื่องราวเรียนผิวเผิน ทำให้สอบไม่ได้ นร ต่างชาติเขาก็ยิ่งแอนตี้
การลงลึกการอ่านด้วยเทคนิค Reverse Keyword มันต้องฝึกฝนด้วย เช่น ถ้า Unseen Vocab เป็น Verb ทำไมต้องใช้ Keyword ที่เป็น Verb ที่ควรอยู่ใน Placement เดียวกันมาช่วยเดา หรือ Unseen Vocab เป็น Adjective ต้องดูด้วยว่า มันอยู่หลัง Verb To be หรือ อยู่ในตำแหน่ง Adjective Order มันมีวิธีหา KeyWord มันต้องใช้การสังเกตและฝึกให้เร็ว จะทำให้ นร อ่านบทความได้แม่นได้เร็ว สามารถรับมือ 14-17 บทความได้ภายใน 45 นาที ทำให้ทำข้อสอบ TOEIC ทัน หรือ รับมือ การอ่านใน 60 นาที ของ IELTS ภาค Academic ได้ .....
56. ปัญหาของ นร หลายคนที่เพิ่งเริ่มฝึกพัฒนาทักษะ Listening ภาษาอังกฤษ โดยเพิ่งเปลี่ยนจากการฝึกผิดวิธีที่ทำให้อย่างไรก็ฟัง Listening ไม่ได้ นร หลายคนเดิมมีความเคยชินที่เห็นชัดจากการฝึก Listening อย่างไม่มีหลักเกณฑ์ผิดวิธีทำให้อย่างไรก็ตามฟังไม่ได้ นร ดังกล่าวมักจะมีความเคยชินที่จะอยากจิกฟังคำใดก็ค่อยจับคำที่ตัวเองอยากฟังอยากจับ จะเป็นคำที่คิดว่าตัวเองคุ้นเคย หรือ พอประมาณว่าได้ แต่ผลร้ายของการประมาณว่า คงประมาณคำนั้น โดยไม่ยอมรับความจริงว่า ตำแหน่งคำในประโยคดังกล่าวฟังไม่ได้ เพราะ Earing ในการฟังยังปรุงแต่งคำเป็น Noise การฟังอยู่ ปัญหา นร เหล่านั้นดังกล่าวเกิดจากชั่วโมงบินในการฝึกฟังยาวน้อย หรือมี Listening Toughness น้อย โดยที่เกณฑ์ของสถาบันจะให้ นร ฝึกฟังยาวจิกคำโดยเฉลี่ย 5 วินาที่ให้ได้ 10 คำ .... : )
55. การจิกคำที่ฟังแต่ละคำแบบหักดิบจำคำเป็นการฝึกการจิกคำที่ฟังและระบุที่มาของคำได้การฝึกเบื้องต้นได้เป็นอย่างดี แต่ นร สถาบันหลายคนได้พัฒนาเปลี่ยนจากการหักดิบจำคำกลายเป็นการเดารูปประโยคล่วงหน้าได้แล้ว เพราะ การหักดิบจำคำอาจจะไม่สามารถจิกคำที่ฟังได้ทันกับการฟัง Listening ที่เร็วมากอย่างนิวโทอิค และ นร หลายคนในสามรุ่นถัดมา สามารถสอบจริงนิวโทอิคทุกสองชั่วโมงกับสถาบัน ใน Part Short Talk สามารถทำคะแนนระหว่าง 20 ถึง 25 ข้อ จาก 30 ข้อได้แล้ว .... : )
54. อ.ขอกล่าวถึงกรณีศึกษาของ นร สถาบัน คนหนึ่งที่มีความพยายามสูงมาก คือ คุณ ขจรศักดิ์ ซึ่งเรียนระดับปริญญาโทบางมด มีคำถามที่ถามอาจารย์น่าสนใจมากและทำให้เขาได้นำแนวคิดไปพัฒนาตัวเองได้ น้องเขาถามอาจารย์ว่า การที่เราฟังแล้วจิกคำฟังคำตามรูปประโยคไม่ทัน แล้ว พูดตามเสียงแบบฮัมเพลง หรือ แปะคำเพิ่ม มันจะมีผลดีหรือผลร้ายอย่างไร ....
คำตอบคือ เป็นผลร้ายมากกว่าผลดี เพราะ การ Listening ต่างกับ Hearing เพราะ คำที่พุ่งเข้าหูแต่ละคำ เราจะต้องจิกและระบุได้ว่า เป็นคำที่มาเป็นตำแหน่งใดของประโยคและเป็นคำประเภทใด นี่คือพื้นฐานสำคัญที่ทำให้เราตามรูปประโยคได้ไม่ต้องถึง 100 % แค่ 70 % ก็ได้ Keyword ที่ทำให้เราเข้าใจความหมายในหนึ่งประโยคการฟังได้แล้วแปลภาษาไทยได้ตามอัตโนมัติแล้ว แต่การฮัมเพลงเอาเสียงของคำแล้ว นร ไทยหลายคนคิดว่า ภาษาอังกฤษเหมือนภาษาไทย สามารถประมาณความหมายอย่างนั้นอย่างนี้ได้เหมือนภาษาไทย นับเป็นการฝึกที่ผิด เพราะเท่ากับ นร ไทยคนนั้นไม่กล้าที่ผิด ไม่กล้าที่จะเดาคำที่ฟัง ว่า เป็นคำอะไร เอาประมาณแล้วเสียงที่ประมาณนั้นก็ไม่กล้าที่จะระบุว่าเป็นคำอะไร ข้อดีที่เรียนกับสถาบันครูเกรียงคือ อาจารย์จะเป็นคนแยกสำเนียงฝรั่งและเฉลยคำที่ นร เดาว่าผิดเป็นอะไร จะทำให้พัฒนาประสบการณ์ Listening ได้อย่างก้าวกระโดดในระยะเวลาอันสั้น เพราะข้อจำกัด นร ไทย หลายคน คือ มาฝึก Listening ตอนโต ไม่ใช่ฝึก Listening ตอบเด็กเหมือน นร ต่างชาติ .... : )
53. ค่านิยมของ นร ไทยหลายคนที่คิดว่า ต้องเรียนไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะ เรียนไวยากรณ์ไปนานๆ คิดว่า สักวัน อาจจะพร้อมและสามารถสอบได้ แต่ไม่ได้ถามตัวเองว่า ทำไมค่านิยมดังกล่าว ทำให้เรียนไวยากรณ์วันนี้ อีกไม่กี่วันก็ลืม เรียนไวยากรณ์มากมาย แต่ก็ยังสอบการฟังไม่ได้เลย สอบอ่านก็อ่านไม่ได้เพราะอ่านช้าทำไม่ทัน เรียนเสียเงินมากๆ เรียนแล้วก็ไม่อยากทบทวน เรียนแล้วอีกไม่นานก็ลืม คำว่า พร้อม มันอยู่ตรงไหน แล้วทำไม นร ต่างชาติ โดยเฉพาะ นร หลายประเทศ เช่น เกาหลี จีน เวียดนาม ญี่ปุ่น ที่เริ่มใช้ภาษาอังกฤษแพร่หลาย คนที่อายุต่ำกว่า 30 เริ่มใช้ภาษาอังกฤษในการทำธุรกิจกันมากมาย แต่ นร ไทย หลายคน ยังเรียนไปเรื่อยๆ แพงแค่ไหน เรียนระบบไหนสอบไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ช้อปปิ้งเรียนไปเรื่อยๆ ทำไม .... นร ต่างชาติพวกนั้นเรียนไวยากรณ์แล้วไม่ลืม ..... : ) ทำไมต่างกับ นร ไทย บางคน .... โดยเฉพาะ ระบบการเรียนที่ อาจารย์ได้นำมาเทคนิคพวก นร ต่างชาติมาเผยแพร่ หนึ่งในนั้นที่ทำให้ นร ต่างชาติเรียนไวยากรณ์แล้วไม่ลืม รวมถีง นร ที่สถาบันของอาจารย์ก็คือ การเรียนไวยากรณ์ผ่านรูปประโยคและมีการจิ้มคำแล้วอาจารย์ก็ถามทันทีว่า ที่จิ้มคำภาษาอังกฤษในบทความใดๆ เป็นคำที่ตำแหน่งใดและคำประเภทไหน อาจารย์ได้ทดสอบกับ นร อินเดีย บังคลาเทศ เพียงอายุไม่ถึง 20 ปี เขาก็สามารถตอบถูกหมด ในรูปแบบประโยค 2000 ข้อที่แยกออกมาเป็นไวยากรณ์ Basic Grammar และ Advance Grammar ครบทุกบท ทั้งระดับพื้นฐานและAdvance รวมถึง นร เวียดนามที่สามารถฝึกฝนด้วยวิธีทั้งผู้สอนชาวอเมริกัน อินเดีย หรือ สิงคโปร์ ที่ไปสอนในเวียดนาม
ดังนั้น ค่านิยมของ นร ไทย ที่ไม่สนใจว่าเรียนแพงแค่ไหน เรียนระบบการเรียนยังไงสอบไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เรียนไวยากรณ์ไปเรื่อยๆ เสียเงินมากมายไปเรื่อยๆ ไม่ชอบทบทวน เรียนไปนึกว่าจำได้ แต่เรียนไปไม่กี่วัน ก็ลืม แถมเรียนไวยากรณ์มากมาย ประสบการณ์กับรูปแบบประโยคที่หลากหลายก็ไม่มี เพราะเรียนแต่ทฤษฏี ประเภทไวยากรณ์ เยิ่นเย้อ ไม่ลงรูปประโยคให้เห็น ทำให้ ไม่รู้จะพูดฟังอ่านเขียนยังไง เพราะไม่รู้รูปประโยค มันก็ฟัง Listening ตามรูปประโยคไม่ทัน จับคำเป็นคำๆ มันก็ไม่รู้ความสัมพันธ์ก็สรุปความหมายไปเอง ก็ไม่สนใจ ก็ไม่เป็นไร
ค่านิยมดังกล่าว สะท้อนถึง นร บางคนที่ได้ออกสื่อทีวีวิทยุ ที่บ่นว่าเสียเงินเป็นแสน เขาก็ยังเรียนไวยากรณ์ไปเรื่อยๆ แต่เรียนแล้วก็ลืม เสียเงินมากมาย เงินใกล้หมดแล้ว ก็ออกสื่อทีวีวิทยุมาบ่นเป็นพัก ๆ แล้วมันจะเกิดประโยชน์อะไร ถ้ายึดมั่นถือมั่นไปเรื่อยๆ ทั้งที่รู้และศึกษาได้ว่า ระบบการเรียนอะไร ที่ทำให้คุณสอบได้จริง ไม่ว่าคุณจะเรียนแล้วก็ต้องไปลองสอบเลย เพื่อรู้ว่า ที่คุณเรียนในระบบเรียนใด มันทำให้คะแนนคุณขึ้นได้บ้างไหม คุณมีจุดอ่อนอะไร มิติตื้นลึกหนาบางของข้อสอบเป็นอย่างไร แล้วทำไมคุณถึงไม่สอบ แต่กลับซื้อเวลา แต่อ้างว่าต้องรอให้พร้อม แต่เรียนไม่กี่วัน ก็ลืมไวยากรณ์แล้ว ถ้าซื้อเวลาไปเรื่อยๆ ก็จะสร้างปัญหาให้ นร คนนั้นทั้งระยะสั้น ระยะยาว .... อย่างแน่นอน
52. ( ต่อจากข้อ 51 ) เนื่องจาก นร ไทยที่ฝึกการฟังตอนโตและไม่ค่อยมีการทบทวนไวยากรณ์หรือเรียนไวยากรณ์ผิดวิธี เยิ่นเย้อ ไม่ลงลึกรูปประโยคให้หลากหลายและมากพอ ก็จะไม่มีรูปแบบประโยคในหัว จะทำให้มีปัญหาในการต่อยอดเทคนิคพัฒนาการฟังลงลึก แบบที่ นร ต่างชาติ ใช้ แม้กระทั่ง คนญี่ปุ่น ที่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยเก่งภาษาอังกฤษ แต่ก็ใช้เทคนิคดังกล่าว นั่นคือ .....
เทคนิคการกระตุ้นสมองเพื่อเดารูปประโยคล่วงหน้าเพื่อฟังให้ทันการพูดสำเนียงฝรั่งที่เร็วมากๆ ได้ นร สถาบันได้ฝึกเทคนิคนี้และมีวิธีกลับไปฝึกที่บ้าน กับ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ข้อสอบโทอิคที่คิดว่าน่าจะดีที่สุดในโลกสองโปรแกรม เฉพาะ สถาบันครูเกรียง ...
51. นร ไทยมาเรียนการฟังตอนโตหรือตอนอายุเยอะ ผิดกับ นร สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินเดีย บังคลาเทศ ฯลฯ เขาฝึกการฟังตอนเด็ก และ มองการฝึกการฟังเป็นการเรียนรู้รูปประโยคที่หลากหลายประกอบกับการเรียนไวยากรณ์ผ่านรูปประโยคทำให้เรียนไวยากรณ์ไม่เยิ่นเย้อ ดังนั้น อ. จึงปรับเทคนิคของ นร ต่างชาติที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จเอามาใช้กับคนไทยยังไง .... : )
เนื่องจาก นร ไทย ต้องมาฝึกการฟังตอนโต และ ส่วนใหญ่เรียนไวยากรณ์เยิ่นเย้อ ทฤษฏีมาก แต่ไม่ลงรูปประโยคที่หลากหลาย ที่สถาบันครูเกรียงจะมีรูปประโยคกว่า 2000 รูปแบบใช้ในการพัฒนาการเขียนและการฟัง โดยเรียนไวยากรณ์ลงลึกผ่านรูปประโยค พร้อมฝึกฟังลงลึก แต่เพิ่มเทคนิคบางอย่างให้ นร ไทยที่มีอายุหรือโตแล้ว สามารถพัฒนาทักษะลดระยะเวลาอันสั้น ไม่ว่า เทคนิคการทำลาย Halo Effect และ Noise การฟัง ด้วยทักษะระดับประโยค หรือ Check List 8 ขั้นกับการลงลึกการฟัง และ 20 ขั้นทำลายอุปสรรคการอ่าน ... มันมาจากเทคนิคเมืองนอกทั้งสิ้น ...
50. มีผู้เข้ามาปูพื้นปรับพื้นทักษะระดับประโยคไวยากรณ์ลงลึกการฟังฟรีก่อนการสมัครเรียนจริงกับ อ. ที่พอทำ Test Placement การฟังแบบลงลึก โดยที่อาจารย์แยกสำเนียงฝรั่งให้แบบอมเสียงหดเสียงลากเสียงเสียงเหมือนเสียงคล้าย ที่เป็นอุปสรรคสำเนียงของฝรั่งที่ทำให้คนไทยฟังยากขึ้น พบปัญหาของ ผู้ปูพื้นปรับพื้นทักษะระดับประโยคไวยากรณ์ลงลึกการฟังฟรีก่อนการสมัครเรียนจริงที่ต้องรีบแก้ คือ ....
ปกติใน Check List ของสถาบันมีการระบุอธิบายปัญหาของ นร ในการเรียนการฟังลงลึกอยู่แล้ว แต่ปรากฏการณ์ที่พบ สำหรับผู้ที่เริ่มต้นฝึกฟังภาษาอังกฤษตอนอายุเยอะหรืออายุมากแล้ว คือ อดีตที่ผ่านมาจะมีชั่วโมงบินการฟังที่น้อย ทำให้มีปัญหาทั้งการอึดในการฟังระยะยาว ดังนั้น เวลาอยู่ดีๆ ชั่วโมงบินการฟังน้อย ก็รีบไปสอบหวังให้มันได้คะแนนเยอะๆ โดยยังไม่เตรียมตัวดี จึงมีปัญหา ปรากฏการณ์หนึ่ง คือ ผู้ปูพื้นปรับพื้นทักษะระดับประโยคไวยากรณ์ลงลึกการฟังฟรีก่อนการสมัครเรียนจริงจะมี Earing ในการฟังเสียงใดๆ เพี้ยนเป็นอีกคำ โดยที่ไปปรุงแต่งคำให้เป็นเสียงอื่น คำอื่น สาเหตุปัญหา คือ การมีชั่วโมงบินการฟังที่น้อย หรือ ไม่ฝึกการฟังยาวๆ เช่น สุนทรพจน์ของโอบาม่า ทำให้ไม่มี Listening Toughness ในการฟังยาว หรือ มีชั่วโมงบินการฟังน้อย แล้วยิ่งไปฝึกการฟังกับประโยคที่สั้นเกินไปและมีคำหยาบภาษาอังกฤษเยอะ เช่น ในหนังฮอลีวู้ดบางเรื่อง การฟังจะพัฒนาช้าและไม่สามารถรับมือกับการฟังรูปประโยคของโทอิคที่มีความยาวโดยเฉลี่ยหนึ่งประโยคในนิวโทอิค คือ 25 ถึง 45 คำต่อหนึ่งประโยค .....
49. สาเหตุที่ อ. สอนเรื่อง Preposition กับ นร ของสถาบัน โดยใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง เรียน Preposition ที่เก็งไว้ประมาณ 40 กว่าตัว และ หลายคำมิใช่เป็นเพียง Preposition แต่มันยังเป็น Part of Speech อื่นด้วย เช่น Adjective , Adverb , Connecting , Noun หรือ Verb ต้องเรียนลงลึกละเอียด เพราะ .....
แม้ Preposition จะออกสอบไม่กี่ข้อในส่วน Part ของ Sentence Completion และ Text Completion ในข้อสอบนิวโทอิค แต่ Preposition กลับเป็นส่วนที่ต้องศึกษาเพราะเป็นส่วนที่ข้อสอบโทอิคออกสอบ Listening ในส่วนที่เป็นกลุ่มคำ Preposition ที่ทำให้ประโยคใน Short Conversation และ Short Talk ยาวถึงขนาดหนึ่งประโยคที่ นร ต้องสอบฟัง อาจจะมีถึง 25 ถึง 40 คำก็ได้ และ กลุ่มคำ Preposition จะปรากฏอยู่ใน Reading และ ต้องใช้สัมพันธ์กับเทคนิคการใช้ Keyword ย้อนกลับในการเดา Unseen Vocab หนึ่งใน Key Word จะอยู่ในกลุ่มคำ Preposition นั่นเอง .... : )
48. ( ต่อจากข้อ 47 Semi Halo Effect ตอนสอง ) นร สถาบันที่เริ่มถอดรูปประโยคได้ก่อน 4 วินาที ทำให้สามารถแปลภาษาไทยได้ถูกต้องโดยอัตโนมัติ ต่างกับผู้ที่ฝึกผิดวิธี มีหลายคนที่มาปูพื้นปรับพื้นทักษะระดับประโยคไวยากรณ์ลงลึกการฟังฟรีก่อนการสมัครเรียนจริง แล้ว ....
ซึ่งไม่ทราบว่า ผู้ที่ปูพื้นปรับพื้นทักษะระดับประโยคไวยากรณ์ลงลึกการฟังฟรีก่อนการสมัครเรียนจริงกับสถาบัน ไปฝึกอย่างไร ฝึกที่ไหน ทุกครั้งที่ฟังทุกหนึ่งประโยค เช่น หนึ่งประโยคมี 5 คำ แต่ผู้สนใจปูพื้นปรับพื้นทักษะระดับประโยคไวยากรณ์ลงลึกการฟังฟรีก่อนการสมัครเรียนจริงเหล่านั้น กลับฟังแล้วแปะคำเพิ่มเป็นเจ็ดหรือแปดคำก็มี มันไม่ใช่วิธีการฟังที่ดีและถ้าไม่เปลี่ยนสไตล์จะมีปัญหาต่อการทำสอบหรือสมัครงานหรือทำงานและความน่าเชื่อถือระยะยาว การสอบโทอิคจึงต้องมีการเตรียมพร้อมแบบลงลึกมิใช่สอบแบบไม่เตรียมตัว ดังนั้น นร ที่สถาบันที่ผ่านประวัติศาสตร์มาเป็นแรงบันดาลใจรวมถึง นร ปัจจุบัน ล้วนแต่มีพัฒนาการฟังภาษาอังกฤษก้าวกระโดดแบบของจริง ไม่ใช่จ่ายค่าเรียนแพงแล้วซื้อความหวังกันไป ทุกคนทำได้ด้วยเทคนิคถอดรูปประโยคให้ได้ก่อน 4 วินาที โดยมี Benchmark ที่เมื่อฟังคำกลางประโยคต้องอย่าแช่คำ ต้องตัดใจข้ามคำที่ฟังไม่ทันให้ถึงท้ายประโยคในส่วนขยายประโยคบางส่วนให้ได้ หลายคนพัฒนาได้จากจุดนี้ : )
47. ( ต่อจากข้อ 43 Semi Halo Effect ) นร สถาบันที่กำลังฝึกถอดรูปประโยคจากการฟังภาษาอังกฤษที่ทำให้คะแนนการฟังโทอิคก้าวกระโดด เริ่มต้นจากการทำลาย Halo Effect ให้ได้ก่อน 4 วินาที แต่ นร โดยส่วนใหญ่เริ่มจะฟังได้โดยถอดรูปประโยคอย่างต่ำ 70 % ให้ครอบคลุม Key Word จะเริ่มต้นจากกระบวนการ Semi Halo Effect ก็คือ ....
ทุกรอบประโยคที่ฟัง จะฟังคราวเดียว หรือ ฟังแบบ Retape ซึ่งไม่ควร Retape มาก การฝีกเริ่มต้น คือ ควรจิกคำอย่างน้อยที่สุด ต้นประโยค กลางประโยคบ้าง แต่ควรจิกได้คำกริยา และ ท้ายประโยค แต่ ถ้า ทำลาย Halo Effect ก่อน 4 วินาทีได้จริง จะต้องจิกคำให้ได้มากกว่า Semi Halo Effect ถ้าหลัง 4 วินาที ระบบสมองมันจะลืม .... : )
46. Check List ในการเรียนลงลึกพัฒนาการฟังภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะการรับมือการฟังที่เร็ว ถอดรูปประโยคเพื่อแปลภาษาไทยได้อัตโนมัติไม่มั่ว และ แยกเสียงสำเนียงอุปสรรคการฟังของฝรั่ง ได้แก่ การลากเสียง อมเสียง หดเสียง ... หนึ่งในเก้าข้อของ Check List ดังกล่าว คือ ..... : )
ที่ใช้ในการฝึก นร ของสถาบัน แม้กระทั่งผู้ที่ปูพื้นปรับพื้นทักษะระดับประโยคไวยากรณ์ลงลึกการฟังฟรีก่อนการสมัครเรียนจริงก็ตาม คือ การฝึกการอึดในการจิกคำในการฟังระยะยาว หรือที่เรียกว่า Listening Toughness เกณฑ์มาตรฐาน คือ การจิกคำในฐานะที่เป็น Listening ไม่ใช่ Hearing ยังไม่ต้องระบุที่มาของคำที่จิกก็ได้ว่าอยู่ตำแหน่งใดของประโยค ภายใน 5 วินาที ควรต้องได้มากกว่า 10 คำ ที่สถาบันมีการแจกซีดีการฝีกฟังยาว หรือ นร จะฝึกฟังกับช่อง CNN , CNBC , BBC ก็ได้ ....
45. นร ที่ฝึกการฟังภาษาอังกฤษตามยถากรรมแล้วมีค่านิยมแบบสอบโทอิคบ่อยๆ ไม่ต้องเตรียมตัวให้มากก็ได้ ไปกามั่วแล้วคะแนนอาจจะขึ้น ( ซึ่งกามั่วแท้จริงศูนย์สอบเข้าล็อคคะแนนให้ไม่เกิน 10 % อยู่แล้ว ) ที่ อ. ฝากให้ นร ของสถาบันไปช่วย Survey นร ที่ฝึกการฟังแบบไม่เรียนลงลึกจะมีลักษณะเทียบเคียงได้ดังนี้ ..... : )
นร เหล่านี้จะมีค่านิยมให้เรียนไวยากรณ์ไปเยอะๆ เรียนแพง เรียนแล้วลืม ไม่สนใจ แต่จะไม่ยอมเรียนการฟังลงลึก พอเรียนการฟังกลับมีค่านิยมที่แปลกคือ ไม่ยอมเอาไวยากรณ์หรือทักษะระดับประโยคมาช่วยในการฟังเพื่อตามรูปประโยคให้ทัน จะอ้างว่า จับคำเป็นหย่อมๆ ก็พอ คำไหนที่พอคุ้นจับคำนั้นมาฟัง คำไหนไม่คุ้นก็ไม่เอาเลย หรือ ไม่เอาทั้งแผงคำในประโยคก็ได้ ฉะนั้น ใน 1 ประโยค นร เหล่านี้ จะได้เพียงคำสองคำหรือสามคำ ไม่สามารถรับมือการฟังที่เป็น Short Talk ของโทอิคที 1 ประโยคอาจมีมากกว่า 25 คำ ถึง 40 คำ โดยเฉลี่ย แล้วอาศัยสรุปความหมายการฟังเออเองคิดเองไปเลย พบว่า นร ที่มีค่านิยมไม่เอาไวยากรณ์มาช่วยในการฟัง จะเป็นพวกที่อ่านเทปสคริปตามแล้วฟังไปด้ยแล้วนึกว่าตัวเองฟังได้ แต่พอสอบโทอิคจะไม่มีเทปสคริป ความมั่นใจของ นร เหล่านี้จะหายไปหมดกว่า 90 % หรือ ฟังแบบ Retape ทุกครั้งจดในกระดาษหนึ่งคำ เวลาสอบจริงก็จะหนึ่งประโยคที่ฟังก็ฟังได้แค่คำที่ตัวเองจดหนึ่งคำหรือสองคำที่จดนั่นเองเพราะสอบโทอิคไม่มีการ retape ให้คุณ ... : )
ค่านิยมของ นร ไทยเหล่านี้ แตกต่างจาก นร อินเดีย บังคลาเทศ ที่เรียนการฟังตั้งแต่เด็ก พร้อมกับเรียนไวยากรณ์และทักษะระดับประโยคด้วย ทำให้เขานำไวยากรณ์มาใช้ในการตามรูปประโยคในขณะฟังได้ เมื่อ นร ไทยมีปัญหาดังกล่าว ภายหลังจะมีค่านิยมคิดว่า ภาษาอังกฤษเหมือนภาษาไทย แปลจากไทยหนึ่งคำเป็นอังกฤษหนึ่งคำ ทำให้พูดช้าหรือSpeaking เพี้ยน และ ผู้ที่ฝึกการฟังผิดวิธีก็มักจะ Speaking มีปัญหาเช่นเดียวกัน เพราะไม่สามารถนำรูปประโยคที่ได้จากการฟังนำมาลองใช้ speaking ได้ วิธีแก้ ก็คือ ต้องฝึกเรียนลงลึกการฟังพร้อมกับเรียนไวยากรณ์ผ่านรูปประโยคไปเลย อย่าเรียนไวยากรณ์แบบเยิ่นเย้อ แล้วนำทักษะระดับประโยคกับไวยากรณ์มาใช้ในฝีกฟังด้วย ส่วนการเรียนกับวิดิโอ ถ้าผู้สอนวิดิโอได้มีการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ซักถามผ่านการเรียนแบบสดผสมกับการเรียนวิดิโอ มันน่าจะดีกว่า การเรียนแต่วิดิโอเพียงอย่างเดียว .... :)
44. อ. ขอชื่นชม นร รุ่นหลังล่าสุดหลังรุ่นน้อง นาฏยา ที่ไม่เคยสอบโทอิคมาก่อน แต่สามารถเรียนลงลึกการฟัง ใช้ Check List 8 ข้อที่เทคนิคที่ นร ต่างชาติใช้พัฒนา Listening พบว่า นร รุ่นหลังหลายคนเริ่มที่จะมีคะแนนการฟังเกาะอยู่ที่ 20 ข้อจาก 30 ข้อเพียงการสอบทุกสองชั่วโมงไม่เกิน 3 ครั้ง โดยเฉพาะ น้องฝน เภสัช จุฬา ปีหนึ่ง แค่ นร ปีหนึ่ง ก็สามารถยกระดับ Listening ถอดรูปประโยค จาก Short Talk และ Question Response ได้ อย่างต่ำ 70 % และสอบครั้งแรกกับสถาบันก็ได้ 17 เต็ม 30 มันเป็นเพราะจุดใดเทคนิคใดใน Check List ...... : )
มันอยู่ที่เทคนิคการหักดิบจำคำผสมผสานกับการเดาตำแหน่งคำหรือรูปประโยคล่วงหน้าก่อนที่เสียงคำใหม่ของฝรั่งที่พูดจะเข้ามา หนึ่งใน Check List โดยที่ อ. น่าจะเป็นที่เดียวในประเทศไทยที่มีการแยกเสียงสำเนียงฝรั่งที่อมเสียง หดเสียง ลากเสียง เสียงคล้าย ออกมา ว่าอย่างละเอียดเพื่อรับมือการฟังเร็ว ซึ่ง อ. ที่เป็นชาวฝรั่งที่พูดภาษาไทยไม่ได้บางคน มีแนวโน้มที่จะลำบากในการแยกเสียงให้คนไทยเข้าใจ น้องฝนกับน้องปุ้ยก็มีพัฒนาการที่ดีขึ้นในการเรียนไม่กี่ครั้ง แต่อ. ต้องกระตุ้นให้ไปฝึกนอกห้องทันที เพราะ ถ้าหลงระเลิงจะมีโอกาสที่การพัฒนา Earing จะมีปัญหาถ้าฝึกไม่ต่อเนื่อง ..... : )
43. นร สถาบัน รุ่นใหม่อีกสามรุ่น ต่อจาก น้องนาฏยา และ คนอื่นๆ ซึ่งเดิมที่สามารถพิชิตคะแนน 600 และ 700 โทอิคได้ อ ประทับใจ นร รุ่นใหม่ ที่มุ่งมั่นมีพัฒนาการในการฟังภาษาอังกฤษ แม้การฝึกหรือสอบครั้งแรกก็เริ่มสามารถลด Halo Effect และ Noise การฟัง จากการตรวจสอบจุดอ่อนตัวเองด้านการฟัง ผ่าน Check List 8 ข้อที่เป็นเทคนิคที่ใช้ตรวจสอบ ที่ นร ต่างชาติ เช่น อินเดีย บังคลาเทศ สิงคโปร เวียดนาม จีน และ ฮ่องกง ฯลฯ ใช้ในการพัฒนาทำลายจุดอ่อนตัวเอง ปรากฏการณ์ที่สามารถลด Halo Effect ได้ในระดับหนึ่งกับการฝึกครั้งแรก เรียกว่า Semi Halo Effect มันเป็นอย่างไร
นร ที่ลด Halo Effect ในการฟังได้ในครั้งแรก เรียกว่า Semi Halo Effect คือ การที่ นร ใช้เทคนิคเรียนการฟังลงลึก ประยุกต์ทักษะระดับประโยคและไวยากรณ์ในการทำลาย Noise การฟัง ส่วนใหญ่จะพัฒนาสติในการฝืนตัวเองจิกคำที่เป็นตำแหน่งคำในประโยคช่วงแรกๆ ของประโยคได้ โดยเฉพาะ การจิกคำที่เป็น WH word ในประโยคคำถามที่เป็นรูปคำถามส่วนใหญ่ใน Part สอง โทอิค คือ Question Responsจะมีโอกาสทำให้ตามรูปประโยคคำถามทัน มีโอกาสจะตัด Choice เพื่อเลือกคำตอบหนึ่งจากสามข้อได้อย่างแม่นยำ ถ้าฟังคำถามไม่ทัน เพราะ จิกคำ WH Word จากการฟังไม่ได้ มันจะรอความตาย อ. ขอแสดงความยินดีกับ นร รุ่นใหม่หลายคนที่มีศักยภาพสูงในการทำลาย Halo Effect ช่วงแรก ซึ่ง นร ใหม่ก็จะใกล้ชิด นร เก่า แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการพัฒนาทักษะการฟังเพื่อทำคะแนนการฟังก้าวกระโดดในโทอิคได้ .... : )
และต่อยอดอุดมการณ์ร่วมกันในการเลี่ยงค่านิยมเรียนแพงแต่ยังไงก็สอบไม่ได้ให้ออกไปจากเส้นทางการพัฒนาภาษาและอาชีพ ของ นร ไทย ยกระดับให้เท่ากับ นร ต่างชาติที่เรียนภาษาอังกฤษสองภาษาด้วยสวัสดิการรัฐที่ทำให้ นร ประเทศเขาเรียนความรู้ชั้นดี ในราคาที่ถูก และ มีทุนการศึกษาให้ ทั้งสิงคโปร์ อินเดีย บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ จีน เวียดนาม ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ ... ซึ่งแตกต่างและขัดแย้งกับค่านิยมของ นร ไทย เรียนแพงแต่สอบไม่ได้อย่างสิ้นเชิง .... : )
42. มี นร จากต่างจังหวัดที่ต้องการเรียนโทอิคกับสถาบันและต้องการเผด็จศึกให้เร็วสุด เป็นความคิดที่ดีมาก แต่ อ. คิดว่า นร ต้องเรียนต่อเนื่อง มีคำถามถาม อ. เกี่ยวกับ มีบทอะไรบ้างที่ทำให้เรียนได้ครบหัวข้อโทอิคที่เรียนแล้วพอทำให้คะแนนดันขึ้น
อ. มีครบทุกหัวข้อ ในเรื่องไวยากรณ์และทักษะระดับประโยคที่ควรเรียน เทคนิคหลุมพรางสอบ เทคนิคเรียนลงลึกการฟัง การอ่าน ศัพท์ อย่างไร รบกวนผู้สนใจ ไปดูที่บรรทัดสุดท้ายของ หน้าเว็ป http://www.krugrienktutor.com ได้
41. ปัจจุบันมี นร ที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยเพียงปีหนึ่งหรือปีสองที่ต้องการสอบโทอิคมาสมัครเรียนกับสถาบันเป็นระยะ เนื่องจากหลักสูตรของมหาวิทยาลัยบางแห่งให้เรียนภาษาอังกฤษเพียงปีหนึ่งและปีสองเพียงบางเทอมแล้วยุติการเรียนไปเลย และ เมื่อ นร สำเร็จการศึกษา บางคน แนวโน้มที่จะมีค่านิยมเรียนภาษาอังกฤษแบบแพงแต่สอบไม่ได้ หรือ ต้องการฝึกตามยถากรรม สอบเพื่อต้องการเอาประกาศนียบัตร แต่มักจะมีปัญหาด้านการฟังภาษาอังกฤษและพูดโดยเฉพาะเขียน ทำให้มีปัญหากับนายจ้างในระยะยาว ทำให้เงินเดือนไม่เพิ่ม เส้นทางอาชีพจะมีปัญหา หรือ ตัดโอกาสตัวเองที่จะได้ทุนการศึกษาหรือส่งไปสัมมนาเมืองนอกเพื่อกลับมาสอนคนในองค์กร วิธีแก้ที่ดีสำหรับ นร ที่ขยันและไม่ซื้อเวลา ไม่ฆ่าเวลาตัวเอง คือ ...
การเรียนทักษะระดับประโยคและไวยากรณ์ด้วยการผ่านรูปแบบประโยคมากกว่า 2000 รูปแบบที่สถาบัน เลี่ยงค่านิยมการเรียนไวยากรณ์ไปเรื่อยๆแต่ไม่ลงรูปแบบประโยคให้ลึก เลี่ยงค่านิยมยิ่งเรียนยิ่งลืมแล้วนำไวยากรณ์มาใช้กับพูดฟังอ่านเขียนไม่ได้ สร้างค่านิยมใหม่แบบ นร ต่างชาติ คือ การเรียนไวยากรณ์ทักษะระดับประโยคที่เจาะรูปแบบประโยคทั้งรูปมาตรฐานและรูป Analogy จะช่วยให้ นร ที่เรียนมหาวิทยาลัยเพียงปีแรกๆ ก็สามารถประยุกต์ไวยากรณ์สู่การฟัง แล้วคะแนนการฟังจะก้าวกระโดดเหมือน นร ของสถาบันที่อยู่ในเว็ปบอร์ดอย่างต่อเนื่อง
นร สถาบัน ที่เรียนผ่านระบบเรียนลงลึกที่รูปแบบประโยค เหมือน นร อินเดีย บังคลาเทศ และ สิงคโปร์ ฮ่องกง จะมีมาตรฐานเท่ากันกับระดับอินเตอร์ โดยไม่ต้องเสียเงินแพงกับสถาบันเลย ( สถาบันจะเลี่ยงค่านิยม ที่เรียนกับวิดิโอแต่มีปัญหาถามวิดิโอก็ไม่ได้ ทักษะก็ไม่สามารถพัฒนาได้ สอบก็ไม่ได้ เพราะสอนสด และ เรียนลงลึก เปิดรับให้ นร ได้พัฒนาตัวเองเปิดสู่การเปิดเสรีอาเซียนให้เร็วที่สุด ... )
40. ต่อจากข้อ 24 ข้อเตือนใจผู้สอบ โดยที่ อ. ขอยกตัวอย่าง นร สถาบันคนหนึ่ง คือ วิศวกรหญิงคนเก่ง คือ น้องจูน น้องเขาเดิมได้คะแนน Short Talk น้อยมาก ต่ำกว่า 10 ข้อเทียบกับ 30 ข้อในภาคการฟังนิวโทอิค แต่นวตกรรมอะไร การฝึกแบบไหนที่ทำให้น้องเขาสอบกับสถาบันทุกสองชั่วโมง ปัจจุบันพัฒนาสู่การเกาะที่คะแนน 20 จาก 30 ข้อ ของ Short Talk ?????
น้องเขาออกจากห้องเรียนก็ฝึกอย่างหนักกับ โปรแกรมข้อสอบโทอิคจาก Internet สองโปรแกรมจากสถาบัน แต่เดิมเคยฝึกแบบไม่ตรงจุด แต่น้องเขาเริ่มปรับด้วยการนำ Check List ที่เจาะถึงจุดอ่อนการฟัง ของ นร ไทย ไปเทียบ และ น้องเขาแก้ทีละจุด เดิมน้องเขายังไม่ Listening จริงๆ เพียงแค่ฟังคำผ่านๆ และไม่พยายามวิเคราะห์คำที่ฟังว่าเป็น คำประเภทใด และ อยู่ในตำแหน่งใดประโยค น้องจูนเขาขอให้ อ. ทบทวนการปูพื้นฐานทักษะระดับประโยคและไวยากรณ์ ในช่วงที่ นร ทุกคนที่ปูพื้นปรับพื้นทักษะระดับประโยคไวยากรณ์ลงลึกการฟังฟรีก่อนการสมัครเรียนจริงก็เคยเรียน ทบทวนซ้ำ สิ่งไหนลืมก็ได้ทบทวน เป็นการเก็บตกของ นร สถาบันที่อยู่ในระบบเรียนไม่จำกัดชั่วโมง หล้งจากนั้น น้องเขาสามารถพัฒนาสู่การฟังพอผ่านๆ หรือ Hearing กลายเป็น Listening ทำให้คำหลายคำที่ผ่านหู โดยที่น้องเขาจะระบุคำนั้นอยู่ในตำแหน่งอะไรในประโยค อะไรเป็น กลุ่มคำส่วนขยายประโยค ประธาน กรรม กริยา และ คำนั้นเป็น Part of speech ใด และ ยิ่งไปกว่านั้น น้องเขาก็เรียนไวยากรณ์ที่ช่วยทำให้ฟังได้แบบลงลึกอย่างต่อเนื่อง
นร สถาบันทั้งหมด ไม่มีค่านิยมแบบเรียนไวยากรณ์เยอะๆเพื่อความอุ่นใจ แต่ยิ่งเรียน ยิ่งเสียเงินเป็นหลายแสน แต่ยิ่งเรียน ยิ่งลืม ยิ่งนำไปใช้ไม่ได้ มันก็เกิดความสูญเปล่ามหาศาล เพราะ นายจ้างเขาไม่สนใจค่านิยมของ นร หรือ ผู้สมัครงาน ที่นิยมยื่น Certificate กับนายจ้าง และ เขาไม่สนใจ กับ ผู้สมัครงานไม่สามารถฟังอ่านได้อย่างลงลึก หรือ ไม่สามารถพอพูดพอเขียนได้บ้าง
เพราะ นักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะ นักลงทุนจีน ที่ อ. ได้ไปทำวิจับสำรวจความต้องการบุคลากร เขาต้องการคนที่ใช้ภาษาจีนที่ควบกับภาษาอังกฤษได้จริง ไม่ใช่ยื่น Certificate มาสมัครงาน แต่ใช้ภาษาอะไรเลยไม่ได้จริง เขาคิดว่า พนักงานเหล่านี้จะเป็นภาระองค์กรมากกว่าสินทรัพย์องค์กร
39. การฝึกให้ นร ทำการบ้านกับแบบฝึกหัดไวยากรณ์ผ่านรูปประโยคกว่า 2000 รูปแบบ ด้วยเทคนิคการจิ้มคำเพื่อทดสอบทักษะระดับประโยคของ นร เมื่อ นร ทำการบ้านมาก่อน ศักยภาพทางภาษามันจะพัฒนาขึ้นมาก โดยเฉพาะความรู้ทักษะระดับประโยคและไวยากรณ์ ทำให้ ต่อยอดสู่การพูดฟังอ่านเขียนได้ไม่ยาก
38. หลักเกณฑ์ เพื่อพัฒนาคะแนนการสอบ Speaking ของ IELTS
สาเหตุที่ทำให้คะแนนการพูดของ นร หลายคน ไม่เพิ่มขึ้น เพราะ นร ไม่เข้าใจหลักเกณฑ์ของ IELTS ที่ใช้วัด อ. ขอนำเกณฑ์ดังกล่าวมาแจกแจงเพื่อเป็นแนวทางในการใช้เพิ่มคะแนน ผู้ที่สอบ speaking คะแนนได้ดี ประการแรก คือ ต้องมี ความไหลรื่นและคล่อง อันเกิดมาจากการเลือกใช้ทักษะระดับประโยค รูปประโยค และไวยากรณ์ มาใช้สื่อสารการพูด ไม่ใช่การแปลไทยคำอังกฤษคำ ประการที่สอง คือ การเลือกใช้คำศัพท์ ต้องสอดคล้องเหมาะสม มิควรใช้ศัพท์ที่ไม่ได้สื่อความหมายโดยตรงหรือเยิ่นเย้อ หรือ เป็นคำง่ายและใช้ซ้ำกันบ่อยๆ ประการที่สาม คือ การสื่อสารประเด็นต้องชัดเจน มิใช่พูดแล้วผู้ฟังจับประเด็นไม่ได้ ประการที่สี่ การพูดที่ต้องอาศัยรูปแบบประโยคที่สั้นกระชับไม่เยิ่นเย้อ ไม่เป็นภาษาเขียนมาก อย่างที่อ. ยกตัวอย่างรูปแบบประโยคแบบ Analogy ที่ใช้พูดแทนการใช้ประโยคภาษาเขียน เป็นต้น
--- 37. การฝึก จิกคำในช่วง Listening ( ที่ทำให้ Listening แตกต่างจาก Hearing ) ต้องมี Check List อุปสรรคของ นร .
สถาบันได้พัฒนา Checklist ให้ นร ที่สถาบันได้ตรวจสอบตัวเอง ว่าทำไม ยังจิกคำที่ตัวเองฟังในประโยคภาษาอังกฤษไม่ได้ ข้อหนึ่งที่สำคัญจากนับสิบข้อ คือ นร ได้ไปฝึกการจิกคำในการฝึกฟังยาว หรือ Listening Toughness หรือไม่ นร สามารถจิกคำโดยเฉลี่ย ในทุก 5 วินาที ได้มากกว่า 10 คำ จากการฟังยาวๆ อย่างต่อเนื่องได้ หรือไม่ มันจะไม่เกี่ยวกับต้องไปนั่งเพ่งกสิณอย่างเดียวโดยไม่ต้อง Listening เพราะ การ Listening ฟังยาวจิกคำ ดังกล่าวมันก็เป็นการทำสมาธินั่นเอง
36. นิยามคำว่า Halo Effect ไม่ได้เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดกับการฟังเท่านั้น แต่เกิดกับการอ่านและ การพูดได้ ลักษณะ Halo Effect ดังกล่าว คือ อะไร ?
โดยภาพรวม การที่ไม่เน้นคำที่ฟังแต่ละคำ โดยไม่รู้ว่า คำที่ฟัง มี Part of speech อะไร หรือ อยู่ใน Placement อะไร ในประโยค หรือ การพูดภาษาอังกฤษโดยต้องแปลเป็นไทยคำก่อน และ ค่อยอังกฤษคำต่อคำ หรือ การอ่าน ที่ไม่สามารถแยกตำแหน่งคำในประโยคได้ และ อ่านแช่ไม่สามารถแปลความหมายภาษาไทยได้ตามอัตโนมัติ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็น Halo Effect ทั้งสิ้น โปรดติดตามตอนต่อไป มันเป็นเรื่องยาวและเป็นหนังชีวิตนะครับ ..... : )
---- 35. การฝึกฟังภาษาอังกฤษที่ผิดวิธีสองวิธี ที่ทำให้ นร เมื่อฝึกฟังภาษาอังกฤษแล้วไม่สามารถ คิดตามรูปประโยคเพื่อแปลภาษาไทยโดยอัตโนมัติได้ หรือ ล้มเหลวการฟัง ถ้าผู้สอนเลือกวิธีดังกล่าวมันจะง่ายกับผู้สอน แต่มันยากกับผู้เรียน มันไม่เกิดประโยชน์อะไรกับ นร ไทย เลย ....
ลักษณะสองแบบที่เกิดขึ้น เวลา นร ที่ฝึกการฟังภาษาอังกฤษที่ผิดวิธี ได้แก่ ประการแรก คือ นร บางคน ฟังประโยคไม่ทันจำได้เป็นบางคำ เกิด Halo Effect ได้จำนวนคำที่น้อยเกินไป ซ้ำร้าย ถ้าสรุปความหมายไปเองแล้วทำให้เนื้อหาที่ฟังเพี้ยน จะยิ่งแย่ลง นร บางคน เลยแปะคำเพิ่ม เป็นคำที่สร้างมาเอง หวังเพื่อให้ประโยคมีหลายๆ คำ มันจะได้สรุปความหมายให้ผ่านๆไป โดยไม่สนใจว่า ความหมายจะเพี้ยนยังไง ....
ประการที่สอง คือ นร บางคน พยายามสรรหาคำที่ก็ไม่รู้ว่า เป็นคำอะไร ออกเสียงเป็นคำอะไรก็ได้ที่ไม่มีความหมาย เพื่อเติมให้ประโยคที่ฟังไม่ทันมีคำมากขึ้น คล้ายๆ กับ ครั้งหนึ่ง พี่เบิร์ด ธงชัย แมคอินไตย์ เคยบอกกับแฟนเพลงว่า ถ้า น้อง ๆ ร้องเพลงพี่เบิร์ดไม่ได้ในเนื้อท่อนไหน ให้ ฮัมเป็นคำว่า ถั่วงา ร้องคำว่า ถั่วงา เรื่อยๆ เนื้อท่อนไหนฟังไม่ทัน ก็ร้องถั่วงาไปเลย เทคนิคนี้ใช้กับการร่วมคอนเสิร์ตกับพี่เบิร์ดได้ แต่ไม่ควรเอามาฝึกการฟังภาษาอังกฤษแบบสร้างความเคยชินที่ผิดๆ มันจะทำให้ ศักยภาพทางภาษาของนักศึกษา บิดเบี้ยวและแย่ลง มีผลต่อคะแนนโทอิคที่ขึ้นลงแบบฟังปลา ไม่มีขึ้นแบบถาวร .... : )
สรุปว่า ถ้าผู้สอน สอนในลักษณะดังกล่าว มันง่ายกับผู้สอน แต่มันจะทำให้ นร ที่ก็มีความรู้น้อยยิ่งโดนซ้ำดาบสองและ นร จะมีชีวิตที่ยากขึ้นด้วย สถาบันครูเกรียง ไม่มีการสอนแบบสองลักษณะนั้นดังกล่าว เพราะ เป้าหมายสถาบัน คือ การสอนที่ทำให้ผู้สอนต้องเหนื่อย แต่ผู้เรียนสบาย ไม่ว่า จะเป็นการทำลาย Halo Effect หรือ เทคนิคการแยกเสียงสำเนียงฝรั่งให้ นร เห็น รวมถึง การเรียนพัฒนาการฟังลงลึกทำให้ นร สอบได้ แล้วเอารายชื่อ นร ที่สอบได้คะแนนการฟังก้าวกระโดด ขึ้นกระทู้อย่างต่อเนื่องทันที .... มันจะดีกว่า
---- 34. เนื่องจาก นร ที่ผ่านการเรียนลงลึกการฟังที่สถาบัน จะได้คะแนนการฟังโทอิคแบบก้าวกระโดด และมีรายชื่อ นร ที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง มันแตกต่างจากการสอนแบบไม่ลงลึกอย่างไร ....
พูดตามเหตุผลตรงไปตรงมา การเรียนการฟังแบบลงลึก ด้วยวิธีการแยกเสียงสำเนียงฝรั่ง โดยที่ผู้สอนต้องรู้ว่า สำเนียงฝรั่งประเภท อมเสียง หดเสียง ลากเสียง เสียงคล้าย เสียงเหมือน มันเป็นอย่างไร จึงจะแยกเสียงให้ นร ฟังได้ เปรียบเทียบ กับเสียงพูดที่คนไทยคิดไปเองแล้วทำให้เกิด Noise การฟัง เสียงที่ฟังแล้วเพี้ยน มันคืออะไร และ เสียงที่เป็นสำเนียงฝรั่งจริงๆ เป็นอะไร มันเป็นข้อดีที่ทำให้ สถาบัน สามารถทำให้ นร ก้าวกระโดดคะแนนการฟังแบบเห็นชัดเป็นประจักษ์พยานอย่างต่อเนื่อง ดีกว่า นร ไปฝึกฟังเองตามยถากรรม จะแยกเสียงลำบาก หรือ ต้องใช้เวลานานเป็นปีกว่าจะคุ้นกับเสียงสำเนียงฝรั่ง
การเรียนการฟังลงลึกแบบแยกเสียงย่อมแตกต่างจาก การเรียนการฟังภาษาอังกฤษ จากเทปวิดิโอที่มีผู้สอนพูดคนเดียว เป็นการถ่ายทอดทางเดียว จะทำให้ นร ไม่สามารถที่จะรู้อุปสรรคที่ทำให้ตัวเองฟังไม่ได้ ไม่รู้ว่า ทำไมยังฟังไม่ได้ และ ตรวจสอบไม่ได้ว่า ทำไมตัวเองฟังไม่ได้ และ แตกต่างจากการสอนประเภท เมื่อรู้ว่า นร ฟังไม่ได้ ก็โยนเทป Script ให้ นร ไปอ่านเอง ซึ่งการเรียนเหล่านี้มันยากที่จะทำให้ นร มีคะแนนการฟังที่ก้าวกระโดด
---- 33. การใช้ทัศนคติแบบการสอบ ENTRANCE หรือ ADMISSION มาใช้กับการสอบ Reading แบบ Double Passage ของนิวโทอิค มีโอกาสเจ๊ง
มีหลายคนสอบ ENTRANCE หรือ ADMISSION มักมีค่านิยมและทัศนคติที่เจอข้อยาก อ่าน Reading ไปสักพัก ทิ้งไปเลย ไปหาข้อง่ายทำ ซึ่ง ENTRANCE สอบเข้ามหาวิทยาลัยอาจมีข้อยากปนข้อง่าย แต่โทอิค Reading มีแต่ยาก กับ ยากกว่า ถ้า นร ที่คิดว่า อ่าน Reading แล้วรู้สึกยากหรือ เบื่อ อ่านไม่ทันจบ รีบไปอ่านบทความอื่น หรือ หันไปทำ Sentence Completion หรือ Text เปลี่ยนบรรยากาศ ไม่ได้ก็ผ่านไปอีก นับเป็นการเผาเวลาทิ้งและวินัยในการใช้เวลาทำสอบก็เสีย มีผลทำให้แทนที่จะทำให้เสร็จในคราวเดียว ผลลัพธ์ของการเผาเวลาทิ้งจะมีโอกาสข้อเหลือแล้วกามั่วอาจมากกว่า 30 ข้อได้ ซึ่งมีผลต่อคะแนนที่ต่ำกว่า 500 ได้ .... : )
---- 32. ต่อจากข้อ 31 จุดประสงค์การเดา Unseen Vocab เพื่อการได้ความหมายใกล้เคียงจากความหมายจริง เพราะ ข้อสอบโทอิคไม่ได้ถามความหมายคำศัพท์ เหมือนข้อสอบ Entrance หรือ Admission ..... : )
การใช้เทคนิคนวตกรรมหา KeyWord ย้อนกลับเพื่อเดาศัพท์ยาก หรือ Unseen Vocab ใน Reading มันต่อยอดไปมากจากที่โฆษณาในเว็ปว่า เดาบริบทที่อ่าน อ่านได้เร็ว .... จะอ่านเร็วแต่จับประเด็นไม่ได้ เดาทิศทางเรื่องราวไม่ได้ ไม่กล้าเดา Unseen Vocab หรือ จำใจเดา Unseen Vocab แบบไม่มีหลักการ ล้วนทำให้อ่านช้า และ คะแนนการอ่านไม่ขึ้น แต่ นร ไม่ต้องเครียดกับการเดาศัพท์ยากว่า ต้องให้ความหมายตรงเป๊ะ เพราะการเดาไม่ได้ทำให้ความหมายตรงเป๊ะ แต่ทำให้ความหมายใกล้เคียงเพื่อเชื่อมบริบทได้ ....
---- 31. ต่อจากข้อ 30 การใช้นวตกรรม Keyword ย้อนกลับในบทความ เพื่อช่วยเดา Unseen Vocab
นร ต้องฝึกฝนอย่างหนัก แต่อย่าลืมในการจับเวลาการอ่าน ในแต่ละ Double Passage ที่สอบรีดีไซน์ นร ต้องพยายามใช้เวลาไม่ให้เกิน สองนาทีครึ่ง มิฉะนั้น จะมีปัญหา ทำข้อสอบ reading ไม่ทัน และ สิ่งสำคัญที่ทำให้ เดาUnseen Vocab ง่ายขึ้นก็คือ การเชื่อมประเด็นหรือหัวข้อใหม่ในบริบท หรือ การเชื่อมเรื่องราวด้วยเชิงเหตุและผลทำให้ นวตกรรมตัวนี้ใช้ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ต้องลองมาเรียนที่สถาบันดูครับ ..... : )
---- 30. เทคนิคการใช้นวตกรรมใช้ Keyword ย้อนกลับในบทความ เพื่อช่วยเดา Unseen Vocab หรือ ศัพท์ยาก .... ทำไม มันถึงทำให้ นร ที่สถาบันเดาคำศัพท์ยากที่อยู่ในบริบทของบทความได้เร็ว และ สามารถทำให้ นร สถาบันสามารถอ่านบทความของนิวโทอิคที่เป็น Double Passage โดยเฉลี่ยได้ไม่เกิน 2 นาทีครึ่ง ทำให้ นร สถาบันไม่มีข้อเหลือหรือเหลือน้อยมากจากการสอบจริง .... : )
การใช้นวตกรรมย้อนกลับหา Keyword ช่วยเดา Unseen Vocab เพื่อทำลายอุปสรรคการอ่าน หนึ่งในหลายอุปสรรคที่อันตราย คือ ศัพท์ยาก ต้องอาศัยความรู้ทักษะระดับประโยคและไวยากรณ์ระดับหนึ่งและการเชื่อมโยงเรื่องราวในเชิงเหตุผลประเด็นต่อประเด็น มันเพิ่มคะแนนของ นร สถาบันได้จริง สำหรับ นร ที่เรียนกับอาจารย์อย่างต่อเนื่องก็จะได้ฝึกและสอบ Reading แบบโทอิครีดีไซน์ กับ อ. บ่อย ทำให้พวกเขามีการวิเคราะห์แบบมีหลักเกณฑ์ที่แม่น ข้อสอบยากและมีเวลาสอบน้อย จะกิน นร ของสถาบันยาก นับเป็นข้อได้เปรียบมากกว่า นร ที่ฝึกเองหรือสู้ต้วยตัวเองตามยถากรรมกับ Reading ... :)
---- 29. เทคนิคการแยกเสียงทดสอบกับประโยคสั้น กลาง และ ยาว รับมือการฟังสอบโทอิครีดีไซน์ที่เร็วกว่าโทอิคชุดเก่า ผสมกับ การฝึกถอดประโยคจาก Short Talk ที่มีจำนวนคำในหนึ่งประโยคมากกว่า 25 คำโดยเฉลี่ย มีวิธีฝึกที่ถูกต้องที่บ้านด้วย
ถ้า นร เรียนไวยากรณ์มาเป็นเวลานาน เสียเงินจำนวนมาก แต่ไม่เคยคิดใช้มันมาประยุกต์กับการฟังเพื่อถอดรูปประโยคออกมาเพื่อแปลภาษาไทยได้อย่างถูกต้องบ้างโดยไม่มั่วความหมายไปเอง ถ้าไม่ประยุกต์นับเป็นเรื่องสูญเปล่าอย่างยิ่ง ยิ่ง นร ที่พยายามจับคำเพียงบางคำที่ตนเองคุ้นเคย ถ้าหนึ่งประโยคใดมีจำนวนคำมากกว่า 25 คำใน Short Talk หรือ Short Conversation ม้นจะสร้างปัญหากับ นร ค่อนข้างรุนแรง เพราะ ข้อสอบการฟังโทอิค ถามเจาะลึกถึงข้อมูลดิบ ไม่ได้ถามคร่าวๆ แบบ ข้อสอบ Test ในหลายชนิด นร ที่สถาบันจะถูกฝึกเป็นอย่างดี สนใจติดต่อที่สถาบันได้ ... : )
---- 28. เทคนิคการแบ่งตำแหน่งคำในประโยคพัฒนาสู่การเดารูปประโยคล่วงหน้า หรือ เทคนิค Prediction in Advance ที่ นร ต่างชาติใช้พัฒนาทักษะการฟัง
สถาบันครูเกรียงมีการทำ Checklist ให้ นร ได้ตรวจสอบจุดอ่อนหรืออุปสรรคตัวเองทำให้ง่ายต่อการทำลาย Halo Effect และ Noise การฟัง พัฒนาสู่การฟังแล้วถอดรูปประโยคให้ได้อย่างน้อยแค่ 70 % นร จะสามารถแปลไทยได้อัตโนมัติ หนึ่งใน Checklist ที่สำคัญจากหลายข้อ ที่ นร ควรระวัง และ สำคัญกับการสอบ Short Talk คือ ถ้า นร ไม่สามารถระบุคำที่ฟังได้ว่าอยู่ในตำแหน่งคำใดในประโยคจะยากที่ นร จะเดาตำแหน่งคำล่วงหน้าได้ สนใจโทรติดต่อกับ อ. ได้โดยตรง
---- 27. เทคนิคการตัด Choice กับข้อสอบทดสอบ Connecting Words ใน Part Sentence Completion และ Text Completion
เนื่องจากข้อสอบโทอิครีดีไซน์ชุดง่ายจะมีข้อ Connecting Words เยอะมาก เนื่องจาก นร ที่สถาบันจะเรียนConnecting Words เชื่อมประโยค 2 ประโยคที่มีความหมายสัมพันธ์กันในลักษณะ ครบ 6 เชิงความหมาย โดยที่นร ที่สถาบันจะทราบวิธีการตัด Choice เทียบกับ Key Meaning ของประโยค และ Key Words ของประโยค ต้องเรียนที่สถาบันถึงจะทราบ ...
---- 26. สถาบันมี How To ในการฝึก Short Talk กับโปรแกรมข้อสอบโทอิคจาก Internet ให้ นร กลับไปฝึกที่บ้าน อย่างมีประสิทธิภาพ .... : )
ทำให้สามารถถอดรูปประโยคได้อย่างต่ำสุด 70 % ในขณะที่ฟังภาษาอังกฤษสอบโทอิค ทำให้แปลภาษาไทยตามและจับประเด็นได้อย่างอัตโนมัติ ลดความเสี่ยงการมั่วความหมาย และ เพิ่มคะแนนสอบทุกสองชั่วโมงที่สถาบัน เป็นเทคนิคการแบ่ง Placement ของประโยคในหัวทำให้เดารูปประโยคและถอดรูปประโยคขณะฟังได้ ต้องมาเรียนที่สถาบันครับ ...
---- 25. การทำลาย Noise การฟังของคำฟังยากอันเกิดจากสำเนียงอมเสียงหดเสียงลากเสียงของฝรั่ง ต้องอาศัยความรู้ทักษะระดับประโยคและไวยากรณ์ที่เรียนผ่านรูปประโยคเท่านั้น จึงทำลาย Noise ดังกล่าวได้
นร หลายคนตั้งใจเรียนไวยากรณ์อย่างเดียว คิดว่า เอาให้บรรลุไปเลย แล้วค่อยมาฟังภาษาอังกฤษ ผลคือ สิ่งที่เรียนมาก็ไม่ได้ทบทวน เรียนใหม่ก็ลืมทันทีในหลายครั้ง เวลาฝึกการฟัง ก็พยายามฟังจับเป็นคำที่อยากจับ จับเป็นหย่อมๆ โดยไม่สนใจ การวิเคราะห์รูปประโยคขณะฟัง นั่นคือ ไม่สามารถเรียกไวยากรณ์หรือรูปประโยคที่เคยเรียนมานานหลายปี เสียเงินมากมาย มาใช้ทำลาย Noise การฟัง ดังนั้น สถาบันจึงปูพื้นทักษะระดับประโยคและไวยากรณ์ผ่านรูปประโยคในคลาสแต่ละชั่วโมงแล้วเรียนลงลึกการฟังการอ่านทันที และ มีเทคนิคการนำไวยากรณ์มาใช้ทำลาย Noise การฟัง ที่แรกที่เดียว .... :)
---- 24. เทคนิคการกลั้นหายใจผสมการปล่อยลมหายใจสลับ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการฟังภาษาอังกฤษแบบ Short Talk , Short Conver
ข้อสอบ Short Conver กับ Short Talk ของ นิวโทอิค ปัจจุบัน เริ่มมีความยากใกล้เคียงกัน เนื่องจากการรูปประโยคที่ศูนย์สอบได้นำมาทดสอบ นร ทั่วโลก เริ่มมีปริมาณคำในหนึ่งประโยคมากกว่า 25 โดยเฉลี่ย ใน Short Talk และ ส่วน Short Conver ก็จะมีประโยคที่ยาวมากขึ้นและพูดใน speed ที่เร็วมากขึ้น ดังนั้น ความแข็งแกร่ง ของ นร ที่ต้องฟังรูปประโยคยาวๆ ต้องมีอยู่ในระดับหนึ่ง หรือ ที่เรียกว่า Listening Toughness เดิมเทคนิคการกลั้นหายใจ ที่ใช้ฝึก นร ที่สถาบันจะช่วยทำให้ นร ที่เริ่มต้นการฟัง ฟังแล้วเกิด Halo Effect หรือ Noise การฟัง สามารถลดอุปสรรคดังกล่าวได้ แต่บางครั้งยังมีอุปสรรคด้านการฟังและคิดรูปประโยคตามได้ไม่ถึงปริมาณ 70 % ของทั้งประโยค ทำให้ยากต่อการแปลภาษาไทยตามโดยอัตโนมัติ นั่นคือ การฟังแล้วแช่ไม่ยอมฟังแล้วจิกคำให้ต่อเนื่อง ผลคือ ทำให้ตามรูปประโยคได้ไม่ถึง 70 % การกลั้นหายใจเทคนิคต่อยอดใหม่ คือ การกลั้นหายใจผสมการปล่อยลมหายใจ จะช่วยกระตุ้นให้ นร ที่ยังไม่คุ้นกับการฝึกฟังภาษาอังกฤษ ทำให้กระตุ้นให้ไม่แช่คำนั่นเอง ต้องลองมาฝึกที่สถาบันครับ
---- 23. เทคนิคการปรับความคิดที่ทำให้ฟังให้ได้อย่างต่ำ 70 % ของรูปประโยคเพื่อทำลายสุญญากาศการฟัง
มี นร หลายคนมี สุญญากาศ การฟัง ทำให้ ฟังได้ไม่ครบ 70 % ของประโยค แทนที่เดารูปประโยคล่วงหน้า หรือ ตามรูปประโยคให้ทัน กลับแช่กลางประโยคและหยุดฟัง หยุดที่จะจิกคำถัดไป เป็นผลจากความคิดที่คาดหวังว่าต้องได้คำในประโยคให้ได้มากที่สุด ( ที่จริงความคาดหวังดังกล่าวเป็นสิ่งดี ยังไงมันก็ดีกว่า ประเภทจับคำสองสามคำ พอเป็นพิธีแต่ประโยคอาจมีถึง 30 คำ เลยใช้สองสามคำที่ฟังได้มั่วความหมายทั้งประโยคที่มี 30 คำนั้น ซึ่งถ้านายจ้างทราบว่า ผู้สอบเป็นผู้เรียนที่มีลักษณะนี้ เขาจะไม่มีทางที่จะส่งไปสัมมนาเมืองนอกกับฝรั่ง เอาความรู้จด report กลับมาสอนคนในองค์กรแน่นอน เพราะ คงกลัวที่ นร ดังกล่าว ถ้าฟังไม่รู้เรื่อง อาจไปมั่วเขียน report กลับมา ) แต่มันไม่จำเป็นต้องคาดหวังให้ได้คำในประโยคถึง 100 % แท้เอาแค่ 70 % ก็พอ จิกคำไหน จับคำไหนไม่ได้ ก็ผ่านไปเลยได้ วิธีการฝึกทำอย่างไร ต้องมาเรียนที่สถาบันครับ
---- 22. เทคนิคการอ่านลงลึกแบบทำลาย Halo Effect ของการอ่าน ( การอ่านมี Halo Effect เหมือนการฟัง ) นร สถาบันที่ทำลาย Halo Effect ได้ทั้งของการอ่านและการฟัง คะแนนสอบทุกสองชั่วโมง จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นร.. ของสถาบันถูกฝึกอย่างเข้มข้นเพื่อทำลาย Halo Effect ทั้งการฟังและการอ่าน เนื่องจาก นร และ ผู้สนใจ หลายท่าน ที่ได้ติดตามเว็ปไซต์ของอาจารย์ น่าจะทราบว่า Halo Effect เป็นอุปสรรคที่ทำให้ นร มีปัญหาทำให้ฟังไม่ได้ และ อ่านก็ไม่ได้ เนื่องจาก ถ้า นร ไม่สามารถฟังตามทัน หรือ อ่านช้านานเกินไปจนไปเบียดบังเวลาทำข้อสอบส่วนไวยากรณ์ ในช่วงครึ่งหลังที่เป็นชั่วโมงกับสิบห้านาทีสุดท้าย ซึ่งเมื่อคำนวณแล้วการอ่านต้องใช้เวลาประมาณ 45 นาที และ ควรทำก่อน part ไวยากรณ์ คือ Sentence Completion และ Text Completion ซึ่งควรใช้เวลาประมาณ 30 นาที แต่ผู้คุมสอบที่ศูนย์โทอิค มักจะเก็บข้อสอบก่อน 5 นาที เมื่อคำนวณเวลาการอ่านต่อ บทความ 1 ชุด ซึ่งเป็น Double Passage ควรใช้เวลาประมาณ 2 นาที ครึ่ง และ ไม่ควรมีการ อ่านซ้ำอีกรอบแบบมีอัตราการ Reread มิฉะนั้น นร จะทำไม่ได้
อุปสรรคการอ่านมีหลายข้อ ได้แก่ ทักษะระดับประโยคผู้สอบที่ไม่แน่น , ศัพท์ประเภท Unseen ที่ นร ขาดหลักเกณฑ์ในการเดาแบบหลักวิชาการลงลึกทำให้ไม่กล้าเดาศัพท์ , Pronoun , อ่านแล้วหาปะเด็นไม่ได้ รวมถึง การอ่านในหนึ่งประโยคที่นานเกินไปและไม่สามารถแปลความหมายเป็นภาษาไทยตามได้อย่างเร็วพอในเกณฑ์เฉลี่ย ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ มีผลต่อทำให้ นร ทำข้อสอบไม่ทัน มีจำนวนข้อที่ต้องการกามั่วเพิ่มขึ้น และ รวมไปถึงข้อที่กาโดยไม่ผ่านหลักเกณฑ์ในการตัด Choice คือ กาโดยใช้อารมณ์มากกว่าหลักเกณฑ์และหลักวิชาการมีความเสี่ยงรวมไปกับข้อกามั่ว ทำให้มีโอกาสทำไม่ทัน ทั้งกามั่วกับกาพอผ่านๆ รวมถ้าเหลือมากกว่า 30 ข้อ ผลคือ มีโอกาสทีคะแนนของ ข้อสอบ โทอิค รีดีไซน์ มีคะแนนน้อยกว่า 450 เป็นไปได้สูงมาก
นร ที่สถาบัน ถูกฝึกฝนอย่างเข้มข้น ปัจจุบัน มี นร หลายคน สามารถทำคะแนนสอบการอ่านรีดีไซน์ที่สถาบัน สอบจริง จับเวลาแบบบีบคั้นของจริง นร หลายคนคะแนนเลยครึ่ง และ มีบางส่วนผิดไม่เกิน 20 % แล้ว รวมถึงคะแนนการฟังของนร ที่ก้าวกระโดด
---- 21. เทคนิคโค้ชชิ่งที่ นร ต่างชาติฝึก ประยุกต์กับ นร ไทย รายบุคคล กระตุ้นให้ นร. ไทย เรียนไวยากรณ์แล้ว , ทำให้ นร ไทย เรียนแล้วไม่ลืมง่าย , ทำให้เรียนแล้ว ทบทวนแล้ว สามารถเรียกบุญเก่า ( ทักษะระดับประโยค , ไวยากรณ์ , ศัพท์ ) เอามาใช้ลงลึกและสอบพูดฟังอ่านเขียน กับ TOEIC , TOEFL , IELTS ได้ทัน
ระบบการศึกษาที่ นร ต่างชาติ หลายประเทศที่สามารถทำให้ นร ของพวกเขา สามารถประยุกต์ใช้ทักษะระดับประโยค และ ไวยากรณ์ กับการ พูดฟังอ่านเขียน ได้อย่างลงลึกคล่องแคล่ว ภายในระยะเวลาอันสั้น ทั้งหมดมีพื้นฐานมาจากการปลูกฝังแนวคิดที่เรียกว่า Assertive Model โดยเฉพาะ นร สิงคโปร์ อินเดีย บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ จีน เวียดนาม ไต้หวัน และ อื่นๆ แตกต่างจาก นร ไทย พวกเขามีการปลูกฝังการปรับทัศนคติสู่การเป็นผู้เรียนลงลึกและเป็นนักสอบ ( Examer ) ( ในสถาบันครูเกรียงติวเตอร์เน้น Assertive ให้ นร ที่สถาบัน )
ตัวอย่างเช่น ประการแรก นร ต่างชาติพวกนี้ จะกล้าถามเวลาไม่เข้าใจ ดังนั้น อ. เกรียงจึงนำมาประยุกต์ใช้กับ นร ที่เรียนแล้วลืมทุก 5 นาที ให้เขาถามโดยไม่ต้องกลัวเพื่อนร่วมห้อง เพราะ เพื่อนๆ ร่วมชั้นมีบรรรยากาศช่วยเหลือซึ่งกันและกันอยู่แล้ว หรือ อ. จะถามทบทวนกับ นร ที่เรียนแล้วลืมทุก 5 นาที อ. จะช่วยกระตุ้น นร พวกนี้มากกว่า นร คนอื่น ประการที่สอง นร ที่สถาบันจะถูกกระตุ้นให้สอบ กระตุ้นให้เปลี่ยนจากคนทำงานธรรมดา หรือ นร ธรรมดา ให้กลายเป็นนักสอบชั้นเลิศ ดังนั้น อ. เกรียงต้องใช้ Assertive Model มาช่วยพัฒนา นร ในสถาบัน ด้วยการปลูกฝังค่านิยมที่ไม่ใช่เรียนไปเรื่อยๆ เรียนแล้วลืม นั่นคือ การเรียนไวยากรณ์ผ่านรูปประโยคจะเน้นวิธี นร ต่างชาติใช้ทบทวนไวยากรณ์ตัวเองทำให้ไม่ลืม คือ การจิ้มคำในประโยค และ การเรียนและทบทวนรูปแบบประโยคและศัพท์ผ่านการฟัง และ นำรูปประโยคที่ได้จากการฟังมาพัฒนาการอ่าน เขียน และ พูด
นร ที่สนใจ ตอนนี้ สถาบันได้เปิดคอร์สเรียน Basic & Advance Grammer ผ่านรูปแบบประโยค > 2000 เรียนไม่จำกัดชั่วโมงที่แรกในไทย เพื่อเสริมความมั่นใจมากขึ้นก่อนที่จะมาลงลึกพูดฟังอ่านเขียนและสอบ TOEIC , TOEFL , IELTS
---- 20. เทคนิคการฝึกฟังยาวถอดรูปประโยคกับข้อจำกัดการ Retape
จากประสบการณ์ของอาจารย์ พบว่า มี นร ที่ฝึกผิดวิธีที่ทำให้ทำลายความมั่นใจและความกล้าของตัวเองไปเรื่อยๆ ด้วยความไม่เข้าใจหลักการ Retape เพื่อฟังซ้ำ เช่น
1. Retape นับหลายสิบครั้งเพื่อฟังประโยคเดียว โดยที่ Retape หนึ่งครั้งจดหนึ่งคำในกระดาษ และRetape ใหม่ ก็จดอีกหนึ่งคำ จนให้ครบประโยค แล้วนึกว่า ตัวเองฟังได้ พอสอบโทอิคจริง เขาไม่มีการ Retape แล้วแถมกระดาษให้จดทีละหนึ่งคำ ทำให้ นร เหล่านี้ เกิดการหมดความมั่นใจกระทันหัน ไม่สามารถฟัง Listening แบบเร็วมากของ รีดีไซน์ได้
2. การสอบโทอิคจริง มันต้องฟังครั้งแรกและถอดรูปประโยคให้ได้ 70 % อย่างน้อยสุด มันถึงแปลภาษาไทยตามได้โดยอัตโนมัติ บางคนไปเรียนแบบผิดๆ ประเภท หนึ่งประโยคแทนหนึ่งเหตุการณ์ อาจจะมีคำถึง 40 คำ แต่ไปใช้หลักการเรียนแบบหักดิบจำคำ จับคำที่อยากจับเพียง 4 หรือ 5 คำ ไม่ต้องถึง 40 คำ ก็ได้ ที่เหลือมั่วความหมายสรุปความหมายไปเอง ถ้า นร เป็นนายจ้าง แล้วรู้ว่า ลูกจ้างตัวเองที่นายจ้างจะส่งไปสัมมนาเมืองนอกฟังฝรั่งกลับมาสอนคนในองค์กรที่ประเทศไทย นร เป็นนายจ้าง กล้าส่งคนหรือพนักงานแบบจับคำแค่ 4 หรือ 5 คำ ไม่ต้องฟังให้ทันรูปประโยคหรอก ฟังแล้วมั่วความหมายสรุปความหมายไปเองเลย กล้าให้คนพวกนี้ ไปเมืองนอก แล้วกลับมาสอนคนในองค์กรหรือเปล่า
3. การ Retape มันต้องพัฒนาด้วยการลดจำนวนครั้งลงตามทฤษฏีไม่ควรเกิน 2 ครั้งด้วยซ้ำ แต่ละครั้งที่ retape ต้องได้ปริมาณคำที่เพิ่มขึ้นในประโยคให้ได้ 70 % เร็วที่สุด ในตำแหน่ง Placement ของประโยคที่สำคัญสามตำแหน่งอย่างต่ำจึงจะแปลภาษาไทยตามได้อัตโนมัติ
สรุปว่า สถาบันมีเทคนิคที่พัฒนามาจากเทคนิคที่ นร ต่างชาติเรียนแล้วพัฒนาการฟังภาษาอังกฤษแบบคะแนนโทอิคก้าวกระโดด นับเป็นร้อยข้อ โดยเลี่ยงการติวเชิงการค้า นับเป็นชั่วโมง นร ไม่มาตามนัด เพราะกำหนดชั่วโมงเลยยึดเงิน นร ไม่หากินแบบนั้น เพราะที่นี่ ติวช่วยสังคม กระผมเป็นอาจารย์มหาลัย ไม่ใช่นักการค้า หรือ สถาบันไม่มีการกางอ่านเฉลย ให้ นร ฟัง แล้วเที่ยวมาเก็บเงิน โดยไม่เติมความรู้ทักษะระดับประโยค ไม่เติมไวยากรณ์ หรือ ไม่เติม How To ลงลึก ซี่งถ้าสอนกางเฉลย สถาบันตั้งคำถามว่า นร กางอ่านเฉลยเองที่บ้านก็ได้ ต้องมาเสียเงินมากมายทำไม สถาบันจึงไม่ทำ ทำแต่ การเรียนลงลึกฟังอ่านด้วยเทคนิคที่ นร ต่างชาติใช้ ให้ นร ไทย ได้ฟังภาษาอังกฤษที่เร็วในข้อสอบได้ท้น เรียนแบบไม่จำกัดชั่วโมงแบบไม่ยึดเงิน นร พร่ำเพรื่อ และ ไม่มีการกางอ่านเฉลยสอนที่ไม่เติมความรู้ให้กับ นร แน่นอน
---- 19. How To ขั้นตอนในการตัด Choice เทียบ Key Word ของการทำสอบรีดีไซน์ Part Sentence Completion และ Text ( ตัวใหม่ที่มาแทน Error Recognition )
การตัด Choice ของข้อที่ทดสอบศัพท์ Unseen แบบยากใน Part ของ Sentence Completion และ Text ต้องใช้เทคนิคผสมผสานเช่น การเทียบรากเดา Unseen Vocab การเทียบ Key Word และ Key Meaning ของประโยคในโจทย์ เนื่องจาก ข้อสอบโทอิคให้การคิดน้ำหนักเรื่องการสอบศัพท์ให้น้ำหนักใน Level สูงสุด ดังนั้น นร จึงประมาทไม่ได้ ส่วน นร ที่เรียนจากสถาบัน ส่วนใหญ่จะมีศักยภาพในการทำสอบตัด Choice ในเรื่อง Preposition , Connecting Word , Pronoun , Noun Determiner ของ Sentence Completion อยู่แล้ว สรุปว่า สถาบันไม่เชื่อว่า
การสอนแบบกางอ่านเฉลยแบบฝึกหัดที่ขายในท้องตลาดให้ นร อ่านไปเรื่อยๆ เรียนไปเรื่อยๆ แล้วรอให้ นร ไปสอบเอง สอบไม่ได้ให้กลับมาเรียนใหม่ โดยไม่เติมความรู้ด้านทักษะระดับประโยคและไวยากรณ์ให้แน่นละเอียดมากพอ และ เทคนิคลงลึกทำลาย Halo Effect และ Noise ของการฟัง&การอ่าน แล้วจะทำให้ นร ไทย รับมือข้อสอบ Business English ที่ยากสุดในโลกแบบโทอิครีดีไซน์ได้
---- 18. นวตกรรมตัวใหม่ล่าสุด "เทคนิคการแยกเสียงฝึกฟังเร็วทำลายอุปสรรคสำเนียงฝรั่งฟังยาก"
เนื่องจาก นร ที่คิดฝึกเองท่ามกลางภายใต้แบบฝึกหัด TOEIC ที่ขายในท้องตลาดทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ไม่มี Speed การฟัง เร็วเท่ากับการสอบ Redesigned Test ในบางชุด แล้ว ดังนั้น การฝึกที่ผิดวิธีและไม่ได้มีนวตกรรมหรือระบบการเรียนที่ใช้รับมือ Speed การฟังที่เร็วและเจอสำเนียงยากของฝรั่ง ทั้งอมเสียงหดเสียงลากเสียงเสียงเหมือนเสียงคล้ายเสียงหลอน ทำให้ นร เกิด Noise การฟัง ที่สร้างคำขึ้นมาเองเพราะความกดดันว่ากลัวฟังไม่ทัน หรือ ปรุงแต่งเสียงคำเป็นคำอื่นแต่เป็นคำที่เพี้ยน รวมถึง ถ้าฝึกเองตามยถากรรม หรือ ฝึกแบบผิดวิธี ยิ่งทำให้ คะแนนการฟัง ไม่มีทางพัฒนาขึ้น หรือ หรือ จะเป็นคะแนนแบบฟันปลา ไม่เลยแนวต้าน ดังนั้น สถาบันครูเกรียงเป็นที่แรกและที่เดียวในประเทศไทย ที่ผู้สอนต้องทำการแยกเสียงสำเนียงฝรั่งออกมาให้ ผู้เรียนได้ทำการปรับ Earing หรือโสตประสาท พร้อมกับฝึกให้ฟัง Speed ที่เร็วพอกันหรือเร็วกว่า Redesigned Test ในขณะที่ผู้สอนที่เป็นชาวฝรั่งที่ไม่สามารถพูดภาษาไทยจะมีข้อจำกัด หรือ ผู้สอนที่ไม่สามารแยกเสียงสำเนียงฝรั่งออกมาเป็นภาพเปรียบเทียบได้ จะมีข้อจำกัด เพราะ Material ไม่พอ ดังนั้น การฝึกพัฒนาทักษะการฟังที่ทำให้ นรได้คะแนนการฟังแบบก้าวกระโดดมีประจักษ์พยานจากกระทู้แรงบันดาลใจที่เว็ปบอร์ด นร ต้องเข้ามาปูพื้นปรับพื้นทักษะระดับประโยคไวยากรณ์ลงลึกการฟังฟรีก่อนการสมัครเรียนจริงกับ อ ที่สถาบัน จึงจะทราบ และ ถ้าสมัครเรียนต่อมันก็เรียนลงลึกการฟังไปเลย
---- 17. เทคนิคเข้าสติสู่การพัฒนา Earing การฟังได้เร็ว ด้วยวิธีกลั้นหายใจ
เทคนิคการลด Noise การฟังด้วยการกลั้นหายใจ เนื่องจาก ลมหายใจเราเองเป็น สิ่งรบกวนการฟัง หรือ Distraction ตัวสำคัญ จะทำให้นักศึกษาไม่สามารถผ่านอุปสรรคการฟังของภาษาอังกฤษได้ เช่น การลากเสียง , Tonation เสียงขึ้นลง ที่ทำให้นักเรียนมีโอกาสฟังเพี้ยนหรือฟังแล้วมีพยางค์เพิ่ม , การที่ฝรั่งลาก เสียงในลำคอ หรือ etc. ปัจจุบัน นักศึกษาของอาจารย์เกรียงสามารถลด Noise ได้หลายคน
โดยเฉพาะอาจารย์ต้องให้ฝึก Part Question Response ก่อนเป็นอันดับแรก เพราะ ถ้านร. ฟังคำถามไม่ได้ ถึงฟัง Choice ออก ทั้งสาม Choice ในข้อสอบ Redesigned Test ก็ตอบคำถามไม่ได้ นร. ที่ลองกลั้นหายใจฟัง สำหรับคนที่เพิ่มเริ่มฝึกฟัง โดยเฉพาะการ กลั้นหายใจ ฟังทั้งข้อ จะทำให้เห็น Noise ของการฟังตัวเอง และ จุดอ่อนการฟังตัวเองหลายด้าน
---- 16. ขั้นตอน How To ลงลึก การฟัง การอ่าน และ การทำสอบไวยากรณ์ และ ศัพท์ ของข้อสอบ รีดีไซน์ อันดับแรก : How To 22 Step ขยี้อุปสรรคการฟัง ได้แก่ ทำลาย Halo Effect , กำจัด Noise การฟัง เช่น เสียงเพี้ยนคิดไปเอง ฝรั่งอมเสียง หดเสียง ลากเสียง เสียงเหมือน เสียงคล้าย ฯลฯ
อันดับสอง : How To 18 Step ขยี้อุปสรรคการอ่าน ได้แก่ เทคนิค Skimming Scanning , เดา Unseen Vocab ที่ยาก , การเทียบรากศัพท์ , การพัฒนาทักษะระดับประโยค เพื่ออ่านจับประเด็น และ เชื่อมโยงเหตุผลประเด็น
อันดับสาม : How To 9 Step ขยี้อุปสรรคการสอบ ใน Part Part Sentence Completion กับ Cloze Test ที่ช่วยให้ตัด Choice หรือ เลือก Choice ได้เร็ว โดยใช้ความรู้ทักษะระดับประโยค Basic , Advance Grammar ใช้เวลาน้อยกว่า 2 นาที ให้ถูกต้อง ให้ชัวร์
---- 15. การพัฒนาแนวทางระบบการสอนพัฒนาศักยภาพทางภาษาในระบบแนวคิด 10 อย่าง
อ. สามารถเป็นที่ปรึกษา หรือ Mentor ปรับระบบคิด การฟื้นฟูจิตใจ และ การเข้าใจอุปสรรคของการทำงานสมอง ที่ทำให้พัฒนาภาษาอังกฤษได้ช้า ให้กับคนที่กลัวภาษาอังกฤษ ด้วย How To ปรับระบบคิดจิตใจ สู่ระบบคิด 10 อย่าง ยกระดับ Proficiency ทางภาษาอังกฤษ ตามที่สถาบันได้วิเคราะห์เอาไว้ อันได้แก่ ตามที่สถาบันได้วิเคราะห์
ระบบคิดสร้างความกล้า : Trial Error ระบบความคิดเชิงสัมพัทธ์ : Relevant ระบบความคิดการเรียกบุญเก่า : Recall ระบบความคิดยืดหยุ่นทางภาษา : Alternative ระบบคิดการรักษาเวลา : Time Constraint ระบบคิดการเข้าใจการทำงานระบบสมองแบบอนุกรม : Asynchronous ระบบคิดการเพิ่มความอึดระยะยาว : Toughness ระบบคิดการทบทวนซ้ำในแก่นสาระ : Bare Review ระบบคิดการคิดเชิงบวกและลดความกดดันตัวเอง : Positive Thinking ระบบคิดกระตุ้นตัวเองตลอดเวลาให้ ท้าทาย อยากพัฒนาตัวเองตลอด เบื่อความล้ม เหลว ปลดแอกตัวเอง ฝืนตัวเอง : The rise of yours
ข้อที่เป็นความเป็นความตาย สองข้อที่อยากเน้น คือ ความกล้า และ การ recall หรือ การเรียกบุญเก่ากลับมาทั้งรูปแบบประโยค และ ศัพท์ และ .....
ไอน์สไตน์ เคยกล่าวไว้ว่า
"คนที่น่าขันที่สุด คือ คนที่ต้องการผลลัพธ์ที่แตกต่างดีกว่าเดิม แต่ยึดมั่นถือมั่นกับ กระบวนการเดิม และ อินพุท เดิม ทั้งที่รู้ว่า มันไม่เวิร์ค มันก็ไม่ได้ทำอะไรให้ดีขึ้น แต่ก็อยากจะซื้อความฝันลมแล้งๆ กับ กระบวนการเดิม อินพุทเดิม ไปเรื่อยๆ จนพบกับความผิดหวังซ้ำซาก ก็ไม่ยอมรับ จนท้อแท้เลิกลาไป โดยที่ไม่ยอมเปลี่ยนแนวการเรียนรู้ใหม่ วิธีใหม่ เทคนิคใหม่ พลิกชีวิตในหนทางใหม่"
---- 14. นวตกรรมการแยกเสียงสำเนียงฝรั่งที่ฟังยาก ( อมเสียง หดเสียง ลากเสียง ฯลฯ ) เพื่อรับมือการฟังเร็วที่สุดของ โทอิคชุดยาก Redesigned Test
จุดแข็งของสถาบัน คือ อาจารย์จะเป็นคนที่แยกเสียงสำเนียงฝรั่งให้ นร ฟัง ซึ่ง นร ไม่สามารถทำได้ จากการเรียน กับชาวต่างชาติที่พูดภาษาไทยไม่ได้ หรือ ผู้สอนที่เปิดแต่เทปฝรั่งให้ นร ฟัง หรือ อ่านเฉลยเพียงอย่างเดียว หรือ เป็นการยากถ้านร. จะนั่งจัดสภาพแวดล้อม สอบเองที่บ้าน นร จะไม่มีทางแยกเสียงได้ด้วยตัวเอง
อาจารย์ บริการให้ นักศึกษา เพื่อให้รู้อุปสรรคตัวเองที่ทำให้ได้คะแนนการฟัง น้อยกว่าที่คิด อันเนื่องจาก การไม่สามารถ ผ่านอุปสรรคการอมเสียงหดเสียงลากเสียง ของ ฝรั่งได้ พร้อมๆ กับ ต้องมารับมือการฟังเร็วที่ นร หลายคนยังไม่สามารถ ถอดเป็นรูปประโยคตาม ทำให้แปลภาษาไทยตามไม่ได้ เมื่อ นักศึกษา มีทักษะระดับประโยค กับ ไวยากรณ์ ที่แข็งขึ้น รวมถีง เริ่มแยกเสียงสำเนียงฝรั่งได้ นร จะมีศักยภาพในการ ฆ่า Noise การฟัง หรือ คำที่ปรุงแต่งเสียงขึ้นมาใหม่ได้
---- 13. เทคนิคการเดาศัพท์ Unseen สำหรับ สอบใน Part Sentence Completion
เทคนิคการเทียบรากศัพท์ และ การใช้ระบบการทำงานสมอง เพิ่อพัฒนาสมองเพิ่มคำศัพท์ > 6,000 คำ
---- 12. เทคนิคต่อยอด Writing สู่การ Speaking
ด้วยการรวบรวมรูปแบบประโยคที่สามารถใช้ได้ทั้งในการเขียน หลังจากนั้น สามารถเลือกรูปประโยคที่นิยม ใช้ในการพูดมาปรับแต่ง ลดรูป ให้เกิดความกระทัดรัด ชัดเจนมากขึ้น ...
---- 11. การพัฒนาระบบสอนการเขียน Paragraph ของสถาบัน
คอร์ส Writing ได้รวบรวมรูปแบบประโยค ที่ใช้ใน Business Writing และ การเขียน 8 เชิง ของ Paragraph หลากหลายมากสุดเท่าที่เป็นไปได้ มาต่อยอดเทคนิคถอดรหัส & เทคนิคต่อจิ๊กซอว์ เร่งพัฒนาการเขียน 8 ประเภท เร่งพัฒนาการเขียน Buinsess Writing , Academic เพื่อสอบ IELTS และ TOEIC
---- 10. เทคนิคช่วยลดความเสี่ยงการทำสอบ ลดการกามั่วลง
คือ เทคนิค ตัด Choice และ เทียบ Keyword ในทุก Part
อันดับแรก : Part การฟัง ระดับยากปานกลางง่าย ทั้ง 4 Part อันดับสอง : Part การอ่าน ทั้งข้อสอบข้อยากและข้อง่าย มีรายละเอียดที่มากไม่เหมือนกัน อันดับสาม : Part สอบศัพท์ใน Cloze Test และ Sentence Completion
เป็นเทคนิคลงลึกจริง ที่แรกที่เดียว
---- 9. นวตกรรมการทำลายอุปสรรคการอ่าน เดาศัพท์ Unseen ด้วยเทคนิคใช้ Key Word ย้อนกลับในประเด็น
เรียกว่า นวตกรรมเดาศัพท์ Unseen ด้วยเทคนิค Reverse Keywords & Topic Sentence เดาศัพท์ Unseen ที่ยากขึ้นเพื่อปะติดปะต่อ เนื้อหาการอ่าน Reading ของข้อสอบ Redesigned Test ช่วยทำให้อ่านได้เร็วขึ้น เป้าหมายเพื่ออ่านบทความของชุดยากโทอิค รีดีไซน์ ให้ได้เวลาประมาณ สองนาทีครึ่ง
เป็นเทคนิคที่ทำให้ นร หลายคนของสถาบัน สามารถรับมือ กับการสอบการอ่านที่มีศัพท์ยากเพิ่มขึ้น ที่มี Passage ยาวมากขึ้น เป็น Double Passage ผสมผสานกับ เทคนิค Skimming และ Scanning ที่ทำให้อ่านได้เร็วมากยิ่งขึ้น
---- 8. นวตกรรมลงลึกการผ่าโครงสร้างคำศัพท์ ด้วยทฤษฏีสมอง
เรียกว่า นวตกรรม One-on-One Vocabulary Testing ลงลึกช่วยจำพร้อมทดสอบศัพท์ คำต่อคำบนกระดาน นับร้อยคำ ในศัพท์หนึ่งคำ อาจมี Part of Speech มากกว่าหนึ่งประเภท ผสมผสานกับ ประยุกต์ทฤษฏีระบบสมองสร้าง Linkage ความจำ ทำให้จำศัพท์ครั้งแรกได้เร็ว และ ได้นานขึ้น ทำให้ลืมยาก เป็นบทกลับของเทคนิคการเทียบราก Vocab
---- 7. นวตกรรมลงลึกการฟังภาษาอังกฤษด้วยทฤษฏีสมองฟังแล้วถอดเป็นประโยค
เรียนกว่า นวตกรรม Prediction in Advance ลงลึกการฟังด้วยเทคนิค เดาตำแหน่งคำล่วงหน้า เดารูปประโยคล่วงหน้า เดาประเภทคำล่วงหน้า ประยุกต์ทฤษฏีระบบสมอง ฟังแล้วสามารถถอดเป็นประโยคได้ เป็นเทคนิคที่ทำให้คนเวียดนามฟังภาษาอังกฤษได้ภายใน 6 เดือน
การฟังแล้วถอดเป็นประโยค จะทำให้ นร สามารถแปลภาษาไทยตามได้อย่างอัตโนมัติ ซึ่งเป็นเทคนิคที่ นร ต่างชาติใช้ ซึ่งขัดแย้งกับการสอน ที่เน้นให้ นร จับเป็นคำๆ แล้วสรุปความหมายไปเอง ซึ่งเสี่ยงกับการมั่วความหมายไปเอง ตามระบบการทำงานสมอง ถ้ามั่วความหมายไปเองมากๆ มีโอกาสมึนและศักยภาพด้านการฟัง ก็จะลดลงอย่างรวดเร็ว
ลงลึกการฟัง ให้เป็นไปเลย ไม่มีการเลี้ยงไข้ ไม่ต้องจ่ายแพง ใช้เทคนิคทำลายคำหลอนในการฟัง หรือ Noise การฟัง ใช้เทคนิคทำลาย Halo Effect ที่ทำให้ฟังแล้วถอดเป็นประโยคไม่ได้ ใช้เทคนิคเดารูปประโยคและตำแหน่งคำล่วงหน้า เพื่อเพิ่ม Listening Toughness
---- 6. นวตกรรมยกระดับการเขียนภาษาอังกฤษแบบก้าวกระโดด
เรียกว่า นวตกรรม Sentence-to-sentence Paradigm ถอดรหัสต่อจิ๊กซอว์รูปแบบประโยค ลงลึกการพูดการเขียน ด้วยการนำรูปแบบประโยคหลายร้อยรูปแบบ มาต่อจิ๊กซอว์พัฒนาทักษะการเขียนการพูด ทั้ง Academic - Business Writing และ Speaking
---- 5. นวตกรรมยกระดับทักษะระดับประโยคและไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ แบบไม่เลี้ยงไข้
เรียกว่า นวตกรรมระบบ Total Teaching ลงลึกไวยากรณ์ผ่านการวิเคราะห์รูปประโยค ครบ 20 บท Basic Grammar และ Advance Grammar ระบบที่ทำให้คนอินเดีย บังคลาเทศ เวียดนาม จีน สิงคโปร์ ฯลฯ ที่เรียนกลับข้างจากคนไทย ทำให้สามารถประยุกต์ไวยากรณ์สู่การพูดฟังอ่านเขียนได้เพียงไม่กี่เดือน
---- 4. นวตกรรมประยุกต์ทฤษฏีสมองทำลายอุปสรรคสมองเพื่อลงลึกการฟัง
การประยุกต์ทฤษฏีสมอง อ. ได้ประยุกต์ความรู้ของอาจารย์หนูดีที่เผยแพร่สู่สาธารณชน เป็นทฤษฏีพหุปัญญา ของ ศ. โฮเวิร์ด การ์ดเนอร์ ได้พบว่า มีอุปสรรคของการทำงานสมองทำให้ นร ไทย พัฒนาการฟังได้ยากกว่า นร ต่างชาติ หรือ พวกโรบินฮู้ดที่ไปใช้ชีวิตที่เมืองนอก อย่างเช่น สถาบันเป็นที่แรกที่เดียวในประเทศไทย ที่พูดถึงระบบการทำงานของสมอง ที่เรียกว่า Halo Effect และ การปรุงแต่งเสียงคำที่ได้ยิน หรือ เรียกว่า Noise การฟัง ที่ทำให้ นร ไทยฟังภาษาอังกฤษยากขึ้น สถาบันมี How To และ นวตกรรมที่จะกำจัด Halo Effect และ Noise การฟังเหล่านี้ได้ และ ทำให้ นร หลายคนประสบความสำเร็จ อัพเดทรายชื่อต่อเนื่อง ที่มีคะแนนการฟังสอบโทอิคแบบก้าวกระโดด ที่สถาบันมีการเขียนเทคนิคที่ นร ต่างชาติใช้พัฒนาทักษะและศักยภาพทางภาษาด้านการอ่าน การฟัง บนกระดานเป็นร้อยข้อ เพื่อช่วยทำลายอุปสรรคการฟังการอ่าน ของ นร ไทย
---- 3. วิเคราะห์หลุมพรางสอบมากสุดในประเทศไทย อัพเดทเรื่อยๆ
สถาบันได้พัฒนาจาก การวิเคราะห์เชิงลักไก่เชิงวิชาการ มาสู่การไปงัดข้อสอบพัฒนาสู่การวิเคราะห์หลุมพรางสอบ ที่ ETS ได้วางยาไว้ ดัก นร ที่ไม่ได้เตรียมตัวสอบจริงๆ หรือ ชอบกาข้อสอบโดยใช้อารมณ์ หรือ Instinct ให้ตกหลุมพราง จนได้คะแนนน้อยและสอบซ้ำกับเขามาก การวิเคราะห์หลุมพรางข้อสอบของสถาบัน กระจายไปใน Part โทอิค ต่างๆ ของ รีดีไซน์
เช่น การฟัง Question Response มากสุด , รองมา Reading ข้อยาก , Short Conversation , Short Talk ศัพท์ Cloze Test ฯลฯ จะมีการบอกและวอร์มนักเรียนก่อนสอบทุกชั่วโมง .....
---- 2. สถาบันพัฒนาสูตรพยากรณ์คะแนนโทอิคล่วงหน้าโดยเก็บคะแนนจากการสอบทุกชั่วโมง
สถาบันเป็นที่เดียวที่ใช้วิธี Reverse Engineer งัดข้อสอบโทอิค ผ่าโครงสร้าง วิเคราะห์เชิงลึก ทำให้ รู้โครงสร้างการคิดคะแนนโทอิคแบบถ่วงน้ำหนัก ข้อยากโทอิคจะมีการคูณคิดคะแนนสูงกว่าข้อง่าย ผิดกับความเชื่อ ของ นร ไทย ที่ได้กรอกหูเดิมๆ ว่า คิดข้อละ 5 แต้มซึ่งเป็นไปไม่ได้ และ สร้างค่านิยมผิดๆ ทำให้ นร รีบสอบรีบกา คิดว่า ไม่ต้องทำครบ กามั่วก็ได้คะแนนเยอะ ซึ่งคิดผิด
เพราะศูนย์สอบเชิงการค้า แบบ ETS ที่ลงทุนทั่วโลกใช้เงินมหาศาล คงไม่ยอมให้ใครไม่รู้เทือกเขาเหล่ากอมากาข้อสอบมั่วแล้วได้เต็ม แต่กลับกัน ETS จะมีการวิจัยพฤติกรรมการสอบของ นร ทั่วโลก และ สร้างหลุมพราง สอบและคิดคะแนนถ่วงน้ำหนักไม่เท่ากัน รับมือกับคนที่ชอบกามั่ว ดึงให้ นร ที่ชอบกามั่ว สอบกับเขาซ้ำซากให้มากสุด กลายเป็นลูกค้าที่สร้างเงินให้เขามหาศาล
นร ของสถาบันที่เรียนต่อเนื่อง เรียนครบ สอบจริงทุกชั่วโมงกับสถาบันแทบทุกครั้ง สถาบันจะเก็บคะแนนสอบ มาหาค่าเฉลี่ยเข้าสู่สูตรพยากรณ์คะแนนโทอิคล่วงหน้าที่มีความใกล้เคียงกับ นร ท่านนั้นสอบจริงเวลานั้นบวกลบ 20 แต้ม อาจารย์จะมีสูตรคำนวณ 4,3,2,1 / 250 - 445 ซึ่งคำนวณพยากรณ์คะแนนสอบโทอิค ของ นร. ให้ผลได้ใกล้เคียงกับ สูตรคิดคะแนนถ่วงน้ำหนักข้อสอบโทอิคของศูนย์สอบโทอิค ETS ในปัจจุบัน
( ซึ่งไม่น่าเชื่อว่า มีนร. หลายคนที่สอบหลายครั้ง แต่ยังเชื่อฝังหัวผิดๆมาหลายปีว่า สอบโทอิคหนึ่งข้อ จะได้คะแนน 4.95 คะแนน ทุกข้อคะแนนเท่ากัน เวลาสอบไม่ทัน บางคนก็อาจลองมั่วฝนข้อ A ไปยี่สิบข้อไปเเลย เพื่อความหวังลมแล้งๆ ว่าจะได้คะแนนจับเสือมือเปล่า นับเป็นความคิดที่ผิด และ ก็นับเป็นเรื่องที่น่าเศร้าอีกเรื่องหนึ่ง )
---- 1. ปูพื้นไวยากรณ์ผ่านรูปประโยคก่อนลงลึกพูดฟังอ่านเขียน
เป็นการเก็งรูปประโยคศัพท์สองพันข้อมากสุด ที่ใช้สอบ edesigned Test ด้วยวิธีเรียนทักษะระดับประโยคไวยากรณ์ผ่านรูปประโยคภาษาอังกฤษที่หลากหลาย ทำให้ไม่เรียนไวยากรณ์เยิ่นเย้อ ที่มากเกินไป แตกต่างจากการเรียนไวยากรณ์ระบบเก่าของระบบการศึกษาไทย ที่ทำให้เรียนแล้ว เยิ่นเย้อ เรียนแล้วลืม
เพราะขัดแย้งการทำงานระบบสมองที่ฝืนหักดิบจำ หรือ ระบบการศึกษาไทยที่ เรียนแล้วเอาไปใช้ไม่ได้ เพราะไม่เรียนลงรูปประโยคเท่านั้นเหมือนที่ นร ต่างชาติเรียน ปูพื้นทักษะระดับประโยค และ ไวยากรณ์ ทั้ง Basic Grammar และ Advance Grammar ครบทุกบท 20 บท ไม่มีการสอนแบบหยาบๆ ไม่มีการสอนแบบเลี้ยงไข้ สอนผ่านระบบ Total Teaching เรียนไวยากรณ์ไม่เยิ่นเย้อ โดยเรียนผ่านรูปแบบประโยค เป็นเทคนิคที่มหาวิทยาลัยชั้นนำในเอเชียใช้พัฒนานร.
ที่แตกต่างจากระบบการศึกษาไทยในหลายแห่ง สอนรวมไปกับคอร์ส TOEIC , IELTS โดยไม่คิดเงินเพิ่มเป็นคอร์สไวยากรณ์ ระบบ Total Teaching แบบ Quiz Forced แบบใหม่ อาจารย์พบว่า นี่แหละคือระบบที่ทำให้ คนพื้นฐานอ่อนเก่งเร็วและคนเก่งอยู่แล้วจะแน่นปึ้ก
################################################################
|